“ปานเทพ” ฝากเตือนทนายใหม่ช่วย "ตั้ม" ปมเอกสารเท็จ
โพสต์เมื่อ : 30 พ.ย 2567 เวลา 6:25 น.
“ปานเทพ” ฝากเตือนทนายใหม่ช่วย "ตั้ม" ปมเอกสารเท็จ ลั่นทนายสายหยุด โดนมาแล้ว
วันที่ 25 พ.ย. 2567 ที่ News1 อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออกมหาวิทยาลัยรังสิต ให้สัมภาษณ์หลังรับชมเทปรายการโหนกระแสวันนี้ (25 พ.ย.67) ที่ทนายสายหยุดประกาศยุติบทบาทเป็นทนายความในคดีให้กับนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม โดยมีอยู่ช่วงหนึ่งที่นายสายหยุดกล่าวถึงสิ่งที่ตนเองนำเสนอไปว่าเป็นการดักคอในเรื่องการยื่นเอกสารให้กับตำรวจ ซึ่งทนายสายหยุดอ้างว่ายังไม่ได้ยื่นและมีความแตกต่างจากเอกสารที่ตนเองนำเสนอไปก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกันนายปานเทพ ยืนยันว่า เอกสารที่ตนเองถืออยู่ในมือมีเนื้อหาสาระตรงกันระหว่างผู้รับจ้างและผู้ว่าจ้าง
เมื่อถามว่า มีการยื่นเอกสารที่ดัดแปลงแล้วหรือยัง นายปานเทพ เปิดเผยว่า เกิดจากกลยุทธที่ตนเองวางไว้ 2 เรื่องสำคัญ เรื่องแรกตั้งใจไม่เปิดหลักฐานนี้ จนรอมาเปิดที่แรกในรายการโหนกระแสแต่ยังไม่เปิดพิรุธเพื่อรอว่าจะมีการยื่นเอกสารนี้หรือไม่ โดยนับจากวันที่ทนายตั้มถูกจับประมาณเกือบ 15 วัน จึงสันนิษฐานว่าอาจจะมีการยื่นแล้ว แต่ด้วยเหตุผลตอนยุติการแถลงข่าวไป ปรากฎว่าทนายสายหยุดไปให้สัมภาษณ์ใน 2-3 รายการต่อเนื่อง จึงพบบางถ้อยคำอาจจะมีสัญญาเกิดขึ้นระหว่างบริษัทนายษิทรากับบริษัทอินโนไฟว์ ซึ่งตรวจสอบแล้ว “พบว่าไม่มี” จึงรอเวลาจะใกล้เคียงคบ 15 วัน จึงออกมาแถลงข่าวว่ามีการปลอมแปลงเอกสารหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งย้อนกลับไปที่คำพูดของทนายสายหยุดก่อนหน้านี้ มีการคุยถึงเอกสารเตรียมเป็นแฟ้มกระเป๋าเดินทางและเตรียมการก่อนล่วงหน้าที่ที่ทนายตั้มจะถูกจับ อ้างว่าไปอยู่ในสถานีตำรวจหลายชั่วโมงเพื่อเตรียมความพร้อมเอกสารจำนวนมาก ยื่นแล้วหรือไม่
ดังนั้น เอกสารที่อ้างว่าเตรียมจะยื่นไม่เหมือนกับเอกสาฉบับนี้ และไม่มีลายเซ็นของคู่สัญญา แสดงว่าต้องมีใครเตรียมให้หรือไม่ แล้วถ้ามีใครเป็นคนเตรียมด้วยเหตุผลอะไร
นายปานเทพ ย้ำถึงเหตุการณ์เก่าก่อนด้วยว่า อย่าลืมกรณีของษิทรากับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ คือการฟ้องร้องหลายคดี หนึ่งในนั้น คือ รวมถึงข้อพิพาทระหว่าง “ทนายอาคม” กับ “นายษิทรา” ก็เรื่องของเอกสารเช่นเดียวกัน ยืนยันหลักฐานพฤติการณ์ทั้งหมดของนายษิทราช่วงเวลานี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อรูปคดีในการนำหลักฐานพยานชิ้นนี้เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการฟ้องร้องดำเนินคดีต่อไป
กรณี ทนายอาคมยื่นข้อเสนอนำบ้านซึ่งชื่อเป็นของภรรยาทยนายตั้มเพื่อปะกันตัว แต่ทนายตั้มไม่ยินยอมเนื่องจากบ้านมูลค่า 43 ล้านบาท กังวลไม่รู้จะหาหลักทรัพย์อะไรให้ตัวเองประกันตัว ซึ่งนายปานเทพชี้ว่า ท้ายที่สุดแล้ว ทนายตั้มเห็นแก่ตัวเองมากกว่าภรรยา ก่อนจะย้ำว่าวันที่ถูกจับ ทนายตั้มยังได้พูดว่า ภรรยาตนผิดอะไร ? เหมือนเล็งเห็นประโยชน์ตัวเองมากกว่าของภรรยาหรือไม่
นายปานเทพ ยังกล่าวชมทนายสายหยุดที่ยุติบทบาทก่อนยื่นเอกสาร รวมถึงยังบอกอีกว่าเป็นความโชคดีของอีกฝ่ายเพราะการนำเข้าสำนวนและลงนามต้องรับผิดชอบต่อเอกสารที่ปลอมแปลงนั้นด้วย
“ ฝากเตือนทนายความที่จะมารับงานช่วยนายษิทราสู้คดีต่อจากนี้ ต้องดูเรื่องของเอกสารให้ดี เพราะทนายอาคมหรือนายอัจฉริยะก็เคยเจอเรื่องแบบนี้มาแล้ว ดังนั้นผู้ที่มารับไม้ต่อต้องเตรียมตัวโดยเฉพาะหลังจากนี้ผู้เสียหายจะฟ้องร้องการปลอมแปลงเอกสารเพิ่มเติมซึ่งต้องตระหนักและรอบคอบให้มาก ” นายปานเทพ กล่าว
ส่วนเรื่องใครจะมาเป็ทนายคนต่อไป อีกฝ่ายย้ำชัดว่าเป็นเรื่องของทนายษิทราเป็นหลัก แต่ไม่ว่าจะเป็นทนายเดชาก็ดี ทนายเกิดผลที่ก่อนหน้านี้มีช่าวจะไปเยี่ยมและเตรียมเอกสารแต่งตั้งทนายมาด้วยก็ดี เรื่องเหล่านี้ผู้เสียหายไม่ได้กังวล เพราะสุดท้ายต้องพิสูจน์กันด้วยพยานหลักฐานอยู่ดี
z-z1603487247937.jpg)