“ปานเทพ” ประกาศหาอาสาสมัครจำลองเหตุการณ์ “แตงโม” ตกเรือ
“ปานเทพ” ประกาศหาอาสาสมัครจำลองเหตุการณ์ “แตงโม” ตกเรือ พร้อมหาคนรูปร่างคล้ายแตงโม- แซน จำลองเหตุการณ์ 16 ม.ค. ลั่นเราไม่ยุ่งกับแม่ แม่ก็ไม่ต้องยุ่งกับเรา
เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2568 ที่บ้านพระอาทิตย์ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน หลังจากที่ได้มีการเปิดรับสมัครอาสาสมัครจำลองเหตุการณ์ในวันที่นางสาวนิดา พัชรวีระพงษ์ หรือ แตงโม ตกเรือ ระบุว่า ในวันที่ 16 มกราคม 2568 อยากเชิญสื่อมวลชนมาร่วมชมการทดสอบและจำลองเหตุการณ์ในวันที่ แตงโมตกเรือและเสียชีวิต ส่วนคุณสมบัติอาสาสมัครที่จะเข้าร่วมการจำลองเหตุการณ์ในครั้งนี้ ต้องมีลักษณะคล้ายคลึงกับแตงโม โดยจะต้องมีส่วนสูงอยู่ที่ 167-168 กิโลกรัม น้ำหนัก 50 กิโลกรัม และแซนส่วนสูงอยู่ที่ 165-170 เซนติเมตร น้ำหนักอยู่ที่ 45-52 กิโลกรัม
ซึ่งทุกอย่างจะต้องอ้างอิงจากวันที่เกิดเหตุทั้งหมด การสวมเสื้อผ้าที่คล้ายในวันเกิดเหตุมากที่สุด รวมถึงสภาพแวดล้อมจะต้องเหมือนจริงมากที่สุด ทั้งนี้จะมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาคอยดูแลความปลอดภัยให้กับอาสาสมัครที่มาจำลองเหตุการณ์ และซึ่งคุณสมบัติที่สำคัญคือจะต้องว่ายน้ำเป็น เพราะในการทดสอบจะต้องมีการลงน้ำเพื่อเป็นการป้องกันความปลอดภัย และไม่จำเป็นที่หน้าตาจะต้องคล้ายแตงโม หรือแซนเรื่องนั้นเป็นประเด็นรองแต่ถ้าคล้ายก็จะดี โดยตอนนี้เริ่มมีคนมาสมัครบ้างแล้ว
นายปานเทพ กล่าวต่อว่า ไม่ว่าใครก็ตามที่อยากจะให้ความจริงเรื่องนี้ปรากฏก็สามารถสมัครเข้ามาได้เรื่อยๆ โดยจะเลือกตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ และจะเลือกตัวเลือกที่ดีที่สุด ต้องการคนเต็มใจที่จะมาร่วมเป็นอาสาสมัครเพราะต้องการให้กฎแห่งกรรมทำงานได้เต็มประสิทธิภาพที่สุด ซึ่งคนที่สมัครได้ที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม หรือส่งข้อมูลมาทางไปรษณีย์มาที่บ้านพระอาทิตย์ได้
ซึ่งการจำลองเหตุการณ์ในวันนี้ ไม่ใช่จะทำให้เกิดบาดแผล แต่จะเป็นการจำลองการตกน้ำของแตงโมถ้าได้พิสูจน์ตามข้อเท็จจริงและมีเครื่องแต่งกายตามวันเกิดเหตุนั้นน่าจะได้เห็นความจริงบางอย่างสำหรับการใส่ชุดในลักษณะเดรสไปท้ายเรือ ที่วิ่งด้วย ความเร็ว 8 น็อต ท้ายเรือจะจมน้ำ และไม่เอื้ออำนวยที่จะให้มีการปัสสาวะท้ายเรือ และชุดจะเปียกน้ำ หากไม่ให้ชุดเปียกน้ำจะต้องดึงผ้าด้วยมือแต่มือข้างไหนที่จะยึดเหนี่ยวไม่ให้ตนตกน้ำ รวมถึงมือข้างไหนที่จะใช้ดึงการบอดี้สูทเพื่อทำการปัสสาวะ ซึ่งจะพิสูจน์ความเป็นจริงว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการปัสสาวะท่าเรือ
ซึ่ง นายปานเทพระบุอีกว่า ข้อสังเกตในเรื่องของโทรศัพท์มือถือของแตงโมในวันที่เกิดเหตุนั้น การเคลื่อนที่ทั้งที่เรือของปอและโรเบิร์ตขับไปที่อู่เรือ NBC แต่โทรศัพท์ของแตงโมยังอยู่ที่ท่าเรือพิบูลย์ 3 ก่อนที่ GPS ของโทรศัพท์จะไปปรากฏอยู่ที่ร้านโทรศัพท์แห่งหนึ่งแถวๆท่าเรือพิบูลย์ 3 และยังพบอีกว่าโทรศัพท์มือถือของแตงโมยังถูกปิดเครื่องไปไม่ถึง 3 ชั่วโมง จึงมีการตั้งข้อสังเกตว่ามีใครไปเป็นคนถือโทรศัพท์ของคุณแตงโมหรือไม่
นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องภาพถ่ายที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าที่จริงแล้วจะเห็นได้ว่าสิ่งที่ตนสงสัยที่สุดคือช่วงเวลาก่อนสี่ทุ่ม เพราะว่าพบเรื่องที่น่าสนใจทั้งเรื่องภาพถ่ายของกระติก และแตงโมแม้ตำแหน่งในเวลาจะถูกต้องแต่หลายคนสงสัยว่าเป็นภาพคุณแตงโมเป็นภาพจริงหรือไม่
เมื่อถามว่าก่อนที่มือถือจะถึงมือบังแจคนั้น ก่อนหน้านี้อยู่กับใครและถึงมือบังแจ็คได้อย่างไรนั้น อ.ปานเทพ มองว่า เรื่องนี้เมื่อสามปีก่อนคุณแม่ได้เป็นคนนำโทรศัพท์มือถือของคุณแตงโมให้กับบังแจ็คเนื่องจากอ้างว่าบังแจ็คพยามที่จะช่วยเหลือ ซึ่งบังแจ็คก็ได้มีการนำข้อมูลมาเปิดเผยมาโดยตลอด ก่อนที่บังแจ็คจะอ้างว่ามีคนส่งเสื้อสีน้ำตาลเปื้อนเลือดและอ้างว่าเป็นเลือดของแตงโมมาให้บังแจ็คแต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ใช่เลือดของแตงโมจริง ทำให้หลายคนไม่เชื่อถือในตัวบังแจ็ค ซึ่ง อ.ปานเทพ ระบุว่าข้อมูลบางส่วนที่บังแจ็คนำมาเปิดเผยนั้นเป็นเรื่องจริงแต่เชื่อว่าเรื่องนี้น่าจะมีคนวางยาบังแจ็คขณะนี้โทรศัพท์มือถือยังอยู่กับบังแจ็คที่สหรัฐอเมริกา ยังไม่ได้ถูกส่งกลับคืนมา
ทางด้าน แพทย์หญิง คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา กรรมการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค บอกว่าเหตุการณ์นี้ แตงโมไม่ได้ตกท้ายเรือแน่ๆอาจจะมีการตกที่หัวเรือหรือไม่อย่างไรนั้นตนอยากเรียนให้ทราบว่าตกหัวเรือไม่ได้เพราะลักษณะขาทั้งสองข้างย้อนศรคนละทิศกัน แปลว่าไม่มีทางที่ใบพัดจะมาบาดทั้งขาและแขนได้ เพราะบาดแผลเกิดจากการโดนของมีคม
เมื่อถามว่าการจำลองที่จะเกิดขึ้นนั้นหมายถึงว่ามีการสั่งให้รื้อคดีนี้แล้วใช่หรือไม่ อ.ปานเทพ ระบุว่าคดีที่เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นคดีระหว่างอัยการซึ่งเป็นโจทก์หลัก โดยมีแม่ของแตงโมเป็นโจทย์ร่วมในการดำเนินคดีกับบุคคลที่เหลือที่อยู่ในเรือ โดยเฉพาะกรณีของปอและโรเบิร์ต ที่ยอมรับสารภาพในข้อหาประมาทเป็นเหตุ ให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งนายอัจฉริยะได้ดำเนินการเรื่องนี้ไปแล้ว โดยไปยื่นหนังสือให้กับทางสำนักงานอัยการสูงสุด
ด้านนายอัจฉริยะได้ยื่นพยานหลักฐานใหม่ไปที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่หลายคนมักจะพูดว่าเป็นหลักฐานเก่า ซึ่งเรื่องนี้อ.ปานเทพระบุว่าเป็นหลักฐานเก่าจริงแต่เป็นหลักฐานเก่าที่ไม่ได้อยู่ในสำนวนจึงจะต้องนำมาพิจารณาใหม่ พร้อมบอกว่านายอัจฉริยะเคยมีประสบการณ์ในการทำคดีที่พลิกจากคดีประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เป็นคดีฆาตกรรมมาแล้ว จึงมองว่าไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่ก็มองว่าเป้าหมายของคนที่มาทำเรื่องนี้ต้องการทำความจริงให้ปรากฏถือว่าเป็นเป้าหมายหลักว่าจะทำเต็มที่ทำจนสุดความสามารถ ส่วนผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอะไรหรือไม่นั้น ตัวเรามันเป็นแค่กลไกหนึ่งที่จะต้องเคารพในขบวนการ แต่จะขอทำหน้าที่ของเราจนดีที่สุดจนสุดทางไม่มีอะไรค้างในใจ
ซึ่งมีหลายคนตั้งข้อสังเกตว่าทำไมพวกเรามาทำคดีนี้ทั้งที่ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับครอบครัว อ.ปานเทพ ระบุว่า พวกเราสงสารแตงโมและเชื่อว่าขบวนการที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ไม่ยุติธรรมเพียงพอสำหรับแตงโม ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีประโยชน์กับประชาชน พร้อมบอกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับแม่แตงโม เพราะฉะนั้นแม่แตงโมจะไม่พอใจหรืออย่างไรก็ตามก็เป็นสิทธิ์ของแม่ แต่เราก็สามารถทำหน้าที่ได้เต็มที่
ในส่วนของผลลัพธ์ของการจำลอง อ.ปานเทพ ระบุว่าต้องมีการวางแผนก่อนให้เป็นระบบในวิธีการทดสอบทั้งหมดก่อนที่จะไปทดสอบจริงจะต้องเก็บทั้งภาพวิดีโอ วิธีการทดสอบเพื่อให้หมดข้อสงสัย เพราะจะเป็นการทดสอบเพื่อให้หมดข้อสงสัยและจะขอบคุณประชาชนและสื่อมวลชน
ส่วนกรณีที่แม่ของแตงโมไม่อยากให้รื้อคดี อ.ปานเทพ ระบุว่าแม่เป็นโจทก์ร่วมในฐานะโจทก์ร่วมในคดีหลัก ในสิ่งที่เรากระทำอยู่ในขณะนี้เราพูดถึงโจทย์หลัก คืออัยการนายอัจฉริยะยื่นเรื่องไปยังอัยการสูงสุด พร้อมบอกว่าเรากำลังคุยกับอัยการสูงสุดไม่ได้คุยกับแม่ แม่จะพอใจแค่ไหนก็เป็นสิทธิ์ของแม่ เช่นเดียวกับการที่ตำรวจในคดีดังกล่าวฟ้องหมิ่นประมาทนายอัจฉริยะแล้วศาลสั่งยกฟ้องศาลเพราะศาลน่าจะมองเห็นเงื่อนงำบางอย่างในการสืบสวน ซึ่งเรื่องนี้เราไม่ยุ่งกับแม่ เพราะฉะนั้นแม่ก็ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกับเรา
z-z1603487247937.jpg)