“ปานเทพ-อัจฉริยะ” เผย คืนนี้มือถือ "แตงโม" ถึงไทย
โพสต์เมื่อ : 6 ก.พ 2568 เวลา 20:1 น.
“ปานเทพ-อัจฉริยะ” เผย คืนนี้มือถือ "แตงโม" ถึงไทย ฝาก “เต้ มงคลกิตติ์” ในส่วนของคดีแตงโม ก็ต่างคนต่างทำคดีไม่ต้องมายุ่งกัน และไม่ต้องมาบ้านพระอาทิตย์เพราะเรามีความคิดที่ต่างกัน ส่วนถ้ามีหลักฐานอะไรก็สามารถมอบพยานหลักฐานให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษเพิ่มเติมได้เลย
วันที่ 6 ก.พ.68 ที่บ้านพระอาทิตย์ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ หรือ อาจารย์ปานเทพคณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก พร้อมด้วยนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ตั้งโต๊ะแถลงข่าวภายหลัง พ.อ.นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ อดีตศัลยแพทย์ ได้บินไปอเมริกาเพื่อพบกับนาย ซูควาเนียน ไฮเดอร์ราจา หรือ บังแจ็ค ชาวปากีสถาน ที่มีโทรศัพท์มือถือของ "แตงโม" นิดา พัชรวีระพงษ์ เพื่อจะนำมามอบให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ
.
นายปานเทพ ระบุว่า วันนี้ตนเองมาชี้แจง 2 เรื่อง เรื่องแรก คือ เรื่องความคืบหน้าของโทรศัพท์ที่แม่ของแตงโม นิดา ได้ส่งให้บังแจ็คเมื่อประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา เป็นเหตุให้บังแจ็คได้ทำภารกิจกู้ไฟล์ ที่ถูกลบไปหลายไฟล์ ทั้งรูปภาพและวิดีโอ โดยเป็นความต้องการของคุณแม่แตงโมที่ส่งไป รวมถึงก่อนหน้านี้โทรศัพท์ของแตงโม เคยอยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 70 วัน หลังจากนั้นพบว่า ข้อมูลในโทรศัพท์อาจมีการถูกลบ จึงทำให้เกิดกระบวนการส่งมอบโทรศัพท์ให้บังแจ็ค
.
ซึ่งมีข้อมูลที่น่าสนใจหลายประเด็น โดยเฉพาะการพิสูจน์ว่า ข้อมูลเหล่านั้นมีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน โดยพิสูจน์จากพิกัดเทียบกับ GPS ของเรือ จนพบข้อเท็จที่สอดรับกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น
“หมอธวัชชัยไม่ได้รับข้อมูลจากการเชื่อบังแจ็ค แต่เพราะตรวจสอบข้อมูลแล้ว มีความสอดรับกับ GPS จึงมีดระบวนการศึกษาข้อมูลจากบังแจ็คโดยตรง “
ทั้งนี้ข้อมูลในมือถือของแตงโม ยังพบว่า มีขบวนการบั่นทอนดิสเครดิตเพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริง โดยมีนายเอกราช นามโภคิน โปรแกรมเมอร์ ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์และวิเคราะห์ระบบ GPS ตรวจสอบพบบัญชีที่เป็นอวตารหรือบัญชีไม่มีตัวตน และมีขบวนการจัดตั้ง ในลักษณะการกดไลค์ กดแชร์ คอมเม้นต์ เป็น AI ทั้งสิ้น ( บัญชีปลอม ) เพื่อทำให้เชื่อว่าข้อมูลที่บังแจ็คนำมาเผยแพร่ก่อนหน้านี้ เป็นข้อมูลเท็จ บิดเบือนความเชื่อถือของประชาชน เมื่อสืบค้นบัญชีเหล่านี้ย้อนหลัง พบว่า เป็นขบวนการเครือข่ายเดียวกันที่ปั่นกระแสโซเชียลโยงถึงผู้ใหญ่ที่อยู่ในวัง อ้างอยู่เบื้องหลัง
.
ดังนั้น โทรศัพท์มือถือที่รับมาจากบังแจ็ค ยืนยันจะไม่ผ่านมือของใคร และจะใส่กล่องบรรจุภัณฑ์เป็นอย่างดี เพื่อทำการส่งมอบให้ดีเอสไอในวันพรุ่งนี้ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ในเวลา 01.00 น. “ ขอให้เชื่อมั่นว่า ข้อมูลเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น “ รวมถึงข้อมูลทั้งหมดบังแจ็คได้แบคอัพไว้อีกชุดเช่นเดียวกัน เพื่อเป็นการตรวจทาน หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลหรือลบข้อมูลจากกระบวนการใดก็ตาม นอกจากนี้ ตนเองเชื่อมั่น หากดีเอสไอได้รับโทรศัพท์เครื่องนี้ ตรวจสอบเรื่องราวย้อนหลัง ทุกคนจะได้รับทราบข้อเท็จจริงแบบประจักษ์มากขึ้น
“ กระบวนการเรื่องนี้ใหญ่มาก ไม่ใช่เฉพาะข้าราชการ แต่มีเครือข่ายนักการเมือง และผู้ทรงอิทธิพลอื่น ๆ เกี่ยวข้องด้วย “ นายปานเทพ ระบุ
ส่วนกรณีที่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เคยระบุว่าจะให้คุณแม่ของแตงโมมาให้ข้อมูลและปรึกษากับบ้านพระอาทิตย์ ตนเองมองว่า ที่ผ่านมาแม่ของแตงโมไม่ได้มีจุดยืนที่ชัดเจน ทำให้ไม่มั่นใจว่า การที่จะนำข้อมูลมาให้บ้านพระอาทิตย์ เป็นการพูดต่อสาธารณะเพื่อต่อรองกับใครหรือไม่ ยืนยันว่าที่ผ่านมา คุณแม่แตงโมไม่เคยติดต่อมาเลยสักครั้ง
.
ดังนั้น ตนเองขอแนะนำว่าหากเชื่อว่าเป็นคดีฆาตรกรรมจริงให้คุณแม่แตงโมและคุณเต้ มงคลกิตติ์ หาช่องทางเป็นของตัวเอง ไม่ควรมาข้องเกี่ยวกับคุณอัจฉริยะ
“ ไม่ต้องมาบ้านพระอาทิตย์เพราะเรามีความคิดต่างกัน สามารถมอบพยานหลักฐานนี้ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเพิ่มเติมได้ “ นายปานเทพ กล่าว
เรื่องที่ 2 กรณีของคุณเต้ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ กับความขัดแย้งในอดีตกับคุณอัจฉริยะ โดยจะให้คุณอัจฉริยะพูดเรื่องนี้เอง แต่อยากจะบอกว่าบ้านพระอาทิตย์ เป็นบ้านเก่าแก่ เจ้าสำนักก็คือคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ในขณะที่คุณอัจฉริยะเข้ามาหาเรา มาพร้อมความไว้วางใจ มาพร้อมกับสำนวนและคำพิพากษา ในคดีที่ตำรวจ 21 นายฟ้องคุณอัจฉริยะ และเป็นเหตุให้ศาลพิพากษายกฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาท พยานหลักฐานในตรงนั้น ทำให้เราได้มีส่วนร่วมและมีส่วนช่วยในการเรียบเรียงประสานข้อมูล ผ่านสื่อให้เป็นระบบ
.
พอเกิดการไม่ลงรอยกัน คุณเต้ก็บอกว่าไม่อนุญาตให้เราใช้วิดีโอ ก็เท่ากับว่าเอาคดีแตงโมมาเป็นเครื่องต่อรอง และเป็นตัวประกัน ทั้งที่เป็นเรื่องของความเป็นธรรมกับผู้หญิงคนหนึ่ง เตือนให้ทราบว่าข้อมูลที่ตนให้เครดิตนั้น ไม่ได้อยู่กับคุณเต้คนเดียว เพราะเจ้าของลิขสิทธิ์เป็นของเจ้าของกล้องวิดีโอ แต่ที่ผ่านมาตนขอบคุณคุณเต้และให้เกียรติทุกครั้ง ในการนำเสนอ เพราะเห็นว่าเป็นกระบวนการที่ผ่านสื่อแล้ว แต่ถ้าคุณเต้ ยังเอาเรื่องของคดีแตงโมมาเป็นตัวประกันในการแสวงหาข้อเท็จจริงก็ให้ประกาศมา ต่อไปตนจะได้ใช้ข้อมูลที่มาจากแหล่งอื่น
.
แต่มาครั้งนี้ที่เราเห็นความไม่สบายใจเกี่ยวกับคุณเต้ ไม่ใช่เรื่องข้อมูล จุดยืนที่เราอาจจะไม่เหมือนกันเลย เป็นเหตุที่ทำให้เราร่วมงานกันไม่ได้ "กรณีที่คุณเต้ไปพูดสัมภาษณ์ว่าเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ได้ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ ไม่ได้ปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ปฎิบัติโดยสุจริต เพียงเพราะเวลามีไม่จำกัด เท่าที่พยานหลักฐานมี" การพูดแบบนี้ เป็นคนละธงกับพวกเรา อาจจะสั่นคลอนในการที่เราต่อสู้คดีอยู่ในขณะนี้ เราจึงเห็นว่าเรื่องที่ทำมาของคุณเต้ มงคลกิตติ์ เราชื่นชมและขอบคุณมาก และตนช่วยยืนยันได้ว่าคุณเต้ไม่เคยขอเข้าร่วมทีม เมื่อจุดยืนเราต่างกัน เราไม่ควรมาร่วมทีมกัน
.
และสิ่งที่เรากังวลอยู่ในขณะนี้ ไม่ใช่แค่จุดยืนของคุณเต้อย่างเดียว เพราะคุณเต้ยืนยันว่าอยู่กับคุณแม่ของแตงโมมาโดยตลอด "ซึ่งจุดยืนของคุณแม่คุณแตงโมนี่แหละ เป็นสิ่งที่เราเป็นห่วง เพราะว่ามีการเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาหลายครั้ง การเปลี่ยนไปเป็นมาหลายครั้งนี่แหละทำให้เราไม่มั่นใจว่าการที่อ้างว่าจะมาส่งมอบข้อมูลให้บ้านพระอาทิตย์นั้น โดยไม่มีใครติดต่อพวกเราเลย ทั้งคุณแม่และคุณเต้ มันทำให้เราไม่แน่ใจว่าเป็นการพูดในสาธารณะเพื่อเป็นการต่อรองใครหรือไม่"
.
ด้านนายอัจฉริยะ ระบุว่าเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เราได้รับกล้องวงจรปิดจากคุณเต้จริง แล้วก็ให้เครดิตไปแล้ว และในกระบวนการในทางศาล ตนไม่เคยเอาไปใช้เลย ซึ่งคุณเต้ ก็มีลูกน้องถูกฟ้องพร้อมตนด้วยหนึ่งคน และตนก็เป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งสิ้น ในการจัดหาทนายความมาแก้ต่างให้ ตนไม่เคยเอากล้องวงจรปิดของเต้มาใช้ในศาลอาญาเลย ซึ่งเขาไม่รู้ข้อเท็จจริง เขาก็พูดไปเรื่อย ที่เขาอ้างว่าเป็นของเขานั้นไม่ใช่ เราใช้ของคุณหนุ่มกรรชัยเป็นหลัก และของไทยรัฐทีวี และอมรินทร์ทีวี
.
ประเด็นที่ 2 "ตลอดเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ตนยืนยันเหมือนเดิมว่า เต้ มงคลกิตติ์ เป็นคนที่ขัดขวาง โดยให้ทนายกฤษณะ ซึ่งเป็นทนายความของคุณแม่แตงโม เคยไปเจอตนที่ศาลด้วย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ พอวันรุ่งขึ้นคุณแม่ก็มาถอนฟ้อง แล้วจะให้ตนคิดยังไง"
.
ประเด็นที่ 3 เราไม่เคยคิดหรอกว่าการที่เต้ มงคลกิตติ์ ออกมา เอากล้องวงจรปิดที่อ้างว่าได้มามาจากกรมทางหลวงชนบท แล้วจะเอาไปให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ตนบอกเลยว่าพวกตนไม่เคยสนใจ และพวกตนก็ไม่เคยคิดแบบนั้น ตลอดเวลา 3 ปีที่ผ่านมาตนและนายเอกราช ทำมาตั้งแต่ไม่มี GPS ตัวจริง จนกระทั่งได้ GPS ตัวจริงมา และได้กล้องวงจรปิดมา จากสื่อมวลชนทุกแขนง รวมของเต้ ด้วย เราก็ให้นายเอกราชวิเคราะห์จากสื่อเป็นหลัก ไม่ได้เอาของเต้มาใช้
.
จนกระทั่งเราได้มีการทำข้อมูลส่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ เราไม่ได้สนใจว่าจะไปแย่งหน้าแย่งซีน เพราะความมุ่งหมายของตนสามปีที่ผ่านมา ตนทำเพื่อน้องแตงโมเป็นหลัก ตนพูดตรงๆว่าตนไม่เคยเอาเงินสส.เต้ มาแม้แต่บาทเดียว และตนยังเป็นคนจ่ายค่าเรือหางยาว ที่ใครก็ไม่รู้ไปเช่าเรือเขาแล้วเบี้ยวตังค์ ตนก็ต้องไปจ่ายให้แทน มันเป็นเรื่องที่ไม่มีใครรู้หรอกว่าตนเจออะไรมาบ้าง
.
รวมทั้งเรื่องที่ตนถูกกล่าวหาว่าไปเรียกเงินคนจีน 1.2 ล้านบาท จริงๆเรื่องนี้อาจารย์เดชารู้ที่สุด ตนยืนยันว่าที่ตนพูดถึง สส.กาย เป็นมาจากเต้ ที่มีการโฟนอินเข้าในรายการโคนันเมืองไทย เมื่อ 3 ปีที่แล้ว และมีการพูดคุยสามสาย ซึ่งสส.เต้จะบอกว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ "แน่จริงคุณฟ้องมาเลยดีกว่า ฟ้องเลยถ้าตนทำให้เสียหาย อย่าดีแต่พูดอย่าเห่า เพราะว่าที่ผ่านมาที่บอกว่าบ้านพระอาทิตย์ต้องไปขอโทษ ถ้าไม่ขอโทษจะไม่ให้เปิดกล้องวงจรปิด ผมคิดว่าคุณประเมินตัวเองสูงเกินไป"
.
นายอัจฉริยะ ยังระบุอีกว่า เมื่อเช้านี้นายเต้ ยังได้โทรหาบังแจ็ค ได้พูดคุยกับบังแจ็คมากกว่า 1 ชั่วโมง เพื่อต้องการให้บังแจ็ค ยืนยันว่าสิ่งที่พูดไม่เป็นความจริง บังแจ็คไม่ได้ส่งคลิปมา
.
ถ้าวันนึงตนเองพร้อม ตนเองจะเปิดให้ทุกคนฟัง ทุกอย่างที่นายเต้พูดเกี่ยวกับอะไรต่างๆเรามีหลักฐานทั้งสิ้น ตนเองยืนยันว่าทุกวันนี้พวกเราทำงานด้วยความมุ่งมั่น ต้องการเอาความจริงให้ปรากฏ ซึ่งอีกไม่นานความจริงก็จะปรากฏแล้ว อีกไม่เกินสามเดือน ไม่จำเป็นที่จะต้องมาทะเลาะกัน ตนเองยืนยันว่าสิ่งที่ตนเองพูดแนวทางการดำเนินการของพวกตน ที่คุณเต้เขาไปพูดผ่านรายการช่องต่างๆว่าเจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้กระทำความผิด ไม่ได้ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ มันเป็นเรื่องของความคิดที่สวนทางกับการที่เรากำลังพิสูจน์ความจริงกัน ตนเองถึงไม่รับให้นายเต้ เข้ามาอยู่ในทีมงาน และคนที่พูดก็เป็นทีมงานของนายเต้เองว่า ถ้าหากตนอยากได้กล้องวงจรปิด ลูกน้องเต้บอกว่า ขอให้พี่เต้ได้เข้ามาร่วมงานกับทีมงานบ้านพระอาทิตย์และทีมงานของตน เพื่อที่เขาจะได้มีแสงสว่างในอนาคตข้างหน้ าในการลงเลือกตั้งเป็น สส.ต่อไป
.
ดังนั้นอะไรที่ทำให้เราได้รับผลกระทบ ก็ต้องออกมายืนยันกับพี่น้องประชาชน ไม่เช่นนั้น จะเกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยบางช่วงบางตอน นายอัจฉริยะ ยังได้เปิดภาพ ภาพหนึ่งที่ได้มาจากการกู้ไฟล์ในมือถือของแตงโม เป็นภาพคล้ายการเสพยาและมีมือของคนในภาพ นายอัจฉริยะ ระบุว่า "มือใครไม่รู้ แต่เป็นมือของคนบางคนมีการเสพยา เป็นหนึ่งในภาพที่กู้มาได้ ส่วนคนที่เสพยาเป็นใครเดี๋ยวค่อยไปว่ากัน"
z-z1603487247937.jpg)