“ประชาธิปัตย์” เปิดวิสัยทัศน์นำ “เศรษฐกิจยั่งยืน” มัดใจนักลงทุน ชูประสบการณ์กู้วิกฤต-พาชาติรอด
“ประชาธิปัตย์” เปิดวิสัยทัศน์นำ “เศรษฐกิจยั่งยืน” มัดใจนักลงทุน ชูประสบการณ์กู้วิกฤต-พาชาติรอด ย้ำยุทธศาสตร์ “ปรับปรุงแต่ไม่ทำลาย” ขอโอกาสเลือก ปชป. “ประเทศปลอดภัย” ด้าน “กรณ์” โว ฟื้นนวัตกรรม “ไทยเข้มแข็ง”อยู่ในชุดนโยบายหลัก 27 ข้อของพรรค
วันที่ 12 มกราคม 2569 ที่อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค ซึ่งเป็น 2 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางเข้าหารือกับกลุ่มนักธุรกิจและนักลงทุน ที่บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เพื่อยืนยันนโยบายการเมืองสุจริต และฉายภาพอนาคตเศรษฐกิจไทยที่เน้นหลักธรรมาภิบาลโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ตนเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนด้วยประสบการณ์ของทีมเศรษฐกิจพรรคปชป.ที่เคยนำประเทศไทยฝ่าวิกฤตมาแล้วได้หลายครั้ง เพราะหัวใจสำคัญของการปฏิรูปคือ วิธีการและการลงมือทำโดยพรรคจะเน้นการค่อยๆ ปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างเดิมให้ดีขึ้น มากกว่าการวาดภาพสวยหรูแต่ต้องแลกด้วยการทำลายระบบเดิม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของประเทศ เราเน้นปรับโครงสร้างเศรษฐกิจที่ไม่หวือหวา ไม่ฉับพลัน แต่ต้องยั่งยืน ซี่งตนยอมรับนโยบายคนละครึ่งในปัจจุบันเป็นการต่อยอดที่ทันสมัยและตอบโจทย์กำลังซื้อได้ดีจากต้นแบบคือเช็คช่วยชาติในอดีต ขณะที่รายได้เกษตรกรยังต้องใช้นโยบายการประกันรายได้สินค้าเกษตรที่แม่นยำและสุจริต
“ผมขอฝากข้อความสำคัญถึงนักลงทุนว่า ประชาธิปัตย์คือพรรคที่เลือกแล้วประเทศปลอดภัย จึงขอโอกาสให้พรรคได้รับแรงสนับสนุนจากนักลงทุนและภาคธุรกิจเพื่อเข้าไปมีพลังในการปราบทุจริต–หยุดทุนเทาและยุติความแตกแยกในสังคม ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพื่อวางรากฐานให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างมีเอกภาพและมั่นคงต่อไป” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ด้านนายกรณ์ กล่าวเสริมว่า ตนขอย้อนรอยความสำเร็จของโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งเคยเป็นนวัตกรรมที่ทำให้นักลงทุนทั่วโลกยอมรับ จนพาประเทศไทยสามารถฟื้นตัวจากวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ได้เร็วเป็นอันดับต้นๆ ของโลก พรรคปชป.ได้บรรจุหลักคิดและแนวทางนั้นไว้ในชุดนโยบายหลักทั้ง 27 ข้อ 4 เสาหลักของพรรคตั้งเป้าที่จะพัฒนาเศรษฐกิจและตลาดทุนให้กลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง
"อภิสิทธิ์" ลั่นคำ เลือก ปชป. เป็นหลักประกันประเทศ ชูธงรบ ปราบทุจริต-ทุนเทา ย้ำ 3 เงื่อนไข ไม่ร่วมสังฆกรรมแน่ พ่วง เดินหน้าแก้ที่มา สว. และสังคายนาองค์กรอิสระ ต้องอิสระจริงไร้ปลอกคอ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ ถึงทิศทางการเมืองไทย ภายหลังการเลือกตั้ง ว่า รัฐบาลสมัยหน้าจะเป็นรัฐบาลผสม บทบาทของพรรคประชาธิปัตย์ คือการเป็นตัวแปรสำคัญที่จะคอยการันตีความสะอาดและความสงบของบ้านเมือง ดังนั้นการสนับสนุนพรรคในครั้งนี้ เปรียบเสมือนการสร้างหลักประกันให้คนไทยมั่นใจได้ว่า ไม่ว่าใครจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์จะทำหน้าที่เป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันและกลุ่มทุนเทาอย่างจริงจัง รวมถึงจะไม่ยอมให้มีการหยิบยกประเด็นที่สร้างความแตกแยกในสังคมมาทำให้บ้านเมืองต้องหยุดชะงัก เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ในการร่วมรัฐบาลกับพรรคการเมืองต่างๆ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรามีบรรทัดฐานของพรรคว่า จะพิจารณาจากข้อเท็จจริงมากกว่าความสงสัย โดยมีเงื่อนไขเหล็ก 3 ข้อคือ 1.ต้องไม่มีมลทินเรื่องทุนเทา และการทุจริตที่ชัดแจ้ง 2.ต้องไม่อยู่ภายใต้การครอบงำของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง จนผลประโยชน์ส่วนตัวอยู่เหนือผลประโยชน์ชาติ 3.ต้องไม่สร้างความแตกแยก หรือนำประเด็นละเอียดอ่อนมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง
เมื่อถามถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราจะเดินหน้าเป็นใน 2 ประเด็นเร่งด่วน คือการแก้ไขที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้ยึดโยงกับหลักการที่เป็นที่ยอมรับของประชาชนมากขึ้น และการปฏิรูปการทำงานขององค์กรอิสระ ที่ต้องมีความโปร่งใส และต้องถูกตรวจสอบได้เพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นจากสังคมให้กลับคืนมา พรรคประชาธิปัตย์จะเป็นคนที่เข้าไปดูแลเรื่องเหล่านี้อย่างจริงจัง เพื่อให้การเมืองไทยเดินหน้าไปอย่างมีคุณภาพและสุจริต
z-z1603487247937.jpg)