“ประชาธิปัตย์” ออกแถลงการณ์ เรียกร้องทุกพรรคการเมืองหยุดต่อรอง หวังผลประโยชน์ทางการเมือง
โพสต์เมื่อ : 11 ธ.ค 2568 เวลา 16:2 น.
“ประชาธิปัตย์” ออกแถลงการณ์ เรียกร้องทุกพรรคการเมืองหยุดต่อรอง หวังผลประโยชน์ทางการเมือง ขณะที่ประเทศยังอยู่ในวิกฤต สถานการณ์ขัดแย้งไทย-กัมพูชาและฟื้นตัวจากมหาอุทกภัย ย้ำหน้าสิ่วหน้าขวาน พรรคการเมืองอย่าเอาอธิปไตยชาติและชีวิตประชาชน มาเล่นการเมืองจนเลยเถิด หวั่นเกิดความเสียหายรุนแรงตามมา
วันที่ 11 ธ.ค. 2568 พรรคประชาธิปัตย์ออกแถลงการณ์ว่า สืบเนื่องจากการแถลงของพรรคประชาชนที่ประกาศจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ภายหลังจากแพ้การลงคะแนนมาตราสำคัญในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฯในรัฐสภา พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่า การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นการตรวจสอบสำคัญของฝ่ายค้านต่อรัฐบาล ซึ่งมีหลายกรณีของรัฐบาลนี้เช่นความเกี่ยวพันของคนในรัฐบาลกับขบวนการฟอกเงินสแกมเมอร์ รวมถึง ความไร้ประสิทธิภาพในการจัดการปัญหาภัยพิบัติ ซึ่งหากเป็นสถานการณ์ปกติ พรรคประชาธิปัตย์พร้อมที่ให้สส.ของพรรคร่วมลงชื่อในญัตติอภิปรายอย่างแน่นอน แต่ขณะนี้สถานการณ์ของประเทศกลับมีความวิกฤตเร่งด่วนที่ต้องการการตัดสินใจของรัฐบาลให้ทันท่วงทีต่อสถานการณ์ เพราะเกี่ยวพันถึงอธิปไตยของชาติและชีวิตของประชาชน ทั้งการรบชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มีความตึงเครียดต่อเนื่อง ทำให้กองทัพและฝ่ายความมั่นคงต้องพร้อมสู้รบปกป้องอธิปไตยของประเทศตลอดเวลา ผลจากเหตุการณ์รุนแรงนี้ทำให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ของไทยต้องสละชีวิตแล้วอย่างน้อยถึง 9 คน และประชาชนได้รับผลกระทบกว่าแสนคน ทั้งยังไม่มีท่าทีจะคลี่คลายในเวลาอันสั้น ในขณะเดียวกันผลกระทบรุนแรงจากเหตุการณ์อุทกภัยในหลายจังหวัดทางภาคใต้ โดยเฉพาะ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ยังคงมีความวิกฤตจากความเสียหายทั้งการไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติของประชาชนนับแสนคน บ้านที่อยู่อาศัยเสียหายไม่สามารถพักอาศัยได้ ถนนหนทางเสียหาย ขยะจำนวนมหาศาลที่รอการจัดการ คนตกงานจำนวนมากธุรกิจทุกชนิดเสียหาย ในขณะที่แผนการฟื้นฟูเยียวยาเร่งด่วนยังต้องการการตัดสินใจของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ด้วยเหตุดังกล่าว
“พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่า สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่เหมาะที่จะใช้การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เป็นการต่อรองทางการเมือง เพราะเหตุผลในการยื่นอภิปรายเป็นการเอาคืนทางการเมือง แน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบต่อเอกภาพในการร่วมมือกันของทุกฝ่ายในการแก้ปัญหาชายแดน และรู้อยู่ว่ารัฐบาลเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ก็จะตอบโต้เกมการเมืองด้วยการยุบสภา และจะทำให้มีรัฐบาลรักษาการ ที่ไม่อำนาจเต็มในการจัดการกับสถานการณ์เฉพาะหน้าขณะนี้ได้ พรรคประชาชนเองในยามต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้ประกาศว่ารัฐบาลไม่ได้ผิดร้ายแรง แต่ในยามพลาดหวังจากการแก้รัฐธรรมนูญตามแบบที่ต้องการ กลับยอมใช้การแลกความเสี่ยงของการปกป้องอธิปไตยของชาติที่ต้องการความร่วมมือจากทุกฝ่าย และ ความล่าช้าของการฟื้นฟูมหาอุทกภัย ตัดสินใจล้มกระดานการเมือง ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์จึงขอเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมือง หยุดต่อรองผลประโยชน์ทางการเมืองในทุกวิธีการ และหันหน้ามาร่วมมือกันแก้ปัญหาวิกฤตเฉพาะหน้าของชาติ ให้ลุล่วงเรียบร้อย สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ พรรคการเมืองไม่ควรเอาอธิปไตยของชาติและชีวิตของประชาชน มาเล่นการเมืองจนเลยเถิดและอาจเกิดความเสียหายรุนแรงตามมา” แถลงการณ์ระบุ
z-z1603487247937.jpg)