닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopy290890

“ประชาธิปัตย์” จับมือ “หอการค้าไทย” เห็นพ้อง “ปฏิรูปขั้นตอนรัฐ สกัดทุนเทา ชง 7 ยุทธศาสตร์ยกระดับขีดความสามารถเศรษฐกิจไทยสู่เวทีโลก
ชูแนวคิด “รัฐผู้ผลักดัน”




วันที่ 12 มกราคม 2569  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) พร้อมคณะอาทิ นายกรณ์ จาติกวณิช ,นายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคฯ ,นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรคฯ และคณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคปชป.ชุดใหญ่  เข้าหารือร่วมกับนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ที่ห้องประชุม 3201 ชั้น 2 อาคารบรรเจิด ชลวิจารณ์
สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ราชบพิธ
เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและนำเสนอนโยบาย “พลิกโฉมเศรษฐกิจไทย” มุ่งเน้นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างยั่งยืน มากกว่าเพียงนโยบายประชานิยมเฉพาะหน้า    โดยนายอภิสิทธิ์  กล่าวตอนหนึ่งว่า หัวใจสำคัญที่พรรคประชาธิปัตย์นำเสนอคือการเปลี่ยนบทบาทของรัฐให้เป็น “Enabler” หรือผู้สนับสนุนภาคเอกชนอย่างเต็มตัว ผ่านหลักการ 3 ข้อคือ  1.ชี้ทาง สร้างนโยบายที่โปร่งใส ชัดเจน ให้เอกชนเห็นโอกาสในระดับโลก
2.เปิดทาง เปลี่ยนรัฐจากผู้กำกับดูแล (Regulator) มาเป็น “หุ้นส่วน” ที่ส่งเสริมการแข่งขันเสรี   3.ไม่ขวางทาง เร่งยกเลิกกฎหมายและระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจ (Guillotine Laws)  


“พรรคประชาธิปัตย์ขอเสนอโรดแมป 7 ด้าน เพื่อตอบคำถามว่าทำไมเศรษฐกิจไทยถึงเติบโตช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้านมีประเด็นที่น่าสนใจคือ
1.ปฏิรูประบบราชการ: ลดขั้นตอนที่เป็นอุปสรรคต่อการเติบโต
2.เพิ่มประสิทธิภาพทรัพย์สินรัฐ: ใช้ Fintech เข้ามาช่วยบริหารจัดการ ลดหนี้สาธารณะ และดันไทยสู่ศูนย์กลาง Healthcare Wellness
3.ปฏิรูปเกษตรกรรม: ประกันรายได้คู่ขนานไปกับการลดหนี้เรื้อรัง และยกระดับสหกรณ์สู่ “วิสาหกิจขนาดใหญ่”
4.ศูนย์กลางพลังงานสะอาด: ตั้งเป้าลดค่าไฟเหลือ 3.5 บาท โดยใช้กลไกพลังงานสีเขียวโดยไม่เบียดบังภาษีประชาชน
5.เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่: เร่งสปีดอุตสาหกรรม EV, อาหาร และเทคโนโลยีขั้นสูง
6.การค้าเสรี (FTA): เร่งเจรจาการค้าและเดินหน้าเข้าสู่กลุ่มประเทศ OECD  และ
7.การเมืองสุจริต: ใช้แพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” (Open Data) และ AI ตรวจสอบการทุจริตในทุกมิติ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว



หลังการหารือนานกว่า2 ชั่วโมง ตัวแทนสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยได้แสดงความเชื่อมั่นในประสบการณ์ของทีมเศรษฐกิจพรรคปชป.ที่เคยผ่านวิกฤตการณ์สำคัญมาหลายครั้ง พร้อมทั้งฝากประเด็นสำคัญเรื่อง ทุนสีเทาที่กำลังแทรกซึมผ่านระบบการเมืองและการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งเป็นตัวการบ่อนทำลายขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยที่ประชุมเห็นพ้องว่า ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจไทยจะพลิกโฉมได้จริง ต้องตั้งอยู่บนฐานของการเมืองสุจริตเท่านั้น จะสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน

“อภิสิทธิ์” มั่นใจรัฐต้องเป็น “ผู้ผลักดัน” เร่งแก้กฎหมายล้าสมัย-ชูการเมืองสุจริต ดึงเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ

ชนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)  กล่าวหลังการหารือร่วมกับประธานและตัวแทนหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ว่า พรรคมีจุดยืนที่ชัดเจนมาโดยตลอดว่าการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่แท้จริงต้องให้ภาคเอกชนเป็นตัวนำขณะที่บทบาทของภาครัฐต้องเปลี่ยนมาเป็น “ผู้ผลักดัน” (Enabler) เพื่อสร้างโอกาสและลดอุปสรรคให้แก่ทุกภาคส่วน
จากการแลกเปลี่ยนมุมมองกับภาคธุรกิจ พรรคเล็งเห็นความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับโครงสร้างประเทศในหลายมิติ โดยเฉพาะภาคส่วนรัฐที่ต้องปฏิรูประบบราชการและเร่งแก้ไขกฎหมายที่ล้าสมัย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยีมาใช้และยกระดับทักษะ (Upskill) ให้แก่ทรัพยากรมนุษย์ของไทยให้เท่าทันโลก



นายอภิสิทธิ์  กล่าวย้ำอีกว่า นโยบายการปฏิรูปโครงสร้างมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ประชาชน โดยหัวใจสำคัญคือการสร้าง “บ้านเมืองที่สุจริต” ซึ่งถือเป็นพื้นฐานที่จะสร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าได้อย่างมั่นคงบนความโปร่งใส  นอกจากนี้ ยังมีการลงรายละเอียดถึงอุตสาหกรรมการเกษตรที่จะเป็นเครื่องยนต์สำคัญ ในการผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจให้สูงกว่าปัจจุบัน พร้อมเดินหน้าบทบาทของไทยในเวทีสากลผ่านข้อตกลงการค้าต่าง ๆ โดยเน้นการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ไม่ใช่เพียงการนำเงินทุนเข้ามาเท่านั้น แต่ต้องเป็นการต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ให้กับผู้ประกอบการและประชาชนคนไทยอย่างยั่งยืน