“ปณิธาน” หนุนทำประชามติยกเลิก MOU43-44 แนะรัฐจัดเวทีให้ความรู้ ปชช.
โพสต์เมื่อ : 15 ต.ค 2568 เวลา 17:19 น.
“ปณิธาน” หนุนทำประชามติยกเลิก MOU43-44 แนะรัฐจัดเวทีให้ความรู้ ปชช. – เตรียมแผนรองรับหากผลโหวตให้ยกเลิกจริง มองอีก 5 ปี ไทย-กัมพูชาอาจกลับมาดีขึ้น
วันที่ 14 ต.ค.68 รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ แสดงความเห็นต่อข้อเสนอการทำประชามติยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างไทย-กัมพูชา (MOU) ฉบับปี 2543 และ 2544 โดยระบุว่า ตนเห็นด้วยกับแนวคิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมตัดสินใจผ่านการทำประชามติ แต่รัฐบาลควรจัดกระบวนการให้ความรู้กับประชาชนอย่างรอบด้าน เพื่อให้เข้าใจข้อเท็จจริงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการยกเลิกข้อตกลงดังกล่าว
นายปณิธาน กล่าวว่า ขณะนี้ความรู้เกี่ยวกับ MOU43 และ 44 ยังจำกัดอยู่ในแวดวงสภา หน่วยงานด้านความมั่นคง และนักวิชาการบางกลุ่ม จึงควรจัดเวทีสาธารณะหรือถ่ายทอดสด เพื่อเผยแพร่ข้อมูลให้ประชาชนเข้าใจมากขึ้น ทั้งในแง่ของข้อดี ข้อเสีย และผลกระทบทางยุทธศาสตร์ หากไทยตัดสินใจยกเลิก MOU ทั้งสองฉบับจริง
“การให้ประชาชนมีส่วนร่วมตัดสินใจเรื่องข้อตกลงระหว่างประเทศถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจข้อเท็จจริง เพราะหากยกเลิกโดยไม่เตรียมการ จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของกระทรวงการต่างประเทศ กรมแผนที่ทหาร และกระทรวงกลาโหม ซึ่งต้องเผชิญความเสี่ยงมากขึ้น” นายปณิธาน กล่าว
นายปณิธาน ยังเสนอว่า หากไทยมีแนวโน้มจะยกเลิก MOU จริง ควรเตรียมหาทางเลือกใหม่เพื่อลดความเสียดทาน เช่น การอาศัยสนธิสัญญาอื่น หรือจัดตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ในการเจรจากับกัมพูชา แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ความสัมพันธ์และ “ความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์” ของไทยในช่วงเวลานั้น
ตอนนี้เราต้องสร้างความได้เปรียบทางการรบและทางยุทธศาสตร์ก่อน เพื่อให้กลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาได้อย่างมั่นคง เมื่อถึงเวลานั้นเราจะสามารถสร้างบริบทใหม่ในการทำงานร่วมกับกัมพูชาได้ ซึ่งอาจถือเป็นศักราชใหม่ของความร่วมมือระหว่างสองประเทศ นายปณิธาน กล่าว พร้อมระบุว่าการเผชิญหน้าที่เกิดขึ้นในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา น่าจะค่อย ๆ คลี่คลายลงหลังจากผ่านจุดตึงเครียดในครั้งนี้
ทั้งนี้ นายปณิธาน ย้ำว่า การทำประชามติควรเดินหน้าต่อไป เพราะหากรัฐบาลถอย จะส่งสัญญาณเชิงลบต่อทั้งประชาชนและต่อกัมพูชาเอง “หากประชาชนไม่เห็นด้วยก็ให้ยืนตามนั้น แต่ถ้าผลออกมาเห็นควรยกเลิกจริง รัฐบาลต้องเตรียมแผนรองรับล่วงหน้า”
เมื่อถามถึงระยะเวลาที่คาดว่าสถานการณ์ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาจะกลับมาปกติ นายปณิธานระบุว่า ปัญหาลักษณะนี้โดยทั่วไปใช้เวลาแก้ไขราว 3 ปี แต่กรณีนี้อาจยาวนานกว่านั้น คาดว่าต้องใช้เวลาประมาณ 5 ปีจึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น
z-z1603487247937.jpg)