닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บ2ีัรีัร

“ปณิธาน” มอง การส่งตัวชาวอุยกูร์กลับจีน มีทั้งผลดีผลเสีย ต้องชั่งน้ำหนัก ชี้ ประเทศไทยต้องเฝ้าระวังในการที่ส่งตัวไป เชื่อ สิ่งที่ต้องทำในอนาคต ต้องตรวจสอบ-ปรับความสัมพันธ์ กับจีน เพราะยังมีชาวอุยกูร์เหลืออยู่



วันที่ 23 มี.ค. 2568 รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ อดีตอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว The Room44 ถึงกรณีที่ประเทศไทยส่งตัวชาวอุยกูร์กลับไปยังประเทศจีน มีผลเสียผลดีอย่างไร ว่า ผลดีคือลดภาระของประชาชนคนไทยที่ต้องดูแลผู้ที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งไม่ได้มีแต่เพียงชาวอุยกูร์แต่ยังมีอีกหลายกลุ่มที่มีการหลบหนี ซึ่งถ้าเราส่งกลับไปยังประเทศต้นทางที่เขาต้องการไปหรือว่าประเทศต้นทางที่ได้มีการหลบหนีเข้ามา เมื่อส่งไปไม่มีปัญหาและพวกเขาเหล่านั้นปลอดภัย นอกจากจะลดภาระให้ประเทศไทยแล้วก็ทำให้เราสานความ ชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่าประเทศเราไม่ได้เป็นประเทศที่เป็นเป้าหมายในการเข้ามาเพราะถ้าเข้ามาทางเราจะต้องส่งกลับ 

ซึ่งเป็นผลดีแน่นอนในทางการเมืองเพราะรัฐบาลได้เสียงสนับสนุนพอสมควรจากการส่งกลับถึงแม้ว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้นและเกิดความไม่เรียบร้อยหลายอย่างแต่ในภาพรวม คนก็พอใจและสนับสนุนแต่อาจจะมีความเป็นห่วงบ้าง ในเรื่องของความปลอดภัยของชาวอุยกูร์จะเป็นอย่างไร แต่ทางรัฐบาลไทยก็ได้มีส่งคณะไปตรวจสอบเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 19 มี.ค. 68 ที่ผ่านมา

อีกด้านหนึ่งก็เป็นการฝึกฝนในการถอดบทเรียนโดยการทำแบบฝึกหัดให้หน่วยงานต่างๆได้เห็นว่าการส่งกลับมีข้อดี ข้อด้อย หรือข้อจำกัดอย่างไร จะได้มีการปรับปรุงต่อไปในอนาคต เพราะมีอีกหลายแสนคนที่ต้องมีการส่งกลับเป็นระยะต่อไป

ส่วนในกรณีเฉพาะลักษณะของทวิภาคีก็ได้ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันมากขึ้นกับทางประเทศจีนเพราะต้องทำงานร่วมกันต้องมีการตรวจสอบและต้องมีการพูดคุยกันในระดับสูงตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าจะมีการดำเนินการส่งกลับ ก็ทำให้ประเทศเราและประเทศจีนทำงานร่วมกันมากยิ่งขึ้น โดยเห็นชัดว่ากระทรวงต่างประเทศของจีนและรัฐบาลจีนก็ออกมาสนับสนุนเราพร้อมทั้งกระชับความสัมพันธ์กับเรา ในภาพรวมทำให้รัฐบาลจีนและไทยมีความใกล้ชิดกันมากขึ้นมองเป็นข้อดีในเรื่องของเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ส่วนในแง่ที่เป็นผลกระทบในกลุ่มของสหรัฐและพันธมิตรตะวันตกสหภาพยุโรป เพราะบางส่วนก็ไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้และออกมาคัดค้านอย่างแข็งขัน และในบางกลุ่มบางประเทศก็ออกมาประจานประณามประเทศไทยว่า เราทำผิดกติกาสากลทำผิดกฏหมายระหว่างประเทศและทำผิดข้อตกลงหลายข้อ ดูเหมือนว่าเรามีการไปละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของเขาที่เขามีสิทธิ์ที่จะร้องขอให้เราส่งกลับไปยังประเทศที่สาม ที่จะปลอดภัยกว่าซึ่งตรงนี้ก็เป็นปัญหาค่อนข้างมาก

ในบางประเทศไปไกลกว่านั้นส่วนในเรื่องของสหรัฐที่นอกจากจะมีการประจานและประณามเราแล้วยังมีการประกาศห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่ของเราที่เกี่ยวข้องเข้ากับการส่งตัวชาวอุยกูร์กลับประเทศ โดยถึงขั้นมีการแบนวีซ่าเจ้าหน้าที่ไทย ซึ่งตรงนี้มองว่ารุนแรงมากกว่าปกติและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ส่วนแง่ภาพรวมนานาชาติรู้สึกว่าเราไม่ได้ดำเนินการอย่างรอบคอบและอาจทำให้เกิดปัญหาตามมาเพราะภาพลักษณ์ของเราก็ไม่ค่อยดีในสายตาของหลายประเทศ บางประเทศก็กังวลเกี่ยวกับผลกระทบเฉพาะด้าน เช่นเรื่องของความมั่นคงปลอดภัยและมีการประกาศยกระดับการเตือนภัย เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์เหมือนในตอน 58 ที่เมื่อส่งกลับชาวอุยกูร์กลับไปแล้วก็เกิดการระเบิดที่ศาลพระพรหมตามมาจึงมีความกังวล

อย่างไรก็ตามขนาดนี้ยังไม่มีการเกิดอะไรขึ้นเพราะว่าทางประเทศไทยเองก็เฝ้าระวัง แต่ว่าความกังวลนั้นก็ทำให้เราดูไม่ดีและอาจจะกระทบกับภาพลักษณ์ในเรื่องของการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยและในอุตสาหกรรมในระยะสั้นซึ่งตรงนี้อาจจะเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีที่เกิดขึ้นและความตึงเครียดที่เกิดขึ้น

ซึ่งเหมือนจะยังมีอีกหลายเรื่อง เช่น ในเรื่องของการปราบปรามแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ก็เหมือนว่าทางประเทศไทยเราจะเกร็งใจประเทศจีน เช่นที่ไม่ สามารถที่จะเจรจาต่อรองกับประเทศจีนเพื่อตรวจสอบสถานภาพของคนทั้งหมดที่เรามีการส่งตัวกลับไป ถึงแม้ว่าคณะที่เดินทางกลับมาก็ได้พูดคุยกับชาวอุยกูร์ก็ตาม แต่ก็เป็นเพียงแค่ 4-5 ครอบครัว เท่านั้น ซึ่งมันยืนยันไม่ได้ว่าที่พูดคุยปลอดภัยจริงและอยู่กับครอบครัวตัวจริง แต่ทั้งนี้ทางรัฐบาลก็ยืนยันว่าปลอดภัย 

ทั้งนี้ความสัมพันธ์เหล่านี้จะกระทบต่อการเจรจา ในเรื่องการค้าเสรีกับทางสหรัฐหรือไม่อย่างไรก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังและต้องพยายามลดทอนการสูญเสียหรือว่าผลกระทบและปัจจัยต่างๆที่จะเกิดขึ้นในด้านลบต่อไป  และต้องมีการชั่งน้ำหนักในเรื่องของผลดีและผลเสีย

“ สิ่งที่ต้องทำในอนาคตคือต้องพยายามตรวจสอบและพยายามปรับความสัมพันธ์ในการทำงานกับจีนเพราะยังมีชาวอุยกูที่เหลืออยู่ที่กำลังขึ้นศาลก็มีที่เกี่ยวข้องกับคดีระเบิดที่ศาลพระพรหมและคดีที่มีการหลบหนีในห้องกักกัน หรือแม้กระทั่งอาจจะมีชาวอุยกูร์อื่นๆที่ยังหลบหนีอยู่ตามหมายจับของตำรวจก็มี สิ่งนี้หากเราจับได้อีกก็ต้องมีการส่งกลับอยู่ดีเพราะฉะนั้นการถอดบทเรียนการทำงานกับจีนก็เป็นเรื่องที่จะต้องทำในอนาคตเพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ราบรื่นขึ้น“ รศ.ดร.ปณิธาน ทิ้งท้าย