“ปชป.” จัดเสวนา-รับฟังเสียงผู้นำทางความคิด “ประเทศไทยต้องการอะไร จากพรรคการเมือง”
โพสต์เมื่อ : 30 ต.ค 2568 เวลา 4:38 น.
“ปชป.” จัดเสวนา-รับฟังเสียงผู้นำทางความคิด “ประเทศไทยต้องการอะไร จากพรรคการเมือง” ขณะที่“อลงกรณ์" ถามกลางวง ทำอย่างไรให้ ปชป.ชนะเลือกตั้ง หลังพ่ายแพ้ตลอด33 ปี ด้าน "สุวิทย์" ย้ำ ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องรีเซ็ตทั้งพรรค และประเทศ ขอทำจริงให้สังคมเห็นจะได้ใจไปเอง พร้อมเปิดเวทีคนรุ่นใหม่มีส่วนร่วมสานนคนรุ่นเก่า ส่วน ”อภิสิทธิ์”บอก “ดร. เอ้ -คุณหญิงกัลยา”ไปไกลแล้ว คงไม่กลับ ปชป.
วันที่ 28 ต.ค. 2568 พรรคประชาธิปัตย์ จัดเสวนา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประเทศไทยต้องการอะไร จากพรรคการเมือง โดยเชิญ นายบรรยง พงษ์พานิช ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร นายสุวิทย์ เมษิณทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและะนวัตกรรม และน.ส จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะ กรรมการบริหารและซีอีโอกลุ่ม WHA คอร์ปอเรชั่น ร่วมให้ข้อเสนอแนะโดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวเปิดเสวนา ว่า ที่มาของการจัดงานในวันนี้คือตอนที่มีการประชุมใหญ่เลือกคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคชุดใหม่มาได้ครึ่งทางแล้ว เราพักกินข้าวกล่องกัน และเราพูดว่าสิ่งที่เราต้องการมาทำงาน คือ การเปลี่ยนแปลงสภาพการเมืองที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน สำคัญ 2 เรื่อง คือ ประการแรก เรามองว่าทุกวันนี้เวลาเราอ่านข่าวการเมืองกับข่าวเรื่องอื่น มันเหมือนมี 2 โลกไม่เชื่อมโยงกัน ในขณะที่ทุกคนมีความทุกข์มีความกังวลเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจสังคมไทย แต่การเมืองกลับไม่มาถกเถียงในประเด็นเรื่องที่มีความสำคัญ เราอยากให้การเมืองกลับมาสนใจในเรื่องของภาพใหญ่ของประเทศที่วันนี้ถือเป็นความท้าทายที่สุด เพราะเราต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั่วไป และประกันที่ 2 เราอยากแสดงให้เห็นว่า การเมืองนั้นต้องพร้อมที่จะรับฟัง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ไม่น่าเชื่อว่าวันนั้นที่สนทนากันตอนกินข้าวกล่อง เราขอให้เสนอชื่อวิทยากรด้วยความรวดเร็ว 3 ท่านนี้ปรากฏชื่อขึ้นมาเพราะนอกจากจะเป็นผู้นำทางความคิดแล้วยังเป็นผู้ปฏิบัติจริง เพราะฉะนั้นวันนี้ความตั้งใจคือเราอยากให้ท่านมีอิสระเต็มที่ในการมาบอกกับพรรคการเมืองว่า วันนี้ประเทศไทยต้องการอะไรวันนี้เราต้องการอะไรจากพรรคการเมือง เพื่อที่จะมาช่วยกันแก้ไขปัญหาของประเทศชาติบ้านเมืองต่อไป
จากนั้นวิทยากรทั้ง3 คนได้พูดถึงประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาและแสดงความคิดเห็นในการแก้ปัญหาประเทศ และเปิดให้สมาชิกซักถาม โดยนายอลงกรณ์ พลบุตร ถามวิทยากรว่าจะทำอย่างไร ที่จะทำให้พรรคประชาธิปัตย์ชนะการเลือกตั้ง เพราะ 33 ปี ที่ผ่านมาไม่เคยชนะการเลือกตั้ง
โดยนายบรรยง ไม่ขอตอบ เพราะตอบไม่ได้ ทำให้นายสุวิทย์ ตอบแทนว่า ในฐานะที่อยู่การเมืองมา จิตวิญญาณไม่เคยมอดไหม้ ก่อนชนะเลือกตั้ง ต้องชนะใจประชาชนก่อน ต้องทำให้ประชาชนคิดว่า เราอยู่แบบนี้ไม่ได้ ซึ่งไม่ใช่วาทะกรรม แต่คือความจริงที่ประชาชนไม่ได้เห็น ที่ต้องทำให้เขาคิดถึงลูกและหลานในอนาคต สิ่งแรกคือความตั้งใจ ในการนำเสนอพรรคประชาธิปัตย์ ภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ว่าจะทำอย่างไร จะมาบอกว่า ชนะเลือกตั้ง มันเป็นไปไม่ได้ เพราะโจทย์มี 2 เรื่อง คือ นอกจากรีเซตพรรคประชาธิปัตย์แล้ว ต้องรีเซตประเทศไทยด้วย ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฉะนั้น การชนะการเลือกตั้ง ไม่ได้หมายความว่า เราจะตอบโจทย์นี้ได้ เพราะเรากำลังเปลี่ยนพื้นฐานของประเทศ ดังนั้น ต้องใจเย็น และต้องมองไปไกลๆ ว่าจะต้องบาลานซ์กันอย่างไร
“ถ้าพรรคประชาธิปัตย์เปลี่ยน ผมเชื่อว่าจิตวิญญาณที่มีอยู่ ผสมผสานกับการยอมรับกับการเปลี่ยนแปลง และหากสเต็ปที่ 1 คือการเปลี่ยนพรรคไม่ผ่าน ก็ไม่สามารถเปลี่ยนประเทศในสเต็ปที่ 2 ได้ ดังนั้น ถ้ามีการเลือกตั้งปีหน้า ผมคิดว่า จะทำอย่างไรให้ประชาชนเห็นในสิ่งที่เราเชื่อ โดยที่เรามีการปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อม“นายสุวิทย์ กล่าว
นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านรัฐบาลง่วนอยู่กับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และทะเลาะกับเรื่องเหล่านี้ โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ ที่ต้องให้เวทีเขา ไม่ใช่ปล่อยให้พรรคการเมืองไปกล่อมเกลา ดังนั้น พรรคต้องมีการผสมผสานระหว่างคนรุ่นเก่า คนรุ่นใหม่ เข้าด้วยกัน
”ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์ ต้องคิดจริง ทำจริง อยู่ในทิศทางทีทถูกต้อง ถ้าไปในทิศทางที่ไม่ถูกต้อง ใจร้อนไป คุณก็ตกเหว เหมือนงูในท่อ ประเทศไทยต้องมีท่อไม่เล็กเกินไป จนงูเลื้อยไม่ได้เคลื่อนหรือกว้างเกินไปจนไม่รู้ทิศทาง แต่ต้องวางทิศทางอย่างอิสระ งูจะเลื้อยไปเอง ตนจึงมองว่า พรรคประชาธิปัตย์ หากนายอภิสิทธิ์ยังอยู่ จะไม่มีก๊อกเดียว คงจะมีไปเรื่อยๆ แต่คงไม่ไกลถึงขั้นต้องร้องเพลง ขอเวลาอีกไม่นาน“นายสุวิทย์ กล่าว
จากนั้น นายอภิสิทธิ์ได้ กล่าวขอบคุณวิทยากร และขอฝากการบ้านไว้ 3 ข้อ เริ่มจาก ช่วงก่อนการเลือกตั้งพรรคการเมืองใด ที่พูดนโยบายประชานิยมที่เกินความจริง ขอให้นักวิชาการออกมาตอบโต้ประเด็นเหล่านี้ด้วย ขณะที่ในยุคปัจจุบันเกือบทุกเรื่องมีคำตอบไม่ขาวก็ดำเท่านั้น ซึ่งตนชอบที่นายบรรยง บอกว่ามันมีเรื่องของความพอดีในการผลักดันความเปลี่ยนแปลง แต่ในทางการเมืองขณะนี้ทั่วโลกพรรคการเมืองที่พยายามจะเสนออะไรที่อยู่บนความพอดี แทบจะยืนอยู่ไม่ได้ เพราะถูกความสุดโต่งของทั้ง 2 ข้างถล่มยังมีพลังมาก จึงอยากจะรบกวนว่าผู้นำทางความคิดทั้งหลาย ต้องช่วยให้สติกับสังคม เวลาที่มีประเด็นเหล่านี้
“สุดท้ายก็จะถูกถามกลับว่า วันนี้ท่านจะช่วยบ้านเมืองอย่างไร ดังนั้นเมื่อใจมาแล้ว ถึงจุดหนึ่งคงต้องขอตัวทั้ง 3 ท่านมาช่วยเต็มตัว” นายอภิสิทธิ์กล่าว
อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวได้ถาม นายอภิสิทธิ์ว่า นายบรรยง เสนอให้ เชิญ นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ และคุณหญิงกัลยา โสภณพานิช ประธานที่ปรึกษาพรรคไทย กลับพรรคประขาธิปัตย์มาช่วยเรื่องการศึกษา นายอภิสิทธ์ กล่าวว่า ตอนที่มีข่าวว่าตนจะกลับมา มีโอกาสได้พบกับทั้ง 2 คน ซึ่งคงจะไปไกลแล้ว
z-z1603487247937.jpg)