“บิ๊กเต่า” เผย ความคืบหน้าคดีพระนักเทศน์ชื่อดังวัดนาป่าพง ส่อเข้าข่ายฟอกเงิน
โพสต์เมื่อ : 18 ก.ย 2568 เวลา 14:33 น.
“บิ๊กเต่า” เผย ความคืบหน้าคดีพระนักเทศน์ชื่อดังวัดนาป่าพง พัวพันยักยอกเงินวัดกว่า 12.2 ล้านบาท – โอนเข้าบัญชีหญิงต่างชาติ ส่อเข้าข่ายฟอกเงิน ตำรวจ-ป.ป.ช.-ปปง. เร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด
วันที่ 18 ก.ย.68 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) เปิดเผยถึงทางโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าว The Room44 ถึงความคืบหน้าในกรณีมีการร้องเรียนพระนักเทศน์ชื่อดังจากวัดนาป่าพง จังหวัดปทุมธานี ว่า อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการยักยอกเงินวัดจำนวนกว่า 12.2 ล้านบาท และมีพฤติกรรมโอนเงินไปยังหญิงชาวต่างชาติ หรือ “สีกา” ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงิน
รอง ผบช.ก. ระบุว่า ขณะนี้กองบังคับการปราบปรามอยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด โดยแบ่งการดำเนินคดีออกเป็นสองส่วน ได้แก่ ส่วนที่อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) , ส่วนที่อยู่ในอำนาจของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
ในส่วนของคดีที่เกี่ยวข้องกับ ป.ป.ช. ขณะนี้ได้มีการสอบปากคำพยานสำคัญเป็นที่เรียบร้อย และส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของ ป.ป.ช. แล้ว นอกจากนี้ ยังมีคดีที่มีการยื่นเรื่องร้องเรียนเพิ่มเติมจากทนายความ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการดำเนินการทางการเงินของวัดในช่วงปี พ.ศ. 2556 - 2559 โดยอยู่ระหว่างการสอบสวนของกองปราบปราม
ทั้งนี้ จะเตรียมเรียกผู้เกี่ยวข้องสอบหากพบพิรุธ
ในส่วนของผู้เสียหาย ฝ่ายกฎหมายโดยทนายความนายอนันตชัย มีกำหนดเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันพรุ่งนี้ (19 ก.ย.) เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อคดี ขณะเดียวกันฝ่ายพระซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหา ขณะนี้ยังไม่มีการเรียกสอบสวนโดยตรง เนื่องจากอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบข้อมูลที่ชัดเจนและเข้าข่ายความผิด ก็จะมีการเรียกมาให้ปากคำในลำดับถัดไป
โดยการทำงานนั้น พนักงานสอบสวนให้ความสำคัญกับการตรวจสอบเส้นทางการเงินของวัดเป็นหลัก โดยเฉพาะกรณีที่มีการสั่งโอนเงินจากบัญชีของมูลนิธิในประเทศเยอรมนี ไปยังบัญชีส่วนตัวของพระ ซึ่งอาจเป็นไปตามคำร้องขอของสีกา
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเงินดังกล่าวมีการนำกลับเข้าสู่ระบบของวัดหรือไม่ หรือมีการใช้จ่ายเพื่อวัตถุประสงค์ส่วนตัว ซึ่งอาจขัดต่อหลักกฎหมายและระเบียบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และมาตรฐานบัญชีของวัด (มฐ.)
“การที่วัดมีการขยายสาขาศาสนสถานไปยังต่างประเทศไม่ใช่เรื่องผิด หากดำเนินการอย่างโปร่งใสและมีเอกสารยืนยันชัดเจน แต่ในกรณีนี้เราต้องตรวจสอบว่าเงินที่โอนไปมีการนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ รวมถึงพิจารณาว่าเข้าข่ายการกระทำผิดในทางกฎหมาย เช่น การยักยอกทรัพย์หรือฟอกเงินหรือไม่” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าว
สำหรับหญิงชาวต่างชาติหรือ “สีกา” ที่มีชื่อเกี่ยวข้องกับคดี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สามารถติดต่อพูดคุยได้แล้ว แต่ยังไม่มีการออกหมายเรียกอย่างเป็นทางการ เนื่องจากอยู่ระหว่างการประสานข้อมูลและรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่ต้องการความชัดเจนเพียงพอก่อนจะเชิญบุคคลใดมาสอบสวน
ในส่วนของหลักฐานที่ผู้เสียหายอ้างถึง ขณะนี้ทางตำรวจยังไม่ได้รับเอกสารต้นฉบับ แต่มีการส่งหลักฐานทั้งหมดไปยัง ป.ป.ช. แล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่สอบสวนเห็นเพียงข้อมูลจากคำให้การเบื้องต้นเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการสอบสวนในหลายประเด็น และจะมีการรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมเมื่อมีข้อมูลชัดเจนมากยิ่งขึ้น
z-z1603487247937.jpg)