“บิ๊กอ้อ” เชื่อ “ทนายตั้ม-ภรรยา” ไหวตัวทันเตรียมหนีออกนอกประเทศ
โพสต์เมื่อ : 7 พ.ย 2567 เวลา 19:45 น.
“บิ๊กอ้อ” เชื่อ “ทนายตั้ม-ภรรยา” ไหวตัวทันเตรียมหนีออกนอกประเทศ - เผย ค้น 2 จุดใช้ประกอบพยานหลักฐาน
เมื่อเวลา 16:30 น.วันที่ 7 พ.ย. 67 ที่กองบังคับการปราบปราม พลตำรวจโทอัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ ถึงการจับกุม ทนายตั้มและภรรยา โดยบอกว่าคดีดังกล่าว ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำชับให้ตนเข้ามาดูแล ซึ่งมีการรวบรวมพยานหลักฐานมากพอและมีความแน่นหนาจึงได้ขออนุมัติศาลอาญาในการออกหมายจับ นายษิทรา แก้วบังเกิดหรือทนายตั้ม พร้อมด้วยภรรยา ซึ่งทั้งสองคนโดนข้อหาใกล้เคียงกัน ด้านทนายตั้มโดนในข้อหาฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และ พรบ.การฟอกเงิน เรื่องของการฟอกเงินสมคบฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน ส่วนในตัวภรรยาโดนในเรื่องของร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน ซึ่งในส่วนของอัตราโทษ มีอัตราโทษ 1-10ปี ในวันนี้ต้องดูในเรื่องการสอบสวนและพยานหลักฐาน
เมื่อถามว่าเช้านี้มีการจับกุมกลางถนน เป้าหมายฝั่งผู้ต้องหาจะไปไหน จะหลบหนี้หรือไม่ พลตำรวจโทอัคราเดช เผยว่า ผู้ต้องหาพยายามจะหลบหนีออกนอกประเทศ คาดว่าผู้ต้องหาอาจจะไหวตัวทันว่าจะมีการออกหมายจับ ซึ่งทางตำรวจได้ขออนุมัติหมายจับในเวลา 11:00 น. แต่ทางผู้ต้องหามีการไหวตัวทันและเคลื่อนตัวออกจากบ้านตั้งแต่เวลา 09:00 น. และมุ่งหน้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านฝั่งตะวันออก ในระหว่างทางตำรวจพยายามที่จะติดตามจับ จนสุดท้ายต้องให้ตำรวจทางหลวงและพื้นที่ใกล้เคียงช่วยกันสะกัดจับก่อนที่จะมีการหลบหนีออกนอกประเทศ
เมื่อถามว่าทำไมทนายตั้มจะข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้านมีบุคคลอื่นให้การช่วยเหลือหรือไม่ พลตำรวจโทอัคราเดช เผยว่า ประเด็นนี้ยังต้องมีการสอบปากคำเพิ่มเติม
โดยการออกหมายจับในวันนี้ พบว่าตัวทนายตั้มมีการไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จากกรณีเจ๊อ้อยเงินจำนวน 71 ล้าน ซึ่งทางทนายมีการไปปรากฏตัวตามสถานที่ต่างๆ
ส่วนเรื่องของการจับกุมทนายตั้มมีท่าทีอย่างไร พลตำรวจโทอัคราเดช ระบุว่า ทนายตั้มจำนนต่อหลักฐาน ส่วนที่อ้างว่าจะไปปฎิบัติธรรมก็เป็นคำให้การของผู้ต้องหาที่มีสิทธิ์จะพูด
นอกจากนี้ พลตำรวจโทอัคราเดช ยังระบุเพิ่มเติมว่า นอกจากเคสของเจ๊อ้อย ยังมีผู้เสียหายรายอื่นอีก 3 เคส ที่เตรียมเข้าดำเนินคดีกับทนายตั้ม ซึ่งมีความเสียหายที่แตกต่างกันไป
ส่วนพยานบางปากที่ถูกกันไว้เป็นพยานก่อนหน้านี้ จากการสืบสวนพบว่ามีพฤติการณ์เป็นผู้ร่วมกระทำความผิดกับทนายทนายตั้ม ในประเด็นนี้ยังต้องช่างน้ำหนักตามกฏหมาย
เมื่อถามต่อว่า ผู้ต้องหาเป็นผู้รู้กฎหมายและอาจรู้จักผู้ใหญ่ระดับสูงจะมีผลต่อคดีหรือไม่ พลตำรวจโทอัคราเดช ระบุว่า “ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม”
ทั้งนี้ พลตำรวจโทอัคราเดช เปิดเผยอีกว่า วันนี้มีปฏิบัติการค้นบ้านของทนายตั้มและภรรยา จำนวน 2 จุด จุดแรกคือบ้านเดิมที่จังหวัดสมุทรสาคร และจุดที่สองเป็นจุดที่ผู้ร้องหายนำเงินบางส่วนไปเปลี่ยนแปลงสภาพและซื้อบ้านที่ย่านตลิ่งชัน ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจค้น
z-z1603487247937.jpg)