“นายกฯอิ๊งค์” บอกปรับแผนกระตุ้นศก.ที่เกิดผลสูงสุด อ้างเหตุการณ์แทรกทำให้ต้องชะลอ
โพสต์เมื่อ : 20 พ.ค 2568 เวลา 8:48 น.
“นายกฯอิ๊งค์” บอกปรับแผนกระตุ้นศก.ที่เกิดผลสูงสุด อ้างเหตุการณ์แทรกทำให้ต้องชะลอ กำแพงภาษีใครช่วยพูดได้รัฐบาลยินดี
วันที่ 20 พ.ค. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบทบทวนค่าใช้จ่ายงบประมาณปี 2568 งบกลาง รายการค่าใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน ตามที่รับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจาก ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่ขอให้ทบทวนการกระตุ้นเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจโลก เปลี่ยนเงินก้อนนี้มาลงทุนในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานและลงทุนในมนุษย์ที่เป็นการลงทุนระยะยาว พร้อมกันนี้ครม.ยังเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตรวจและพิจารณาแล้ว พร้อมเอกสารประกอบงบรวม 39 เล่ม และขอให้เสนอสภาผู้แทนราษฎรต่อไป โดยจะพิจารณาวาระ 1 วันที่ 28-30 พ.ค. โดยร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นการกำหนดให้ตั้งงบปี 2569 จำนวนไม่เกิน 3.7 ล้านล้านบาท เมื่อถามว่า ดิจิทัลวอลเล็ตเฟส 1และ2 กระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่ และเฟสที่ 3 ที่มีการชะลอ เพราะไม่มีเงินใช่หรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า สองรอบแรกกระตุ้นในกลุ่มคนเปราะบางและผู้สูงอายุ แต่เมื่อมีเรื่องกำแพงภาษีเข้ามา เราต้องพิจารณาทบทวน ซึ่งข้อเสนอจาก ธปท. และสศช. ให้ทบทวนเรื่องว่าเงินก้อนนี้จะใช้อะไรที่จำเป็นและเร่งด่วนกว่าเรื่องเงินดิจิทัล คือเปลี่ยนรูปแบบไปทำอะไรที่เรียงลำดับความสำคัญ อะไรที่จำเป็น ณ ขณะนี้จะเกิดผลต่อประเทศมากที่สุดและสูงสุด เราจึงต้องทบทวนอันนี้ใหม่
เมื่อถามว่านายกฯใช้คำว่าชะลอ แปลว่ายังหวังดิจิทัลวอลเล็ตอยู่ หรือรัฐบาลไม่กล้าพูดเพราะกลัวกระทบฐานเสียง น.ส.แพทองธาร กล่าวว่าต้องพูดกันให้เข้าใจก่อนว่าตอนนี้มีปัญหามาแทรก เงินก้อนนี้เกิดประโยชน์ตรงไหนสูงสุดเราเน้นที่ตรงนั้น ถามว่าเราไม่บอกว่ายกเลิกถ้าสมมติเรากลับมาทำอีกในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจมันดีขึ้น เราก็หวังว่าอยากจะให้อะไรที่มีประโยชน์สูงสุดในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เมื่อถามย้ำว่าต่อไปจะกระทบกับฐานเสียงหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเวลาหาเสียงเราประเมินสถานการณ์ว่าทำได้จริง แต่ไม่มีใครพูดถึงเรื่องกำแพงภาษีสหรัฐฯไม่มีประเทศไหนคาดคิด ถามว่าเราทำไม่ได้จริงไหมไม่จริง เราทำไปแล้ว ไม่ใช่ว่านโยบายนี้ทำไม่ได้เลย แต่สถานการณ์ที่แทรกมามันสุดวิสัย ครั้งนี้มีเหตุการณ์ใหม่คือเรื่องของภาษีเข้ามามันผ่านไม่ได้ เรื่องนี้เราจะให้สส.ไปทำความเข้าใจกับประชาชน ว่าเงินก้อนนี้เรานำไปทำโครงสร้างพื้นฐานเช่นเรื่องน้ำ ทั้งอุปโภคบริโภค น้ำท่วมน้ำแล้ง เมื่อถามว่าการลงทุนดังกล่าว คนยังมองไม่ออกว่าจะไปต่อกรกับกำแพงภาษีของสหรัฐฯอย่างไร หรือจะเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำหรือไม่ น.ส.แพทองธาร ตอบว่า เงิน 1.57 แสนล้านบาทก้อนนี้ เป็นก้อนที่จะมาจากงบกลาง ต้องใช้ให้หมดในวันที่ 30 ก.ย.นี้ หลังจากวันที่ 30 ก.ย. จะมีนโยบายระยะกลาง ระยะยาวรอรับต่อจากก้อนนี้ เมื่อถามว่าจำเป็นต้องมีโครงการอื่นๆขึ้นมา เพื่อชดเชยความรู้สึกการไม่ได้เงินหมื่นหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เงินที่เราจะลงทุนเป็นโครงสร้างของทั้งประเทศ อาจไม่ได้ลงไปถึงรายบุคคลแต่เป็นภาพรวม ขอความร่วมมือในการสื่อสารว่าเหตุการณ์แทรกขึ้นมามันทำให้เราต้องชะลอในเรื่องนี้ ต้องทบทวนว่าเงินก้อนนี้มันสำคัญ เพราะฉะนั้นเราต้องทำอะไรก่อน เพื่อที่จะกอบกู้ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจไว้
เมื่อถามว่า แสดงว่าตัวที่จะสู้กับกำแพงภาษีอยู่ในเงินกู้ 5 แสนล้านบาทที่กำลังให้คลังดูอยู่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ในนี้มีส่วนหนึ่ง แต่ส่วนที่เห็นชัดๆเป็นรูปธรรมคือเราต้องการให้เงินก้อนนี้ออกมาเป็นรูปธรรมได้ และในเรื่องของภาษีสหรัฐฯอาจจะมีบางส่วนที่ใช่ เมื่อถามว่าการเจรจาภาษีคืบหน้าไปถึงไหนแล้วเพราะเป็นผลกระทบต่อประเทศ ประกอบกับสัปดาห์ที่ผ่านมามีนักธุรกิจใหญ่ไปพบนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ถือเป็นสัญญาณที่ดีหรือไม่แล้วเกี่ยวอะไรกับดีลลับที่เคยพูดหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า พอดี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯไม่ได้เดินทางไป จึงไม่ทราบว่าได้คุยอะไรกัน แต่การเดินทางไปของนักธุรกิจใหญ่ไม่ได้ประสานกับรัฐบาล ก็บอกแล้วว่าเสียดายที่นายทักษิณ ไม่ได้ไป เมื่อถามว่า นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานกรรมการบริหารของกัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ ได้รายงานอะไรให้นายกฯรับทราบบ้างหรือไม่ น.ส.แพทองธาร ตอบว่า ไม่มี ไม่ได้คุยแต่ท่านพูดคุยนายกฯกาต้าร์ว่ามาทักทาย เมื่อถามว่าจะให้นายสารัชถ์ เข้ามาช่วยเจรจาเรื่องกำแพงภาษีด้วยหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เราต้องทำตามระบบก่อนว่าอย่างไรและความจริงไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจใหญ่เจ้าไหน ถ้าเกิดประโยชน์กับรัฐบาลตนว่าทุกฝ่ายควรร่วมมือกันไม่จำเป็นต้องเป็นนักธุรกิจใหญ่ เป็นธุรกิจเล็กก็ได้ถ้าสามารถช่วยรัฐบาลได้ยิ่งดี
z-z1603487247937.jpg)