“นายกฯวิศวกรโครงสร้างประเทศไทย” ลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้น ลั่น ไม่อยากใช้คำว่าถอดบทเรียน เพราะถอดหลายครั้งแล้ว
โพสต์เมื่อ : 15 มี.ค 2568 เวลา 16:10 น.
“นายกฯวิศวกรโครงสร้างประเทศไทย” ลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้น คาด มีเหล็กจุดหนึ่งลักษณะแตกปริออก อาจเป็นสาเหตุ ชี้ ดินมีส่วนเกี่ยวข้อง ลั่น ไม่อยากใช้คำว่าถอดบทเรียน เพราะถอดหลายครั้งแล้ว
วันที่ 15 มี.ค. 2568 ที่บริเวณหน้าด่านดาวคะนอง เป็นพื้นที่โครงการการก่อสร้างโครงการทางพิเศษ สายพระราม3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอก ถล่มเป็นทางยาวซอย 17-25 ด้านศาสตราจารย์อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุสะพานพังถล่มระหว่างการก่อสร้างทางยกระดับพระราม 2 เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา พร้อมเปิดเผยว่า โครงสร้างที่พังถล่ม เป็นตัวคานขวางที่มีความยาวและมีน้ำหนักมาก ระหว่างถล่มเป็นการเทคอนกรีตที่มีน้ำหนักมาก ซึ่งต้องตรวจสอบการออกแบบโครงสร้างที่รองรับ
ศาสตราจราย์อมร กล่าวต่อว่า จากการสังเกตมีโครงเหล็กที่ยึดบล็อกสำหรับเทคอนกรีตเพื่อก่อเสาแตกออกไป จึงต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่า มีการเชื่อมเหล็กชิ้นนี้ถูกต้องหรือไม่ เบื้องต้น พบว่าเหล็กชิ้นนี้มีลักษณะแตกปริออก ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้โครงเหล็กร่วงหล่นลงมา
ส่วนเหตุที่เกิดขึ้นเป็นความประมาทจากบุคคลหรือเป็นเรื่องของวัสดุที่ไม่ได้มาตรฐานนั้น มองว่าจะต้องเก็บข้อมูลไปตรวจสอบประกอบกับการคำนวณแบบวัสดุ เพราะการก่อสร้างมีองค์ประกอบหลายปัจจัยทั้งคน วัสดุ และอุปกรณ์ที่ต้องใช้หลักวิศวกรรมคำนวณว่าได้ตามมาตรฐานหรือไม่
ขณะที่ในเรื่องของดินยอมรับว่ามีปัจจัยที่ส่งผลต่อเหตุในครั้งนี้เช่นเดียวกันเนื่องจากหากฐานวางอยู่บนผิวดินที่ไม่แข็งแรงหรือรับน้ำหนักไม่ไหวก็จะสามารถทำให้โครงสร้างถล่มลงมาได้
พร้อมทั้งอาจจะต้องขอข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบของโครงสร้างและขั้นตอนการทำงานเป็นอย่างไร และจะตรวจสอบวัสดุในเรื่องของการก่อสร้างเพราะจะพิสูจน์ออกมาได้ว่าเรื่องราวนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร
“การก่อสร้างแบบนี้มีละเอียดขั้นตอนเยอะมีทั้งคนทำงาน มีทั้งการออกแบบวัสดุ เครื่องจักร ถ้าจุดใดจุดหนึ่งเราเกิดการพลาดไปและไม่ตรวจสอบให้ดีมันจะเกิดการพังทลายได้แม้ว่าจะเป็นหน่วยงานไหนก็ตาม สามารถเกิดได้หมดดังนั้นการทำงานต้องทำให้เกิดความเข้มข้นและรัดกุมจริงๆ ซึ่งไม่อยากใช้คำว่าถอดบทเรียนเพราะถอดบทเรียนไปแล้วหลายครั้ง “ ศาสตราจราย์อมร
z-z1603487247937.jpg)