“นายกฯ อิ๊งค์” ยันไม่มีปรับ ครม. บอกสไตล์ต่างจากพ่อต้องคุยก่อนให้ชัด
โพสต์เมื่อ : 7 ม.ค 2568 เวลา 10:18 น.
“นายกฯ อิ๊งค์” ยันไม่มีปรับ ครม. บอกสไตล์ต่างจากพ่อต้องคุยก่อนให้ชัด ไม่เขิล “ทักษิณ” พูดก่อนยินดีฟังวิชั่น เล่นตัวเอง บอกนายกฯ ดื้อสุด
วันที่ 7 ม.ค. 2568 ที่ ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯให้สัมภาษณ์ ถึงนโยบายปรับลดค่าไฟ ตรงนี้ถือเป็นหลักประกันเก้าอี้ของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯและรมว.พลังงานด้วยหรือไม่ ว่า อันนี้ไม่ทราบเลยว่าทำไม หลังไมค์เคยคุยกับสื่อเลยด้วยซ้ำ ว่าไม่เคยพูดเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี และยังไม่ได้พูดเลยด้วยซ้ำ คิดว่าอำนาจการปรับคณะรัฐมนตรีเป็นของนายกฯ แต่ตนยังไม่ทราบว่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี นายพีระพันธุ์ ก็พูดคุยกันอยู่เมื่อสักครู่ และก็ไม่มีการจะปรับคณะรัฐมนตรี เมื่อถามว่าที่นายกฯระบุว่ายังไม่ปรับคณะรัฐมนตรีตอนนี้ แต่ก่อนหน้านี้เคยบอกว่าจะเรียกรัฐมนตรีรายบุคคลเข้ามาประเมินผลงานภายใน 3 เดือน น.ส.แพทองธาร ตอบว่า เรื่องนี้เป็นแพลน ต้องโทษตัวดิฉันเองเพราะความจริงอยากคุยตั้งแต่เริ่มเป็นนายกฯ แต่พอหลายอย่างเข้ามา ก็ต้องแยกก่อนว่าแต่ละกระทรวงรับผิดชอบงานหัวข้ออะไรบ้าง ตอนนี้งานของแต่ละกระทรวงข้อนข้างเป็นรูปเป็นร่างเต็มที่มาก ฉะนั้นการเชิญรัฐมนตรีเข้ามาคุยได้แจ้งทุกท่านตั้งแต่ปี 2567 แล้ว เรื่องนี้รัฐมนตรีไม่ตกใจแน่นอน เพราะความจริงเป็นเพียงการอัพเดตว่าสถานะของแต่ละนโยบายทำถึงไหนแล้ว ตนกระจายงานต่างๆให้รองนายกฯแต่ละท่าน แต่ที่อยากเรียกรัฐมนตรีเข้ามาเพราะต้องการทราบว่าคนที่อยู่หน้างานทำอะไรบ้าง จะได้คุยกันได้เพื่อจัดเวลาให้รัฐมนตรีแต่ละท่านในการนำเสนอพูดคุยและขอการสนับสนุนซึ่งกันและกัน ซึ่งจะทำให้เกิดผลเป็นรูปธรรม คิดว่าภายในเดือนนี้จะมีการเชิญรัฐมนตรี 2 กระทรวงมาพูดคุย
เมื่อถามว่าหากแก้ทุนผูกขาดไม่ได้ จะเปลี่ยนคนทำงานแทนอย่างที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯพูดบนเวทีปราศรัยหรือไม่ น.ส.แพทองธาร หัวเราะก่อนตอบว่า ที่นายทักษิณพูด ถ้าฟังดีดีคิดว่าเป็นสไตน์การทำงานของนายทักษิณ ซึ่งไม่เหมือนกับตน คนละแบบกัน การที่เรียกมาคุยดิฉันไม่ได้เรียกมาคุย คือจริงๆแล้วรัฐมนตรีทุกท่านรองนายกฯทุกท่านมีไลท์ส่วนตัวอยู่แล้ว สามารถพูดคุยได้ อ่างกับรมว.พาณิชย์ เรื่องราคาสินค้าพูดคุยกันว่าจะช่วยสินค้าเกษตรนั้นๆอย่างไรได้บ้าง แต่เรื่องผูกขาดราคาทั้งสินค้าอุปโภคและบริโภค อันนี้เป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการไม่อยากให้มีการผูกขาดเกิดขึ้น เป็นสิ่งที่เน้นย้ำไป จากนั้นเป็นขั้นตอนการทำงาน การจะเปลี่ยนตัวอะไรยังไม่มีการพูดถึง เมื่อถามว่าสไตน์การทำงานที่ต่างจากนายทักษิณ แต่การปรับคณะรัฐมนตรีของนายกฯจะเป็น 3 เดือนหรือ 6 เดือน น.ส.แพทองธารตอบว่า “ที่นักข่าวถามสไตล์การทำงานดิฉันแตกต่างจากคุณพ่ออย่างไร ดิฉันจะคุยก่อนและคุยตรงๆว่าสิ่งนี้อยากให้เกิดขึ้นได้ไหมและส่วนกลางจะสนับสนุนเรื่องอะไรได้บ้าง ถ้าพูดไปแล้วไม่เกิดขึ้นเป็นเพราะอะไรต้องคุยกันให้รู้เรื่อง ถ้าละเลยไม่สนใจทำงานมันเห็นได้ถึงเจตนาอยู่แล้วอันนี้คงไม่ใช่ แต่ถ้าเป็นกระบวนการของมันเราเข้าใจได้ เราก็ต้องสนับสนุนให้เดินไปต่อ เพราะการมีเสถียรภาพทำให้งานมันเกิดไม่ว่าจะในกระทรวงหรือในรัฐบาล ทำให้งานต่อเนื่อง ดิฉันคิดว่าดิฉันยังไม่มีแผนที่จะปรับคณะรัฐมนตรี ถ้ามีหรืออย่างไรจะบอกอีกทีแต่ตอนนี้ยังไม่ได้คิดเรื่องดังกล่าวเลย และทุกอย่างต้องดูจากผลงาน”
เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรกับการเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ที่พูดทั้งเรื่องนโยบายและเรื่องการเมือง มองเป็นการบดบังรัสมีของนายกฯหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ตนเข้าใจว่าทุกท่านเวลาที่พูดกันว่า นายกฯตัวจริงบ้าง นายกฯกี่คนบ้าง พอดีดิฉันเป็นลูก ดิฉันไม่ได้เป็นคู่แข่งกับท่าน โตขึ้นมาในบ้านที่ท่านเป็นหัวหน้าครอบครัว การที่ท่านพูดหากเรานำมาประยุคได้มันคือสิ่งดี ทุกอย่างเป็นแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน นักวิชาการ รัฐมนตรี อย่างตัวคุณพ่อเองเคยเป็นนายกฯมาก่อน และประสบความสำเร็จอย่างมาก ดิฉันรับฟังได้อยู่แล้ว และความจริงถ้ารู้สึกไม่แฮปปี่เมื่อไหร่สื่อมวลชนก็ต้องรู้หลังไมค์กันแน่นอน เวลาคนในครอบครัวคุยกันอย่างไรดิฉันก็เป็นแบบนั้น ถามว่ารู้สึกอะไรหรือไม่ที่ท่านพูดออกไป ก็ไม่ มันเป็นสไตน์การพูดของท่าน เมื่อถามย้ำว่าแต่นายทักษิณ พูดนโยบายออกมาก่อนแล้วรัฐบาลมักจะตาม น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า “ก็นั้นคือการคุยกันหลังไมค์ก่อน และตัวดิฉันก็กำหนดไว้ว่าการให้สัมภาษณ์ของตนคือวันอังคารหลังครม.เท่านั้น พอนายทักษิณ ออกไปพูดคุยก่อน ก็เป็นรอบที่ท่านได้พูดก่อน ก็ไม่เป็นไรเพราะประโยชน์อยู่ที่ประเทศถ้ามันเกิดขึ้นจริง และดิฉันไม่ได้กระทบอะไร ไม่ได้รู้สึกว่านายกฯสองคนสามคน แล้วต้องเสียใจหรืออะไร” เมื่อถามอีกว่าเหมือนแบ่งบทกันให้พ่อเป็นฝ่ายบู้ลูกเป็นฝ่ายประนีประนอม น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า สิ่งที่นายทักษิณ พูดหลายอย่างมันก็ไม่ได้เกิดขึ้น หลายอย่างต้องผ่านมติคณะรัฐมนตรี มติพรรค นายทักษิณ เป็นคนมีวิศัยทัศน์คิดต่อยอด ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ท่านไม่ได้ดำรงค์ตำแหน่งอะไรเป็นวิศัยทัศน์ก็เป็นวิศัยทัศน์จะนำมาปฏิบัติหรือไม่อยู่ที่ฝ่ายบริหาร ต้องแยกว่าวิศัยทัศน์เป็นอย่างนั้นฝ่ายบริหารว่าอย่างไรต้องแยกภาพให้ชัด มันไม่ได้กระทบกันทั้งหมดถ้ากระทบเรื่องดีมันก็ดี
เมื่อถามว่าวันนี้ยังไม่มีพรรคไหนดื้อหรือรัฐมนตรีคนไหนยังไม่ผ่านงานใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรมว.กลาโหม ที่ยืนอยู่ด้านหลังน.ส.แพทองธาร ได้หันไปจับแขน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.มหาดไทย พร้อมกับถามว่า “ดื่อรึเปล่า” ก่อนจะตอบเองว่า “มีแต่น่ารักไม่มีดื่อ” ทำให้น.ส.แพทอธาร ถึงกับหัวเราะและบอกว่า “ท่านบอกว่ามีแต่น่ารักไม่มีดื้อสรุปนายกฯดื้อสุด”
z-z1603487247937.jpg)