“ธีรยุทธ” รับปรึกษา “ไพบูลย์” จริงเพียงข้อกฎหมาย รับทำเพียงคนเดียว
โพสต์เมื่อ : 10 ต.ค 2567 เวลา 6:12 น.
“ธีรยุทธ” รับปรึกษา “ไพบูลย์” จริงเพียงข้อของกฎหมาย ปัดมีคนส่งมาร้อง รับทำเพียงคนเดียว ยันไม่ได้ติดต่อกับ "บิ๊กป้อม"
เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2567 ที่ ศาลรัฐธรรมนูญ นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร อดีตทนายความอดีตพระพุทธะอิสระ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนก่อนการยื่นหนังสื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยกเลิกควบคุมสั่งการพรรคเพื่อไทย ถึงกรณียื่นเอกสารหลักฐานต่อศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้นั้นมีความคาดหวังว่าจะเหมือนกับกรณีของการยื่นยุบพรรคก้าวไกลหรือไม่นั้น นายธีรยุทธระบุว่า คาดหวังตามที่รัฐธรรมนูญนั้นกำหนดไว้ส่วนจะเมตตาไต่สวนหรือเห็นเหตุประการใดหรือไม่นั้นเป็นดุลพินิจของศาล
ส่วนกรณีที่ได้การปรึกษา ข้อกฎหมาย กับนายไพบูลย์ นิติตะวัน เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ หรือไม่ เพราะตัวของนายไพบูลย์เป็นผู้ที่มาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวและเป็นคนกำหนดหมายข่าวเอง ซึ่งนายธีรยุทธ ปัดตอบประเด็นนี้พร้อม ระบุว่าสืบเนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ในคำวินิจฉัยศาลเน้นย้ำว่าการกระทำของผู้ถูกร้องปรากฏชัดตามที่วิญญูชน และ สาธารณะชนได้รับทราบ พอได้อ่านคำวินิจฉัยนั้นแล้วคิดว่า ต้องมีการปรึกษากับผู้ที่มีความรู้จึงจำเป็นต้องปรึกษาจากผู้ที่มีประสบการณ์และมีคุณวุฒิและเห็นว่ามีตัวของนายไพบูลย์อยู่ด้วยเป็นคนหนึ่งที่ได้มีการพบปะพูดคุยกันจึงเรียนปรึกษาท่านในบางประเด็นเท่านั้น โดยไม่ได้มีใครอยู่เบื่องหลัง เพราะมีการทำงานเพียคนเดียว
ผู้สื่อข่าวถามเรื่องของภาพหลักฐานกรณีนายทักษิณวัตรกับชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจนั้นว่าการยื่นต่อศาลมีหลักฐานหรือไม่ นายธีรยุทธระบุว่าในส่วนของตนจะนำ เสนอพยานบุคคลซึ่งเป็นประจักษ์พยานที่มีความสำคัญยิ่งกว่าคลิปเสียงเพราะว่าคลิปรูปภาพหรือวิดีโอ ที่ไม่ได้รับการยินยอมจากบุคคลนั้นก็จะถือว่าผิดกฎหมาย และเราไม่ปรารถนาให้เกิดความผิดเกิดขึ้น ส่วนจะมีการเชิญพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย มาเป็นพยานหลักฐานในคดีนี้หรือไม่นายธีรยุทธระบุว่าตนขอไม่ก้าวล่วงศาลเพราะในบบหนึ่งก็เห็นว่านายเสรีพิศุทธ์นั้นได้มีการออกมาดำเนินการในส่วนของท่านแล้ว แต่ตนได้ใช้รายงานของสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) ซึ่งคาดว่าจะมีรายละเอียดและพยานบุคคลรวมถึงพยานเอกสารอื่นๆที่มั่นคงตามระบบราชการอยู่แล้ว ซึ่งระบบการไต่สวนของศาลธรรมนูญมีความเป็นพิเศษกว่าระบบศาลยุติธรรม ท่านมีอำนาจโดยตรงที่จะเรียกเอกสารพยานวัตถุพยานภาพถ่ายจากที่ใดก็ได้ที่เห็นสมควร เราจึงชี้ช่องไปว่ามีรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอยู่และมีเนื้อหาข่าวที่เผยแพร่อยู่ท่านก็อาจจะใช้ดุลพินิจของท่านโดยตรงว่าเห็นสมควรแบบใด
ส่วนวันนี้ที่มายื่นได้มีพยานบุคคลอะไรมาบ้างนั้น นายธีรยุทธ เผยว่าได้นำเรียนแต่ในชั้นคำร้องซึ่งขอสงวนชื่ออยู่และขอเปิดเผยในห้วงถัดไปต่อจากนี้ โดยพยานที่ใช้ในคดีนี้เรามีความคาดหวังอยู่ที่ประมาณ3-4ท่าน แต่ไม่ได้มีการติดต่อคนที่จะมาเป็นพยานซึ่งตนปรารถนาที่จะให้เป็นพยานบริสุทธิ์ ล่วงหน้าการติดต่อล่วงหน้าอาจจะทำให้เกิดความไม่บริสุทธิ์ ส่วนจะให้ศาลใช้อำนาจเรียกพยานหลักฐานให้ข้อมูลหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล ส่วนจะให้ยุบพรรคนั้นไม่อาจทราบได้แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าบริบทบางอย่างในเรื่องนี้กระทบสถาบันหลักทางการเมืองและปรารถนาให้มีการหยุดเสียก่อน ซึ่งเอกสารพยานทั้งหมดที่นำมายื่นในวันนี้ใช้เวลาในการรวบรวมประมาณ2-3เดือน ซึ่งมีการทำไปแก้ไปอยู่เป็นระยะจนได้ข้อสรุปแล้วมายื่นในวันนี้
z-z1603487247937.jpg)