닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopyนุึคต

“ธรรมนัส” โต้ “อนุสรณ์” หยิบเรื่องเก่าโจมตี เหน็บ “กินยาผิดหรือไม่” ลั่น เจอกันสถานีหน้า “พะเยา” ยัน ทุกอย่างที่พูดมีเอกสาร-ผ่านกระบวนการยุติธรรม ทุกขั้นตอน



วันที่ 30 ก.ย. 68 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ วาระเรื่องด่วน 1 คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่มีนาย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในการประชุม

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลุกขึ้นชี้แจงภายหลังถูกพาดพิงอย่างต่อเนื่องจากการอภิปรายของ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.พรรคเพื่อไทย โดยเล่าย้อนถึงความสัมพันธ์ทางการเมืองในอดีต ระบุว่า นายอนุสรณ์เคยกล่าวชื่นชมการทำงานของตน และเคยแสดงความต้องการเข้าร่วมอุดมการณ์กับพรรคกล้าธรรม แต่กลับเปลี่ยนท่าทีมาโจมตีในวันนี้ พร้อมตั้งคำถามเชิงเหน็บแนมว่า “ท่านตื่นมากินยาผิดประเภทหรือไม่” ก่อนทิ้งประโยคเด็ดกลางห้องประชุม “คุณอนุสรณ์ สถานีหน้าที่คุณต้องเจอแน่คือ พะเยา”

ร.อ.ธรรมนัส ย้ำว่า เรื่องที่ถูกหยิบยกมาอภิปรายเป็นเรื่องเก่าที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว ทั้งการถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจหลายสมัย รวมถึงคดีความที่มีการร้องเรียนต่อศาลรัฐธรรมนูญและคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งทั้งสององค์กรมีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 ว่าไม่เข้าข่ายคุณสมบัติต้องห้ามหรือจริยธรรมร้ายแรง อีกทั้ง ป.ป.ช. ยังได้กลั่นกรองข้อกล่าวหาทั้งหมดแล้วและตัดสินยืนยันว่าตนไม่ผิด

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวด้วยว่า “สิ่งที่พูดมามีเอกสารชัดเจน ผมผ่านกระบวนการยุติธรรมทุกขั้นตอน” พร้อมฝากถึงคู่ขัดแย้งและสมาชิกสภาว่า ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนกล่าวหา ไม่ควรหยิบยกประเด็นเดิม ๆ มาสร้างความเข้าใจผิดในสังคม โดยเฉพาะต่อหน้าประชาชนและเยาวชนที่ติดตามการประชุมสภา

ร.อ.ธรรมนัส ยืนยันว่า การเข้าสู่การเมืองของตนไม่ใช่เพื่อสร้างอาชีพ แต่เพื่อแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดในอดีต และทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก เขายอมรับการตรวจสอบทุกรูปแบบ และเคยถูกคุมขังในช่วงการรัฐประหารหลายครั้ง ซึ่งถือว่าไม่ได้น้อยกว่าผู้ที่อ้างว่าเป็นนักสู้เพื่อประชาธิปไตย

ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส เตือนด้วยว่าหากมีการพาดพิงเกินขอบเขตจนสร้างความเสียหาย อาจดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้ที่นำเรื่องไปขยายผลนอกสภา แม้การอภิปรายในที่ประชุมจะได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ

ส่วนนโยบายด้านการเกษตร ร.อ.ธรรมนัส เผยว่า นอกจากการโต้แย้งเรื่องการเมืองแล้ว ธรรมนัสยังตอบประเด็นนโยบายที่เกี่ยวกับเกษตรกร โดยเฉพาะข้อห่วงใยเรื่องการนำเข้าพืชตัดต่อพันธุกรรม หรือ GMO และการปรับปรุงพันธุกรรมแบบจีโนมอีดิตติ้ง หรือ GED

ร.อ.ธรรมนัส อธิบายว่า GMO คือการตัดต่อยีนข้ามสายพันธุ์ ซึ่งอาจสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและผู้บริโภคโดยตรง เป็นสิ่งที่ประเทศไทยไม่ควรยอมรับ แม้บางประเทศจะเปิดกว้าง ขณะที่ GED คือการปรับปรุงพันธุกรรมในสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน ไม่ใช่การนำยีนข้ามสายพันธุ์ ถือเป็นนวัตกรรมที่สามารถแก้ไขปัญหาทางการเกษตร เช่น โรคใบด่างยางพารา จึงสมควรได้รับการสนับสนุน

ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวว่าในสมัยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เมื่อปี 2566 ตนเคยตั้งข้อสังเกตว่าทำไมประเทศไทยห้ามเกษตรกรปลูกพืช GMO แต่กลับอนุญาตให้นำเข้าเมล็ดพันธุ์ GMO จากต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นการเอาเปรียบเกษตรกรไทย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการปรับนโยบายให้เกิดความเป็นธรรม

สำหรับนโยบายตลาดนำนวัตกรรมเสริม ร.อ.ธรรมนัส เผยว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันยังคงสานต่อ นโยบายตลาดนำนวัตกรรมเสริม ที่ริเริ่มในรัฐบาลก่อนหน้า เพื่อช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม ลดหนี้สิน และไม่ต้องทำเกษตรแบบเดิมที่สร้างภาระมากขึ้น พร้อมย้ำว่านวัตกรรมและงานวิจัยจะเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างพันธุ์พืชใหม่ที่ตรงกับความต้องการของตลาด

ในส่วนประเด็นเฉพาะพื้นที่ และการเยียวยาข้าวนาปรังฉะเชิงเทรา ร.อ.ธรรมนัส ยังได้ตอบคำถามของ นางสาวฐิติมา ฉายแสง สส.ฉะเชิงเทรา ที่หยิบยกปัญหาข้าวนาปรัง โดยยืนยันว่าได้สั่งการไปแล้วและจะเร่งผลักดันมาตรการเยียวยาให้สำเร็จโดยเร็ว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวนาในพื้นที่

ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส ประกาศว่า รัฐบาลเตรียมขับเคลื่อนโครงการ Quick Win ในภาคเกษตร เพื่อให้เกษตรกรเห็นผลลัพธ์ชัดเจนในระยะเวลาอันใกล้ ไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มราคาพืชผล ทั้งในพืชไร่ พืชสวน รวมถึงการประมง โดยย้ำว่าทุกนโยบายที่ผลักดันล้วนมุ่งไปที่ประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ