닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopy3ีรึค

“ธรรมนัส”เผย ยังไม่ได้คุย “นฤมล” หลังมีภาพยืนคุย “อนุทิน”แนะสื่อโฟกัสเรื่องบัตรเลือกตั้ง-บาร์โค้ดก่อน โอ่ ก่อนหน้านี้เคยเป็นฝ่ายค้านแล้ว ทำได้ดีด้วย


วันที่ 18 ก.พ.ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.)  ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีภาพนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรค กธ. พูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท.ที่ จ.สงขลา ส่วนตัวได้มีการพูดคุยกับนางนฤมลหรือยัง ว่า ยังไม่ได้คุยกัน พอดีเมื่อคืนมีงานและกลับบ้านดึก 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไม ร.อ.ธรรมนัส ถึงไม่ไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพ ที่ จ.สงขลาเมื่อวันที่ 17 ก.พ. ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนเองยกเลิกตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว เพราะติดงาน  เมื่อถามว่า วันนี้สัญญาณการพูดคุยกันเป็นอย่างไรบ้าง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ยังยืนยันคำพูดว่าไม่มีอะไร สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาก็เป็นไปตามที่นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ภท.แถลง ไม่มีอะไรมากกว่านั้น และในส่วนของพรรค กธ.  วันที่ 19 ก.พ.จะมีการประชุมว่าที่ สส.ก่อนที่ตนเองจะเดินทางไปยุโรป ตอนนี้สมองคิดถึงแต่เรื่องแสงสีเขียว ไม่ได้คิดเรื่องอื่นเลย 

เมื่อถามว่า ตอนนี้มีกระแสข่าวพรรค กธ.จะไม่ได้ร่วมรัฐบาลและไปเป็นฝ่ายค้าน มีคำยืนยันจากพรรค ภท.หรือยัง ร.อ.ธรรมมนัส กล่าวว่า ทุกอย่างมาจากสื่อ ซึ่งสื่อจะได้ยินมาจากแหล่งข่าวคนใดตนก็ไม่ทราบ แต่สำหรับตนอยู่ในที่ตั้ง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนางนฤมล และนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรค กธ.

เมื่อถามว่า ได้พูดคุยกับนายไผ่หรือไม่ หลังจากที่ได้คุยกับนายไชยชนก มีการลงรายละเอียดถึงการแต่งตั้งรัฐบาลว่าอย่างไร ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนไม่เคยออกงานหน้างาน ถ้ามีอะไรจะคุยหลังไมค์กับเพื่อนในสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของหน้างาน แต่ในส่วนของหลังไมค์เชื่อว่ายังไม่มีการคุยอะไรกันลึกซึ้ง สมมุติว่าถ้าตนเป็นแกนนำจะต้องรัฐบาล ตนจะพูดคุยเรื่องต่าง ๆ เพราะมันเร็วเกินไป การพูดมากโดยที่ไม่เห็นรูปร่างของ สส. โดยเฉพาะ สส.บัญชีรายชื่อก็ยังไม่นิ่ง ดังนั้น ควรจะนิ่งก่อน ไม่เช่นนั้นประชาชนจะขาดความมั่นใจในรัฐบาลที่ทำงานอยู่ 

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้พรรค ภท. กับพรรค กธ. ถูกมองว่าเป็นพันธมิตรกัน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ก็เจอกันทุกวันอังคารอยู่แล้ว ทำไมจะต้องไปนั่งคุยกันหน้างาน ส่วนการไปที่พรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงข่าวจับมือร่วมกันนั้น ยืนยันว่าเราไม่เคยทำอย่างนั้น โดย ร.อ.ธรรมนัสได้ย้อนถามสื่อมวลชนว่า “กล้าธรรมเคยทำอย่างนั้นหรอ” 

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรค กธ.จะรอให้พรรค ภท.มาพูดคุยใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เราอยู่ในรัฐบาลสองพรรค คือ พรรค ภท. และพรรค กธ.  ส่วนพรรคอื่นเขาไม่ได้นั่งอยู่ในรัฐบาล ดังนั้น สิ่งสำคัญที่ตนอยากให้สื่อสนใจคือ ปัญหาที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งครั้งนี้ กกต. จะแก้ไขปัญหาอย่างไร ทั้งเรื่องของบัตรเขย่งและบาร์โค้ด ควรสนใจเรื่องเหล่านี้มากกว่าการจัดตั้งรัฐบาล ส่วนรัฐบาลจะมีไวหรือช้าก็ยังมีรัฐบาลคอยบริหารบ้านเมืองอยู่

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนไม่ได้ตัดสินใจลาไปต่างประเทศในสถานการณ์การเมืองแบบนี้ แต่วางแผนมาเป็นปีแล้ว ว่าจะพาครอบครัวไปดูแสงสีเขียว ตนไม่ได้ซีเรียส สังเกตได้ว่าตนจะให้สัมภาษณ์แบบชิล ๆ ไม่ได้เอะอะโวยวายเหมือนสมัยก่อน เมื่อถามว่า หลายคนแซวไปยุโรปครั้งนี้ไปพักใจหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนไปทุกปีในช่วงนี้ เป็นการพักผ่อน วันที่ 19 ก.พ.ตนจึงเลือกประชุมพรรค 

ผู้สื่อข่าวถามว่า การประชุมพรรคจะได้คำตอบที่ชัดเจนหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า การประชุมพรรคเป็นเรื่องปกติ เพราะหลังการเลือกตั้ง เราต้องแสดงความยินดีกับคนที่สอบผ่านและตนต้องพบกับสมาชิกพรรคแถว 2 - 3 ทุกคน เพราะไม่ใช่สอบไม่ผ่านแล้วทิ้งเลย เราไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่ใช่สไตล์ตน ยืนยันว่ายังไม่ได้คุยเรื่องการร่วมรัฐบาล เพราะขณะนี้ยังอยู่ในช่วงบรรยากาศการเลือกตั้ง ดังนั้น เราคงให้ความรู้กับว่าที่ สส. ว่าควรจะระวังอะไรบ้างในการลงพื้นที่ เพราะหลายคนดีใจจนลืมกฎระเบียบ 

เมื่อถามว่า หากพรรค กธ.ไม่ได้คุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะกระทบกับการทำงานของพรรคหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ถ้าเราเอาใจไปผูกไว้กับตรงนู้นตรงนี้ก็จะคิดมาก แต่การเป็น สส.และพรรคการเมืองเราสามารถขับเคลื่อนได้ตลอดเวลา ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ก็มีช่วงที่ตนเป็นฝ่ายค้านและทำได้ดีด้วย 

เมื่อถามย้ำว่า หากพรรค กธ.เป็นฝ่ายค้าน การทำงานของพรรค กธ.ไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ความเป็นนักการเมือง ความสำเร็จอยู่ที่การเลือกตั้ง เมื่อวางเป้าไว้เท่าไหร่แล้วเราได้เท่านั้น ซึ่งตนพูดเสมอว่า จะเป็นตัวแทนของคนฐานรากเข้าไปพูดในสภาฯ ถ้าเป็นรัฐบาลจะนำนโยบายไปขับเคลื่อนเป็นรูปธรรม แต่หากวันหนึ่งเราไม่สามารถเป็นรัฐบาลได้ เราต้องขับเคลื่อนโดยใช้สภาฯ 

ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงกรณีมีสื่อหลายสำนักลงข่าวว่า มีการแบ่งโควตากระทรวงกันแล้วว่า ยังไม่มีการพูดคุยกัน อย่าเอาข่าวไปตีแบบนั้น ตนไม่ทราบว่าไปเอาแหล่งข่าวมาจากไหน แต่สำหรับตนไม่มี


“ธรรมนัส” บอก ไม่มีอะไรในกอไผ่ มีแต่หน่อไม้ หลังปรากฏภาพ ‘นฤมล’ คุยกับ ’อนุทิน’ ชี้ ไม่กังวลการจัดตั้งรัฐบาล แต่กังวลเรื่องบาร์โค้ดมากกว่า  จับตา กกต.หวั่นเลือกตั้งโมฆะ ลั่น ไม่ห่วงนับใหม่พะเยาบอกนับร้อยรอบผลก็เหมือนเดิม

ร.อ.ธรรมนัส ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมเดินทางไปยุโรป ภายหลังการประชุมพรรคกล้าธรรมในวันพรุ่งนี้ โดยระบุว่า การประชุมดังกล่าวจะเป็นการพูดคุยกับพี่น้อง สส. แถวแรก และว่าที่ สส. ก่อน จากนั้นเมื่อเดินทางกลับจากยุโรปแล้ว จะกลับมาพูดคุยกับพี่น้อง สส. แถวสองและแถวสามต่อไป

ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวต่อว่า ในช่วงที่ตนเองไม่อยู่ในประเทศ ได้มอบหมายให้ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม และ นาย ไผ่ ลิคก์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ทำหน้าที่ดูแลและขับเคลื่อนงานของพรรคตามปกติ

เมื่อฝถามว่า หากในช่วงที่ไม่อยู่ในประเทศ มีการหารือเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล จะเป็นไปด้วยความราบรื่นหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวว่า โดยปกติที่ผ่านมา การดำเนินการในลักษณะดังกล่าวเป็นหน้าที่ของหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรคอยู่แล้ว พรรคมีระบบของพรรค และสามารถขับเคลื่อนการทำงานได้ตามกลไกที่วางไว้

ส่วนกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้ง ซึ่งมีหลายประเด็นเกี่ยวข้องกับการดำเนินการของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ร้อยเอกธรรมนัสเปิดเผยว่า ตั้งแต่หลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตนเองได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และมีการสอบถามผู้ที่อยู่ในแวดวงการเมืองและกฎหมายอยู่ตลอดว่า ระหว่างเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล กับเรื่องผลการเลือกตั้งที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือผิดรัฐธรรมนูญ เรื่องใดน่ากังวลมากกว่ากัน โดยย้ำว่า ส่วนตัวกังวลเรื่องผลการเลือกตั้งมากกว่า

ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า หากสมมุติว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาเกิดปัญหาจนถึงขั้นเป็นโมฆะ จะเป็นเรื่องใหญ่และสร้างความยุ่งยากอย่างมาก ซึ่งถือเป็นประเด็นที่น่ากังวลยิ่งกว่าการจัดตั้งรัฐบาล พร้อมระบุว่า พรรคได้ระดมนักกฎหมายของพรรค ปรึกษาผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ และครูบาอาจารย์หลายท่าน โดยเฉพาะอดีตอัยการสูงสุด อดีตตุลาการศาล และอดีตกรรมการการเลือกตั้งหลายท่าน ซึ่งต่างก็แสดงความเป็นห่วงว่า สถานการณ์ในเวลานี้มีความหมิ่นเหม่ หากเป็นประเด็นที่ทำให้การเลือกตั้งถูกวินิจฉัยเป็นโมฆะ จะเป็นเรื่องใหญ่มาก

ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวต่อว่า ภายในพรรคกล้าธรรมเอง ก็มีอดีตตุลาการศาลปกครองสูงสุด ซึ่งอยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรค ได้มีการพูดคุยหารือกันอย่างจริงจังในคืนที่ผ่านมา และเห็นตรงกันว่าสถานการณ์ขณะนี้มีความสุ่มเสี่ยงอย่างยิ่ง

เมื่อถามว่า หากการเลือกตั้งต้องเป็นโมฆะและต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ จะกังวลเรื่องคะแนนเสียงหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ได้กังวลเรื่องฐานเสียงของพรรค แต่กังวลเรื่องการต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ เพราะทุกคนเหนื่อยกันมากแล้ว ตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม ที่มีการประกาศยุบสภา จนถึงวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ เป็นช่วงเวลาที่สั้นและต้องทุ่มเทกำลังอย่างหนัก หากต้องเลือกตั้งใหม่ นักการเมืองก็พร้อมอยู่แล้ว แต่ยอมรับว่าเหนื่อย และเป็นความกังวลที่มากกว่าการจัดตั้งรัฐบาล

ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวด้วยว่า เหตุผลที่ตนเองไม่ค่อยให้สัมภาษณ์ในประเด็นนี้ เพราะไม่อยากพูดจนกลายเป็นการจุดประเด็นใหม่ แต่ยืนยันว่า เป็นความกังวลที่มีอยู่จริง และกังวลมากกว่าประเด็นการจัดตั้งรัฐบาลอย่างชัดเจน

ส่วนกรณีที่ น.อ. อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม เข้าหารือเป็นการส่วนตัวนั้น ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ตนเองมีรุ่นพี่ที่ให้ความเคารพอยู่สองท่าน คือ พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข และ น.อ.อนุดิษฐ์ ซึ่งเป็นบุคคลที่ตนเองปรึกษาหารือมาโดยตลอด และให้ความเคารพรักเสมอ

เมื่อถามถึงเนื้อหาในการหารือว่าเกี่ยวข้องกับทิศทางการเมืองของพรรคหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ความสำเร็จของพรรคกล้าธรรมไม่ได้เกิดจากบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เกิดจากองค์ประกอบของพรรคที่ทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อน ทุกคนมีส่วนร่วม ไม่ใช่การตัดสินใจโดยพลการของตนเองเพียงคนเดียว ดังนั้นเมื่อเริ่มมีสัญญาณของวิกฤต ก็ต้องมีการพูดคุยปรึกษากัน โดยเฉพาะประเด็นที่ตนเองกังวลมากที่สุดในเวลานี้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องการจัดตั้งรัฐบาล แต่เป็นเรื่องกระบวนการเลือกตั้ง

ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวย้ำว่า หากดูจากแววตาของตนเองจะเห็นชัดว่า ไม่ได้กังวลเรื่องตำแหน่งหรือการตั้งรัฐบาล แต่กังวลเรื่องการเลือกตั้งมากกว่า โดยเฉพาะปัญหาเรื่องบาร์โค้ด ซึ่งเกี่ยวข้องกับการนับคะแนน การปกปิดข้อมูล และความปลอดภัยของระบบ หากมีข้อผิดพลาดในประเด็นเหล่านี้ ก็อาจส่งผลกระทบในวงกว้าง และกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ พร้อมฝากไปถึงนักการเมืองทุกคนให้ใส่ใจ เพราะหากต้องเริ่มต้นใหม่ จะเป็นความเหนื่อยล้าของทุกฝ่าย และไม่ควรไปให้ความสำคัญกับการจัดตั้งรัฐบาลจนละเลยปัญหาใหญ่ที่อาจเกิดขึ้น

สำหรับกรณีที่ กกต. มีมติให้นับคะแนนใหม่ในบางพื้นที่ รวมถึงจังหวัดพะเยา ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวว่า จังหวัดพะเยาไม่มีเรื่องที่ต้องกังวล และไม่ว่าจะนับกี่ร้อยรอบ ผลก็ยังเหมือนเดิม พร้อมคาดว่า หากมีการนับใหม่ อาจทำให้พรรคได้ สส. เพิ่มขึ้นอีกหลายเขตด้วยซ้ำ

ทั้งนี้ ร้อยเอกธรรมนัส เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้มีโอกาสพูดคุยกับนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โดยยืนยันว่า ที่ปรากฏภาพนางนฤมลกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ไม่มีอะไรผิดปกติ พร้อมกล่าวติดตลกว่า “ไม่มีอะไรในกอไผ่ มีแต่หน่อไม้”