“ธรรมนัส-นฤมล” แนะ สส. ลงพื้นที่รับใช้ประชาชนก่อนยุบสภา มั่นใจพรรคกล้าธรรมส่งครบทุกจังหวัด
โพสต์เมื่อ : 12 ต.ค 2568 เวลา 10:37 น.
“ธรรมนัส-นฤมล” ลงพื้นที่ จ.นนทบุรี รับฟังปัญหาการศึกษา พร้อมมอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัย แนะ สส. ลงพื้นที่รับใช้ประชาชนก่อนยุบสภา มั่นใจพรรคกล้าธรรมส่งครบทุกจังหวัด เปิดตัวผู้ร่วมอุดมการณ์เร็ว ๆ นี้
วันที่ 12 ต.ค.68 ที่โรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ จังหวัดนนทบุรี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาด้านการศึกษาในจังหวัดนนทบุรี รวมถึงพบปะประชาชนในพื้นที่ พร้อมมอบถุงยังชีพให้แก่กลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย
หลังจากรับฟังข้อมูลปัญหาและข้อเสนอแนะจากคณะครู ผู้บริหารโรงเรียน และภาคประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านการศึกษาของโรงเรียนในพื้นที่ ร.อ.ธรรมนัส และ ศ.ดร.นฤมล ได้ออกจากห้องประชุมเพื่อพบปะกับประชาชนที่มารอต้อนรับบริเวณด้านหน้าโรงเรียน โดยมีประชาชนกว่า 1,000 คน มารอตั้งแต่ช่วงเวลา 12.00 น.
บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและอบอุ่น ประชาชนต่างพากันปรบมือ แสดงความยินดี และถ่ายภาพเก็บบรรยากาศแห่งความประทับใจภายหลังการพบปะประชาชน ร.อ.ธรรมนัส ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยกล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย และให้กำลังใจแก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ปลายน้ำที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเหนือ ทั้งจากแม่น้ำปิง วัง ยม น่าน รวมถึงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งทำให้น้ำไหลหลากลงมาสู่พื้นที่ลุ่มภาคกลาง โดยเฉพาะจังหวัดปทุมธานีและนนทบุรี
"ปีนี้สถานการณ์น้ำท่วมค่อนข้างรุนแรงและต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี จนถึงขณะนี้ หลายพื้นที่ยังคงได้รับผลกระทบ แต่จากการประเมินแนวโน้ม พบว่าน้ำจากทางเหนือจะเริ่มลดลงแล้ว อย่างไรก็ตาม เราได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจนกว่าจะเข้าสู่ฤดูหนาว พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลมีศักยภาพในการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำอย่างเต็มที่" ร.อ.ธรรมนัส กล่าว
สำหรับปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดปทุมธานี ร.อ.ธรรมนัส อธิบายเพิ่มเติมว่า เป็นผลมาจากน้ำทะเลหนุน ซึ่งไปผสมกับน้ำที่ระบายลงมาจากเขื่อนเจ้าพระยา ทำให้บางพื้นที่เกิดภาวะน้ำล้นตลิ่ง เบื้องต้นได้สั่งการให้เร่งซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายโดยเร็วที่สุด และเตรียมมาตรการฟื้นฟูในระยะยาวเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน
ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวถึงสถานการณ์ในภาคใต้ว่า อาจต้องเฝ้าระวังเพิ่มเติม เนื่องจากมีพายุเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่ทางภาคใต้ ตั้งแต่จังหวัดชุมพรไปจนถึงนราธิวาส ซึ่งจะทำให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยรัฐบาลได้มีการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติในทุกภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคอีสาน หรือภาคใต้
"สถานการณ์น้ำในประเทศไทยเป็นปัญหาวนเวียนทุกปี แต่เราจะไม่ปล่อยให้ประชาชนเผชิญความเดือดร้อนเพียงลำพัง รัฐบาลพร้อมดูแลอย่างเต็มที่ และจะทำทุกวิถีทางเพื่อลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด" ร.อ.ธรรมนัส กล่าว
ส่วนกรณีที่ใกล้จะถึงการเลือกตั้งในอีก 6 เดือน และกระแสข่าวเกี่ยวกับพรรคกล้าธรรม ว่า ถึงแม้จะมีการเสนอให้ สส. ที่มีบทบาทในพื้นที่ต่าง ๆ ลงพื้นที่ดูแลประชาชนอย่างมุ่งมั่น แต่ตนเองไม่ขอตอบรายละเอียดเรื่องการวางกลยุทธ์เชิงการเมืองโดยตรง
รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า หากมีการยุบสภาภายในเดือนธันวาคม - มกราคม ตามวัฏจักรมาตรฐาน ผมเห็นว่า สส. ทุกคนควรมุ่งทำงานในพื้นที่ของตนเองอย่างเข้มข้น ทุกวันที่ 12 ตุลาคม วันนี้เป็นโอกาสสำคัญ เพราะอีก 17 วัน จะเป็นช่วงปิดสมัยประชุม สภาผู้แทนราษฎร และหลังจากนั้นจะเข้าสู่ช่วงยุบสภา
ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงแผนการทางการเมืองเพิ่มเติมว่า จะมีผู้สมัครจากหลายภาคส่วน และเราจะประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งในโอกาสที่เหมาะสม พร้อมย้ำว่าโครงสร้างยุทธศาสตร์ของพรรคกล้าธรรมอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ หัวหน้าพรรค ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โดยวางยุทธศาสตร์ให้ สส. ในพื้นที่ลงมือทำงานเพื่อสร้างภาพลักษณ์ว่าเป็นตัวแทนที่ประชาชนสามารถไว้วางใจได้
“เราไม่ได้เลือก สส. ด้วยลักษณะความสวยหรือชื่อเสียงภายนอก แต่เรามองที่การทำงานจริงในพื้นที่” ร.อ.ธรรมนัส กล่าวเพิ่มเติม และในส่วนของ ศาสตราจารย์ ศ.ดร.นฤมล ได้ยืนยันว่า พรรคกล้าธรรมมีการส่งผู้สมัครครบทุกจังหวัดอย่างแน่นอน
z-z1603487247937.jpg)