“ธนพร” มอง ฝ่ายนายใหญ่เล่นแรงกลับดีเอสไอ แปะหมายเตือนสว.ลูกหาบ
“ธนพร” มอง ฝ่ายนายใหญ่เล่นแรงกลับดีเอสไอ แปะหมายเตือนสว.ลูกหาบ ตกเป็นเหยื่อสว.ตัวตึง มองเรื่องนี้จบก่อนปธ.กกต.หมดวาระ
เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2568 รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะ์การเมืองและนโยบาย ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว The Room 44 ถึงกรณีที่กรมสอบสอวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งหมายเรียกให้มาชี้แจง ถึงสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในล็อตแรกทั้ง6 ราย ในข้อหาการกระทำเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ป.การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ว่า ตนเตือนมานานแล้วว่าเกมส์นี้ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องการองค์กรอิสระ คนละครึ่ง แต่พอฝั่งสว.สีน้ำเงิน ไปร้องศาลรัฐธรรมนูญ ร้องสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ก็เลยทำให้เรื่องมันบานปลาย ทำให้อีกฝั่งต้องเล่นแรงกลับ ซึ่งตนก็ทราบมาว่ากลุ่มสว. บางส่วนพยายามวิ่งประสานผู้ใหญ่หลายฝ่ายเพื่อทำให้เรื่องทุเลาลง เพื่อจะได้โยนความผิดไปให้ สว.ลูกหาบหรือสว.ที่เข้ามาแบบไม่รู้ตัว ประมาณ 20-30คน
“พวกสว.วงนอกวันนี้กำลังจะกลายเป็นเหยื่อให้แกงค์ตัวตึงนี้แล้ว วันนี้ไม่มีใครหยุดได้แล้ว ซึ่งปฏิบัติการนั้นเป็นปฏิบัติการรวมกัน ระหว่าง สำนัดงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กับ ดีเอสไอ คดีความนั้นเกี่ยวกับการฮั้วที่เป็นส่วนให้กกต.รับผิดชอบ ซึ่งคนที่เซ็นหมายเรียกนั้นคือกกต. แต่คนที่มีอำนาจเอาหมายไปติดนั้นใช้อำนาจของดีเอสไอ“ อ.ธนพรกล่าว
อ.ธนพร ยังกล่าวอีกว่า นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต. จะพ้นวาระ ในกลางเดือนสิงหาคมนี้ เป็นผลงานที่จะสร้างก่อนหมดวาระ ส่งนนายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. นั้นไม่มีทางแก้ได้ มองว่ายาก เพราะเกมส์ก็เดินมาถึงขั้นนี้แล้ว
ตนมองว่านายทักษิณไม่ได้อยากทะเลาะกับ สว.แต่สิ่งที่ต้องการคือองค์กรอิสระคนละครึ่ง เพราะปีนี้เป็นปีแห่งการสรรหาองค์กรอิสระ มองว่าถ้าสว.สีน้ำเงินเปลี่ยนสีเสื่อในตอนนั้น ก็จะได้นับการดูแลอย่างดี
เมื่อถามว่าจะเป็นเวลากี่เดือนถึงจะจบในเรื่องคดีฮั้วสว. อ.ธนพรเผยว่า ประธานกกต. ก็คงไม่อยากพ้นหน้าที่โดยที่งานยังไม่เสร็จและงานที่เป็นครั้งสำคัญคือเรื่องสว.เพราะฉะนั้นถ้าเราเอาวาระการดำรงตำแหน่งที่จะสิ้นสุดลงมาตามกระบวนการของกกต.น่าจะเสร็จสิ้นก่อนประธานหมดวาระ พอส่งศาลแล้วศาลรับเรื่องก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่
z-z1603487247937.jpg)