닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมาก6

“ธนพร” ชี้ “ประชาชน” ถูก “เพื่อไทย” ต้มไม่รู้จักเข็ด ปมยื่นซักฟอกรัฐบาล แจงพรรคส้มยื่นซักฟอกเท่ากับตระบัตสัตย์เอ็มโอเอ ชี้วิธีแก้เสนอญัตติซ้อนหากเพื่อไทยยื่นก็ยื่นบ้างเพื่อให้ขัดรัฐธรรมนูญ 154



วันที่ 9 พ.ย.68 รศ.ดร.ธนพร  ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะ์การเมืองและนโยบาย ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว THE ROOM 44 ถึงกรณี นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน เผยว่ายังถึงเวลาที่จะยื่นซักฟอกรัฐบาล ว่า ต้นเคยบอกแล้วว่าพรรคประชาชนมีหน้าที่ต้องรักษาเอ็มโอเอซึ่งระบุเรื่องเดียวคือการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งในบทแถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรีทั้ง 8 ข้อก็ระบุไว้ว่าพรรคภูมิใจไทยรักษาเอ็มโอเอไว้ด้วยชีวิตทำให้คำถามถูกย้อนกลับไปที่ที่พรรคสีส้มว่าหากจะฟาดฟันเรื่องสแกมเมอร์แสดงถึงการไม่เอาการแก้รัฐธรรมนูญใช่หรือไม่เพราะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเคยระบุว่าหากยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเมื่อไหร่ก็จะยุบสภาทันที 

ตนมองว่าหักพรรคสีส้มยื่นอภิปรายด้วยพรรคสีแดงก็จะยื่นด้วยทันที รัฐบาลก็แพ้อยู่แล้วซึ่งตนเคยบอกพรรคสีส้มแล้วว่าในบทบาทของฝ่ายค้านก็เข้าใจพรรคสีส้มว่าต้องการรักษาเอ็มโอเอเพราะตัวเองทำให้รัฐบาลล้มก็เท่ากับการตระบัดสัตย์ต่อเอ็มโอเอที่เขียน ซึ่งตนเคยบอกไปแล้วว่าเรื่องนี้ไม่เวิร์คเพราะขณะเดียวกันการทำหน้าที่ฝ่ายค้านของพรรคสีส้มก็ต้องทำเพราะถ้าไม่ทำอภิปรายรัฐบาลไม่ท้วงติงรัฐบาลตัวเองก็จะเสียคะแนนเพราะกลุ่มกองเชียร์ก็อยากเห็นการทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนความคิดของนางสาวศิริกัญญานั้น ตนเข้าใจแต่ปัญหาคือนางสาวศิริกัญญาก็จะไปเคลิ้มตามสิ่งที่พรรคเพื่อไทยไปหลอกไว้ เพราะที่ผ่านมาเราต้องเข้าใจว่าฝ่ายค้านมีสองกลุ่ม กลุ่มที่เป็นฝ่ายค้านตามกฏหมายคือพรรคประชาชน ส่วนกลุ่มที่เป็นฝ่ายแค้นคือพรรคเพื่อไทย ซึ่งพรรคเพื่อไทยพรรคเดียวจำนวนสมาชิกพรรคที่ลงชื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญหนึ่งในห้านั้นเซ็นชื่อครบ ที่บอกว่ายังไม่มีอะไรที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจก็เท่ากับสีส้มโดนสีแดงหลอกว่าสีแดงก็เห็นเหมือนกันกับสีส้มแปลว่าพรรคสีแดงต้มพรรคสีส้มสำเร็จที่ทำให้พรรคสีส้มไม่เชื่อว่าพรรคสีแดงจะกล้ายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายอนุทิน

เพราะในความเป็นจริงพรรคเพื่อไทยไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะไม่ยืดอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อพรรคเพื่อไทยไม่มีเหตุผลที่จะไม่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเพราะนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้นแค้นนายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ถ้าประธานสภาบรรจุวาระการอภิปรายไม่ไว้วางใจพักสีส้มจะอยู่ในสภาก็ไม่ได้ต้องมีบทบาทเข้าไปร่วมด้วย ซึ่งหากตกกระไดพอโจรไปพักประชาชนก็จะต้องโหวตไม่ไว้วางใจนายอนุทินเนื่องจากเป็นฝ่ายค้าน  ถึงพรรค ประชาชนจะเห็นไม่เห็นว่าจะต้องเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจแต่พรรคเพื่อไทยก็ทำได้เพราะฉะนั้นนายอนุทินก็ไม่มีทางเลือกอื่นก็ต้องยุบสภา 

ตนมองทัศนะของพรรคประชาชนว่าสุดท้ายก็ไม่เคยสรุปบทเรียนว่าพรรคเพื่อไทยเคยต้มสีส้มมากี่ครั้งครั้งใหญ่ใหญ่ก็สองครั้ง ครั้งแรกก็ตอนฉีกเอ็มโอยูร่วมตั้งรัฐบาล แทนที่พรรคประชาชนจะสรุปบทเรียนว่าพรรคเพื่อไทยน่าเชื่อถือ ทั้งที่ตัวเองก็เคยสรุปบทเรียนมาแล้ว เท่ากับว่าสีส้มไม่รู้จักหลาบจำที่โดนสีแดงต้มไปเรื่อยๆทั้งที่น่าจะหลาบจำก็เป็นเรื่องที่พักสีส้มถือว่ารู้ว่าเค้าหลอกแต่เต็มใจให้หลอกหรือไม่ แต่มีอยู่กรณีเดียวที่นายอนุทินจะไม่ยุบสภาคือ พรรคเพื่อไทยเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคลเฉพาะร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งแน่นอนว่าตน เชียร์ให้พรรคเพื่อไทยฟื้นความเชื่อมั่นคะแนนเสียงด้วยการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเฉพาะตัวร้อยเอกธรรมนัส ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยไม่มีความหลังอะไรที่จะต้องไปกลัวการสวนกลับของร้อยเอกธรรมนัส 

ตนเข้าใจความอึดอัดของพรรคประชาชน จึงได้เสนอทางแก้คือทันทีที่พรรคเพื่อไทยยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคประชาชนถ้าอยากจะรักษาเอ็มโอเอตามความต้องการของตัวเองไว้ก็ต้องยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจพร้อมกันกับพรรคเพื่อไทย เพื่อให้ญัตติมีสองญัตติจะนำไปสู่การถกเถียงตีความกัน ว่ามีสองญัตติเท่ากับจะอภิปรายกันสองครั้งซึ่งก็แปลว่าจะเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 154 ที่ระบุไว้ว่าอภิปรายไว้วางใจหนึ่งปีทำได้หนึ่งครั้ง ซึ่งกระบวนการนี้จะทำให้การโหวตรัฐธรรมนูญก็ผ่านเรียบร้อยแล้วเพราะการถกเถียงกันใช้เวลากว่า 15 วันมองว่าเป็นเทคนิกทางการเมือง

”อยากแนะนำสีส้มว่าเดินตามสิ่งที่ตนแนะนำเพราะสิ่งที่คิดอยู่ผ่านบทสัมภาษณ์ของนางสาวศิริกัญญา เห็นว่าโดนสีแดงต้มอีกแล้วทำไมไม่รู้จักเข็ด“รศ.ดร.ธนพร กล่าว