닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บ2ัีัะพ

“ทิม”นำทีมดาวกระจาย ลต.ซ่อมพิษณุโลก ตอกรัฐผวาจริยธรรมเกิ๊น ปชน.จ่อแก้กม.  อัด ร่วมรบ.แม้ครอบครัวถูกรปห. สมานฉันท์แค่ชนชั้นนำ 



เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2567  ที่ จ.พิษณุโลก ทัพหาเสียงเลือกตั้งซ่อม สส.พิษณุโลก เขต1  ของพรรคประชาชน (ปชน.) นำโดยอดีตแกนนำ พรรคก้าวไกล(ก.ก.) อย่าง สองอดีตหัวหน้าพรรคก.ก. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ นายชัยธวัช ตุลาธน ขึ้นรถแห่ดาวกระจายรอบเมืองพิษณุโลก ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ให้กับนายณฐชนน ชนะบูรณาศักดิ์ ผู้สมัคร สส. พิษณุโลก เขต 1 พรรคปชน. นายพิธา มั่นใจการเลือกตั้งซ่อม สส.พิษณุโลก นอกจากนี้  ไม่ได้มองว่า เป็นการวัดกระแส หลังจากพรรคก.ก. ถูกยุบ การเมืองเป็นเกมยาว ไม่สามารถที่จะนำผลสนามหนึ่งมากำหนดอนาคต อะไรจะเกิดขึ้นไม่ใช่ปลายทางที่สิ้นสุด และยังมีเลือกตั้งให้ทำอีกเยอะ ไม่รู้สึกว่าจะต้องกดดันตัวเอง ขอทำเต็มที่
สอนมวยน้ำท่วม คนเป็นผู้นำ 

นายพิธา ยังตอบคำถาม กรณีน้ำท่วม จ.เชียงรายว่า เคยอภิปรายว่าเป็นกังวลถึงสถานการณ์น้ำท่วมในปีนี้ ตัวเลขตั้งแต่ที่ตัวเองเป็นสส.มาตลอด 6 ปี ไม่มีปีไหนที่ตัวเองไม่ต้องลงพื้นที่น้ำท่วม เห็นว่าก่อนท่วม ระหว่างท่วม และหลังท่วม ปัญหาอยู่ที่ไหน หากคนที่เป็นผู้นำสามารถเปิดวอร์รูม ที่ไม่ใช่แค่วอร์รูมที่จะไปนั่งกัน แต่ต้องมีการวางแผนการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ก่อนท่วม ระหว่างท่วม และหลังท่วม 

โดยเฉพาะแผนการเยียวยา หลังจากเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว อย่างตัวเองเคยพบชาวอยุธยา นำเอกสารสำหรับการเยียวยามาให้ดู ในนั้นระบุว่า 60 วัน ได้เงินเยียวยา 27 บาท สะท้อนให้เห็นว่า การเยียวยาล่าช้า และการเยียวยาไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ซึ่งถ้าหากรัฐบาลเรียงลำดับให้เป็นแบบนี้ได้ ก็จะผ่อนหนักเป็นเบาได้ ขณะเดียวกันในภาพใหญ่ ต้องการแผนระดับชาติ ในการจัดการด้วยการมองไปข้างหน้าอย่างน้อย 5 ปี

 
เมื่อถามว่า ถึงกรณีที่น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ไม่กล้าลงพื้นที่น้ำท่วม เพราะยังไม่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา นายพิธา ระบุว่า เมื่อวานนี้น.ส.แพทองธาร ก็ลงพื้นที่แล้ว แต่มองว่า การนำจริยธรรมมาลงโทษ ทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ และเห็นได้ชัดว่า รัฐบาลนั้นกังวลเรื่องจริยธรรมล้นเกิน ทำให้เมื่อมาชั่งน้ำหนัก ระหว่างความเดือดร้อนของประชาชน หรือ จะโดนร้อง กลับกังวลว่า จะโดนร้องนั้นสูงกว่า จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวลเพราะจะทำให้ภาวะผู้นำ เกิดวิกฤตทันที โดยเมื่อมองเห็นถึงปัญหา อย่างฝ่ายกฎหมาย  ซึ่งฝ่ายกฎหมายของพรรคปชน. เตรียมแก้ปัญหาเรื่องการใช้จริยธรรม เป็นเครื่องมือทำลายล้างทางการเมือง ให้หายไปจากประเทศไทย



นายพิธา กล่าวถึงกรณีที่น.ส.แพทองธาร ระบุถึงฝ่ายค้าน อย่าเป็นฝ่ายแค้นว่า เมื่อคืนนี้ขึ้นเครื่องบินไฟล์ท เดียวกับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข เสียดายที่มีโอกาสพูดคุยกันน้อยไปหน่อย จะได้พูดกับนายสมศักดิ์ว่า เป็นคู่แข่ง ไม่ใช่คู่แค้น ก็ไม่ได้ไร้เดียงสาทางการเมือง เห็นที่แค้นกันมากเมื่อ 20 ปีก่อนก็เป็นรัฐบาลเดียวกัน หรือที่รัฐประหารครอบครัวตัวเองก็กลับมาเป็นครม.เดียวกัน ขณะนี้เหมือนการสมานฉันท์กันของกลุ่มชนชั้นนำ ควรสมานฉันท์กับประชาชนด้วย การเสาะหาข้อเท็จจริงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หรือ การแก้ไขกฎหมายให้เกิดความรับผิดชอบ กับผู้ที่สังหารประชาชนหรือ ใบอนุญาตที่จะทำให้เกิดการฆ่าคน จะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต แบบนี้ต่างหากที่เป็นการ Set Zeroประเทศเกิดความสมานฉันท์จริง ไม่มีขั้ว และเดินข้ามกันอย่างตรงไปตรงมา แข่งขันกันบนระบบ เป็นสิ่งที่ ก.ก.ในขณะที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มีเสียง 312 เสียง พยายามจะผลักดัน ให้เกิดความเท่าเทียมในการนิรโทษกรรม เสาะหาข้อเท็จจริง และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อไม่ให้มีการรัฐประหาร ก็เสียดายที่โอกาสในการสมานฉันท์กันทั้งประเทศ รวมถึงประชาชน กลายเป็นสมานฉันท์กันแค่ 25 - 30 ที่อยู่ในครม.ตอนนี้