“ทวี” โยนถาม รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ตอบปมคดีตากใบ
โพสต์เมื่อ : 23 ต.ค 2567 เวลา 13:13 น.
“ทวี” โยนถาม รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ตอบปมคดีตากใบ ยืดอายุความได้หรือไม่
วันที่ 23 ต.ค. 2567 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.กระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คดีตากใบใกล้จะหมดอายุความในวันที่ 25 ตุลาคม และสามารถออก พ.ร.ก.ได้หรือไม่ ว่า เรื่องการออก พ.ร.ก. ต้องถามรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง โดยปกติการออก พ.ร.ก.จะมีกระบวนการ หรือการออกกฎมหายเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่มีความจำเป็น ในรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่า กฎหมายจะออกเพื่อเฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะเรื่อง ไม่ใช่การออกเป็นการทั่วไปนั้น จะต้องมีการศึกษาว่าสามารถทำได้หรือไม่
เมื่อถามว่า จะออกทันภายในเวลาที่เหลือ 2 วันหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี เผยว่า อายุความเป็นกฎหมาย พ.ร.ก.จะใหญ่กว่ากฎหมายได้อย่างไร
ส่วนกรณีที่บอกว่า หวังปาฏิหาริย์ นั่น พ.ต.อ.ทวี เผยว่า เท่าที่ทราบทุกหน่วยงานทำงานอย่างเต็มที่ แต่การทำงานในลักษณะนี้เรามีความพยายาม บางครั้งอาจจะประสบความสำเร็จ
เมื่อถามว่ามีแนวโน้มมีสัญญาณที่ดี ที่ได้รับการติดต่อใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า ตนไม่ได้ติดต่อดับใคร เพียงแต่รับทราบจากผู้ไปสืบสวน มีข้อมูลว่าผู้ที่โดนออกหมายจับหลบหนีไปอยู่ที่ไหน แต่เมื่อไปพิสูจน์ทราบแล้ว ข่าวเมื่อวานกับข่าววันนี้ยังไม่ชัดเจน แต่ก็ยังไม่หมดหวัง ยังมีเวลาให้ทำงานให้เต็มที่
เมื่อถามว่าเรื่องนี้อาจกระทบต่อญานเสียงของพรรคในพื้นที่ภาคใต้หรือไม่นั้น พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า วันนี้เราอย่ากังวลเรื่องเสียง เรากังวลเรื่องความยุติธรรม ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่สังคมต้องมาดูให้รอบด้าน เพราะกระบวนการยุติธรรมในเรื่องนี้นั้นที่เขาบอกว่า ”ความล่าช้า คือ ความอยุติธรรม“ แต่ในหัวอกของผู้เสียหาย เรื่องการเยียวยาก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ที่เขาต้องการคือไม่ให้เกิดเหตุการณ์ หากเขาได้ลูกหรือพ่อแม่คืนมาได้ เขาก็ไม่ต้องการเงินเยียวยา แต่เมื่อเหตุการณ์มันเกิดขึ้นแล้ว กระบวนการยุติธรรมก็ดำเนินการไปตามกฎหมายในขณะนั้น และการตรวจสอบ การรื้อฟื้นคดีในครั้งนี้หลังคดีใกล้จะขาดอายุความ ทุกคนก็กังวล หาทางออกว่าจะทำอย่างไรให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปก่อนขาดอายุความ ซึ่งเพิ่งเริ่มช่วงเดือนมกราคม 2567 จนกระทั่งได้ออกหมายจับ ศาลจึงสั่งให้ตำรวจเข้าจับกุม โดยในส่วนของผู้ปฏิบัตินั้นเนื่องจากคดีมีอายุความน้อย ส่วนตัวผู้กระทำผิดก็มองว่าเป็นธรรมดา เพราะหากไปต่อสู้คดีก็อีก 10-20 ปี แต่หากเขาเห็นว่ามีช่องทางเรื่องอายุความเขาก็ต้องหลบไป ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ใช่แค่ข้าราชการ เพราะวันนี้มีหมายจับกว่า 7,000 หมาย แต่จับได้แค่ 4,000 กว่าหมาย ที่เหลือส่วนใหญ่เป็นเรื่องของความมั่นคง ก็หลบไปจนหมายจับขาด เราก็ไม่ว่ากัน แต่เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลที่ต้องช่วยกันจับกุมให้ได้
เมื่อถามต่อว่าหากจับไม่ได้จะเกิดผลอย่างไรกับรัฐบาล พ.ต.อ.ทวี เผยว่า คดีก็ขาดอายุความ รัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยมาโดยประชาชน เชื่อว่าผู้เสียหายเองก็ไม่ได้หวังว่าจะไปทำร้ายผู้ถูกจับ แต่ในฐานะที่ญาติเขาเสียชีวิตก็อยากรู้ว่าความเป็นธรรมตามกระบวนการยุติธรรมเป็นอย่างไร
เมื่อถามว่าหากไม่สามารถจับกุมตัวได้ความรับผิดชอบของรัฐบาลจะมีอยู่แค่ไหน พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เรื่องนี้ผ่านนายกฯ มาเยอะแล้ว ผ่านรัฐบาลมาเยอะ แต่มองว่ารัฐบาลนี้มีความรับผิดชอบด้วยซ้ำ เพราะไม่ต้องการทำไมเรื่องขาดอายุความ เราก็รื้อเรื่องขึ้นมา แต่เมื่อมาถึงกระบวนการยุติธรรมรยังมีศาลซึ่งเป็นองค์กรอิสระ อัยการก็เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ เราไม่สามารถไปแทรกแซงได้
สำหรับเวลาที่เหลือนั้นจะคืนความเป็นธรรมให้กับผู้เสียหายได้อย่างไรนั้น ส่วนตัวคงต้องถามกลับว่า คืนความเป็นธรรมอย่างไร เพราะที่ผ่านมารัฐบาลพยายามคืนความเป็นธรรมตั้งแต่ช่วงเกิดเหตุ และเหตุการณ์นี้ประชาชนสามารถฟ้องร้องเองได้
เมื่อถามย้ำว่า หากเหตุการณ์ดังกล่าว รัฐบาลนิ่งเฉยจนหมดอายุความ จะทำให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้หรือไม่นั้น พ.ต.อ.ทวี ยืนยันว่า จะไม่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น รัฐบาลก็มีความกังวลแต่ก็จำเป็นที่จะต้องปกป้องประชาชนทุกฝ่าย เสียใจต่อประชาชนที่เป็นผู้เสียหาย เพราะพรรคประชาชาติเป็นผู้หยิบเรื่องดังกล่าวขึ้นมา และนำเรื่องเข้ากรรมาธิการเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2566 ให้มีการเรียกหน่วยงานต่างๆ มาให้ข้อมูล ซึ่งสำนวนทั้งหมดยังมีความบกพร่อง ตำรวจทำการชันสูตรพลิกศพ แต่ยังไม่สืบสวนว่าผู้ตายเป็นใครและยังไม่รู้ตัวผู้กระทำความผิด ซึ่งจะต้องสืบสวนภายใน 20 ปีอายุความ และส่วนตัวคิดว่าที่ผ่านมาก็ได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดในระดับนึง
สำหรับผู้ต้องหาบางคนที่หนีไปยังประเทศลาว หากจะตามจับและเทียบกับคดีแป้งนาโหนด จะเร็วกว่าผู้ที่หนีคดีไปยังประเทศอื่นหรือไม่นั้น ส่วนตัวเห็นว่า แต่ละประเทศกฎหมายมีความแตกต่างกัน กระทรวงยุติธรรมเป็นผู้เสียหาย และได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนมาช่วยสนับสนุนข้อมูล ประชาชนสงสัยว่าคนที่เป็นข้าราชการหรือผู้บังคับบัญชา ทุกคนก็จะนำข้อมูลมาให้ที่ตัวเอง
หากไม่สามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ กลุ่มนักเคลื่อนไหว NGO จะไปฟ้องศาลระหว่างประเทศ ส่วนตัวรู้สึกชื่นชม NGO และทุกภาคส่วน เพราะความยุติธรรมเป็นหน้าที่ของทุกคนที่มีส่วนร่วม จึงไม่มีความกังวล รัฐบาลไม่ทำอะไรที่เป็นการช่วยเหลือใคร และไม่มีอคติในการช่วยเหลือใครด้วย จึงอยากให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพราะคิดเสมอว่าเราใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเป้าหมายสำคัญ
เมื่อถามว่าเหตุการณ์นี้เกิดในสมัยพรรคไทยรักไทย ซึ่งจะโยงมาถึงพรรคเพื่อไทยเพราะมีคอนเน็คชั่นเดียวกัน แบบนี้จะให้เกิดความชัดเจนอย่างไร พ.ต.อ.ทวี เผยว่า “ เมื่อความจริงปรากฏความชั่วร้ายจะหายไป เราต้องเอาความจริงมาพูดกัน“
z-z1603487247937.jpg)