닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ1

“ทนายแจม” เผย คอร์สอบรมตำรวจจีนมีบุคคลที่สาม - ผบ.ตร. ควรออกมาชี้แจง เพื่อเรียกความเชื่อมั่น


วันที่ 7 ม.ค. 2568 นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน เปิดเผยถึงกรณีของ “คอร์สอบรมอาสาตำรวจจีน” ที่มีการกล่าวอ้างว่า ถ้าชาวจีนจ่ายเงิน 38,000 บาท ได้บัตร เสื้อกั๊ก หมวก ที่มี “ตราองค์กรหน่วยงานตำรวจ” โดยเปิดเผยว่า ได้รับการประสานงานจากเพื่อนที่เป็นตำรวจ ส่งข้อมูลมาให้ เกี่ยวกับโครงการอบรมอาสาของตำรวจของคนจีน ที่มีความไม่ชอบมาพากล และอาจเกิดการสุ่มเสี่ยงที่นำไปสู่การกระทำผิดกฎหมาย ตนเองจึงช่วยกระจายข่าวเพราะมองว่าอาจเป็นอันตราย เพราะก่อนหน้านี้เคยมีการโพสต์คลิปของคนจีนกลุ่มหนึ่ง ในลักษณะการชักชวนกลุ่มคนจีน ในทำนองว่า “หากต้องการจับโจรในประเทศไทย จ่ายค่าคอร์สอบรมจำนวน 38,000 บาท จะได้บัตรตำรวจ” พร้อมทั้งการรับรองต่าง ๆ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจได้ว่า หากต้องการมาจับโจรแค่จ่ายเงินก็ได้บัตรตำรวจแล้ว โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมทั้งบริษัทกฎหมายรับรองอีกด้วย จนอาจนำมาสู่การเข้าใจผิดได้

ล่าสุด ลอว์เฟิร์ม ออกมาชี้แจงว่าชาวจีนคนที่โปรโมท คลิป ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันเลย แม้ว่าการอบรมดังกล่าวจะเป็นการอบรมจริง ก็ยังไม่ได้มีความชัดเจนว่าใครเป็นผู้ออกแบบหลักสูตรนี้ขึ้นมา นอกจากนี้ยังมีบุคคลที่สาม เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย คือ ประธานสมาคมวิเทศพาณิชย์ไทย-จีน ที่เป็นผู้ที่จัดการอบรมนี้ขึ้นมา ดังนั้น ข้อสรุปเรื่องนี้ใครเป็นผู้เกี่ยวข้องบ้างเพราะหากดูจริง ๆ มีหลายคนที่เกี่ยวข้อง แต่กลับไม่มีใครยอมรับเพราะเกิดประเด็นขึ้นมา 

โดยกลุ่มที่น่าสนใจ คือ กลุ่มบุคคลภายนอกที่เข้าร่วมอบรม ในจำนวน 27 คน ตนเองอยากจะโฟกัสที่บุคคลภายนอก เพราะเป็นบุคคลที่น่าสงสัยที่สุด โดยบุคคลภายนอกอาจเป็นนักธุรกิจจีนเทาหรือไม่ และที่น่ากังวล คือ กลุ่มนักธุรกิจจีนเทา มีลายเซ็นและบัตรตำรวจไปเป็นที่เรียบร้อย แม้ว่าตำรวจจะแจ้งข้อกล่าวหา ว่าเป็นการได้มาแบบไม่ถูกต้องตามกระบวนการ และหลังจากนี้จะมีการเรียกคืนบัตรหรือไม่ ยังไม่มีใครรู้

อย่างไรก็ตามขณะนี้ประเทศไทยเสียหายไปเป็นที่เรียบร้อย รวมถึงสื่อต่างชาติก็ตีแผ่เรื่องราว ว่าประเทศไทยสามารถได้บัตรตำรวจได้อย่างง่ายดาย ซึ่งเรื่องดังกล่าวอาจทำให้ขาดความเชื่อมั่นของนักลงทุน และหากต้องการเรียกคืนความเชื่อมั่นของนักลงทุน ก็ต้องดำเนินการเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา และมีความโปร่งใสที่สุด เพราะหากตำรวจบริสุทธิ์ใจจริง ๆ ก็เป็นโอกาสที่ดีที่จะเรียกคืนความเชื่อมั่น จากการสอบสวนทำคดี และที่สำคัญบุคคลที่ได้รับบัตรตำรวจก็ควรเรียกคืนกลับมาเพื่อไม่ให้นำไปใช้ในลักษณะผิดกฎหมาย

อีกทั้งต้องยอมรับว่าประเทศไทยมีนักลงทุนชาวจีน เป็นจำนวนมาก เมื่อมีนักลงทุนชาวจีนเยอะก็ถือได้ว่าสุ่มเสี่ยง ในด้านธุรกิจหลายรูปแบบ แต่สิ่งที่จะสามารถช่วยลดความเสียหาย คือ การบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นกับนักลงทุน และไม่ให้คนไทยตกเป็นเหยื่อของบุคคลเหล่านี้

ในส่วนของพฤติการณ์ของกลุ่มจีนกลุ่มนี้ เป็นการชักชวน ให้มาร่วมอบรมคอร์สตำรวจอาสาจีน ผ่านแอพพลิเคชั่นจีน ที่สามารถใช้โพสต์เป็นคลิปและรูปภาพในการเชิญชวนต่าง ๆ ซึ่งเท่าที่ทราบมา เมื่อสองวันที่ผ่านมายังมีการโพสต์เชิญชวนในลักษณะนี้อยู่

นางสาวศศินันท์ บอกอีกว่า ในขณะนี้ตนเองยังไม่เห็นการแก้ปัญหาของผบ. ตร. อีกทั้งอยากเห็นการออกมาพูดของ นายกรัฐมนตรี ที่เป็นผู้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยตรง ในการเสนอแนวทาง ป้องกันเหตุดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต และไม่ใช่เพียงแค่การจัดการในเรื่องของคอสอบรมเรื่องนี้เพียงอย่างเดียวแต่ควรดำเนินการ ป้องกันเหตุเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีกด้วย