닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บ2ัีัี

“ทนายวิฑูรย์” เข้าเรือนจำคุย “บอสปัน” ปมเงิน 20 ล้าน จ่อแจ้งความสัปดาห์หน้าข้อหา พยายามกรรโชกทรัพย์ - เผย ตัวแทนดิไอคอนโดนอายัดบัญชีระนาว ขอผู้เสียให้การตามจริง - ยัน ดิไอคอน ทำธุรกิจจริง ไม่ใช่แชร์ลูกโซ่ 




วันที่ 15 พ.ย. 2567 ที่หน้าทัณฑสถานหญิง นายวิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของบอสพอล ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าเยี่ยม ‘บอสปัน’ หรือ ปัญจรัศม์ กนกรักษ์ธนพร ว่า ตนได้เข้าไปอัพเดทกับบอสปันมาใน 2 เรื่อง โดยในขณะนี้กลุ่มตัวแทนของบริษัทที่ไม่ได้เป็นพูดแจ้งความดำเนินคดี และไม่ได้เป็นผู้ต้องหา ซึ่งบางคนเป็นแม่ทีมขายและบางคนไม่ได้เป็นแม่ทีมขาย โดนอายัดบัญชีไปหลายคน ในขณะที่ตัวแทนที่แจ้งความว่าเป็นผู้เสียหายก็ถูกอายัดบัญชีเช่นเดียวกัน ทำให้มีการโวยวายกันในแชทกลุ่มว่าบัญชีธนาคารถูกทางกรมสอบสวนคดีพิเศษทำการอายัด ตนจึงอยากชี้แจงเกี่ยวกับการแก้ไขสถานการณ์ หลังจาก น.ส. กฤษอนงค์ สุวรรณวงศ์ หรือเจ๊พัช ประธานอำนวยการศูนย์ประสานงานส่งเสริมเครือข่ายออนไลน์ ได้โพสต์ข้อความหรือที่เรียกว่ายุทธการดำเนินระเบิด คือ พยายามให้การกับตำรวจ ปคบ. หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่า บริษัทดิไอคอนไม่ได้ทำธุรกิจจริงและเป็นแชร์ลูกโซ่ ซึ่งผลของการถูกตั้งข้อหาแชร์ลูกโซ่จึงทำให้ตัวแทนหลายคนถูกอายัดบัญชี เพราะทางเจ้าหน้าที่เค้าตรวจสอบจากเส้นทางการเงินแล้วเชื่อมโยงถึง ฉะนั้น ตนบอกว่าอะไรที่พลาดไปแล้ว ณ วันนี้ ต้นอยากให้ตัวแทนฝั่งที่เข้าแจ้งความแก้ไขข้อความให้เป็นไปตามความเป็นจริง อย่าเชื่ออะไรมาก เพราะข้อหาแชร์ลูกโซ่ก็เหมือนระเบิด เมื่อระเบิดจริงก็กระทบกันทั้งสองฝั่ง จึงอยากให้เข้าให้การตามจริง เชื่อว่าแต่ละคนก็รู้กันอยู่แล้วว่าบริษัทดิไอคอนไม่ได้ทำธุรกิจเป็นแชร์ลูกโซ่ตามที่ถูกกล่าวหา และทำธุรกิจจริง เพราะตัวแทนทุกคนก็ทราบดีว่าแต่ละครั้งที่มีการสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทไปก็ได้รับสินค้านั้นจริง เพียงแต่อาจเกิดปัญหาการขายสินค้าไม่ได้เท่านั้นเอง ต้นมองว่าอะไรที่ให้การผิดพลาดไปแล้วก็กลับมาแก้ไข ไปในเวลาที่ยังแก้ไขได้ดีกกว่าปล่อยไว้แบบนี้จนถึงวันไปขึ้นศาล ในขณะเดียวกันตัวแทนจากฝั่งดิไอคอนเองก็ต้องเตรียมข้อมูลเพื่อชี้แจงว่าเงินดังกล่าวนั้นได้มาจากการขายสินค้าจริงๆ

นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยกับทางบอสปันถึงกรณีคลิปเสียงเรียกรับเงิน 20 ล้านบาท นายวิฑูรย์  เผยว่า ตนได้ถามบอสปัน ว่า ในการเดินทางไปหานางสาวกฤษอนงค์ นั้นเป็นการไปในฐานะส่วนตัว หรือในนามบริษัท โดยทางบอสปันบอกว่าเขาไปในนามบริษัท เพราะต้องการให้บอสพอลเข้าไปคุยกับนางสาวกฤษอนงค์ แต่บอสพอลดเวยความที่ว่าจ่ายเงินรอบที่แล้วไปแล้วแต่เรื่องไม่จบ และจ่ายเงินให้ยิงเพจผี 300,000 บาท แต่เพจผีก็ยังอยู่ ซึ่งไม่รู้ว่าได้ยิงเพจผีหรือไม่ บอสพอลจึงโกรธและบอกว่าไม่มีความจำเป็นต้องคุย ทางบอสปันจึงเดอนทางไปคุยแทน เพราะไม่รู้ว่าจะมีทางออกแบบไหนบ้าง เนื่องจากตอนนั้นกระแสเริ่มมาแล้ว นั่นเท่ากับว่าบอสปันไปเจอนางสาวกฤษอนงค์ ในฐานะตัวแทนบริษัทดิไอคอน ตนจึงต้องเปลี่ยนทิศทางคดีใหม่ โดยต้องให้บริษัทดิไอคอนกรุ๊ปเป็นผู้ดำเนินคดี ซึ่งต้องให้ทางบอสพอลเป็นผู้เซ็นมอบอำนาจ คาดว่าจะสามารถแจ้งความได้ภายในสัปดาห์หน้า ส่วนข้อหาที่ได้ดูจากเนื้อหาในส่วนต่างๆ นั้น ในหลายหลายถ้อยคำจะเป็นไปในลักษณะข่มขู่ให้เสียชื่อเสียง เช่น ถ้าคุณไม่ทำตามนี้เดี๋ยวพี่หนุ่มจะโจมตี ซึ่งนั่นคือการข่มขู่เพื่อให้เสียชื่อเสียง จึงต้องมาเอาเงิน 20 ล้าน เพื่อให้ได้ไปออกรายการโหนกระแส ซึ่งส่วนนี้จะเข้าข่ายข้อหากรรโชกทรัพย์ แต่เมื่อไม่ได้จ่ายเงินตามนั้นจึงกลายเป็นข้อหาพยายามกรรโชกทรัพย์แทน