“ดีเอสไอ” ล่องเรือใช้คลื่นโซนาร์สำรวจใต้น้ำหาต้นตอบาดแผลที่ขา "แตงโม"
โพสต์เมื่อ : 17 ก.พ 2568 เวลา 8:48 น.
“ดีเอสไอ” ล่องเรือใช้คลื่นโซนาร์สำรวจใต้น้ำหาต้นตอบาดแผลที่ขา "แตงโม" คาด 1 สัปดาห์ได้ข้อมูลทั้งหมด ด้าน "แป๊ะซะ" ลั่น ตอนนี้คนทำผิด คงร้อนๆหนาวๆ
วันที่ 17 ก.พ. 2568 ที่ บ้านเรือเล็ก ภายหลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ได้ปฏิบัติภารกิจล่องเรือสำรวจแม่น้ำเจ้าพระยา ในช่วงครึ่งเช้า ผ่านไป 3 จุดในฝั่งทิศใต้ ประกอบด้วย บริเวณท่าทราย วัดค้างคาว และจรัญสนิทวงศ์ 92 เพื่อสำรวจภูมิประเทศใต้น้ำ และอากาศ โดยจะนำข้อมูลไปประกอบกับการสืบสวนสอบสวนคดีการเสียชีวิตของ “แตงโม นิดา”
นายไกรศรี สว่างศรี ผู้อำนวยการส่วนแผนที่และเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้ ทำด้วยมาตรฐานที่เป็นกลาง เครื่องมือต่างๆ รวมถึงพิกัดต่างๆมีการอ้างอิงจากโครงข่าย GPS ของชาติ ดังนั้นการทำข้อมูลครั้งนี้จะเป็นมาตรฐานอย่างมาก โดยอุปกรณ์สำคัญที่ใช้จะประกอบด้วย 3 ส่วน ส่วนแรก จะใช้เรือสำรวจใต้น้ำและคลื่นโซนาของกรมชลประทาน สำรวจทำให้เห็นภูมิประเทศใต้น้ำทั้งหมด ว่ามีความลึกอย่างไร มีสิ่งกีดขวางอย่างไรบ้าง ส่วนด้านบนกรมชลประทานใช้โดรน ที่มีเลเซอร์ขึ้นไปสำรวจแผนที่ทั้งหมดด้านบนอากาศ และสุดท้ายจะเป็นเครื่องมือคล้ายกับเลเซอร์สแกน แต่เป็นการเก็บแบบละเอียด
โดยเมื่อช่วงเช้าได้ไปลงพื้นที่วัดค้างคาว เป็นจุดที่คิดว่ามีการจอดเรือเป็นระยะเวลานาน ซึ่งได้ไปสำรวจเก็บข้อมูลบริเวณนี้แล้ว บริเวณท่าเรือจะไปถึงประตูน้ำ และได้ข้อมูลมาทั้งหมดแล้ว จากนั้นข้อมูลจากการสำรวจทั้งหมดจะนำมาประมวล โดยใช้ประมาณ 1 สัปดาห์จะได้ข้อมูลพื้นที่เกิดเหตุทั้งหมด หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนจะนำหลักฐานที่ได้จากการสืบสวน ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่ง GPS ของที่เกิดเหตุ ตำแหน่งของสัญญาณโทรศัพท์ ตำแหน่งของกล้องวงจรปิดต่างๆ ก็จะมาอยู่ในระบบทั้งหมดเพื่อที่จะให้เกิดความชัดเจน
ด้าน พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า ผลจากการตรวจจุดเกิดเหตุแล้ว จะทำให้พบข้อมูลว่า บาดแผลขนาดยาวที่เราสงสัยว่าโดนใบพัดเรือ แท้จริงแล้วโดนอะไรกันแน่ บริเวณดังกล่าวมีวัตถุหรือสิ่งก่อสร้างอะไรหรือไม่ที่ทำให้ร่างไปโดนจนเป็นผล ซึ่งสิ่งเหล่านี้โซลาร์ใต้น้ำจะบอกได้ว่า ในบริเวณดังกล่าวมีอะไรที่สงสัยได้หรือไม่
พ.ต.ต.ณฐพล กล่าวว่า ผลการวิเคราะห์ในครั้งนี้จะนำผลทั้งหมดไปให้กับแพทย์นิติเวช ที่เราได้เชิญมาร่วมตรวจสอบ รวม 10 สถาบัน นอกจากนี้ในเส้นทางที่ตรวจทั้งหมดตามลำน้ำต่างๆ ตัวสแกนเนอร์จะเก็บภาพตลอดลำน้ำเจ้าพระยาทั้งหมด ตรงไหนมีกล้องวงจรปิด มีสิ่งที่เรือสามารถส่งคนขึ้นท่าได้ เราจะเก็บมาวิเคราะห์ทั้งหมดและจะนำมาตรวจซ้ำอีกครั้งหนึ่ง เพื่อที่จะมาวิเคราะห์ร่วมกับคำให้การของบุคคลและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
โดยหลังจากนี้ประมาณ 2 สัปดาห์ ผลการวิเคราะห์ต่างๆ ก็จะออกมา พ.ต.ต.ณฐพล บอกว่า จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศ โดยในวันที่ 20 ก.พ. นี้ ตนจะเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับคดีอาชญากรรมคดีหนึ่ง และจะนำผลการสอบคดีแตงโมในครั้งนี้ไปปรึกษาด้วย เพื่อนำมาช่วยตรวจสอบวิเคราะห์ข้อมูลในครั้งต่อไป
ขณะที่นายแป๊ะซะ เพื่อนสนิทของแตงโม เปิดเผยถึงความรู้สึกว่า ใจชื้นขึ้น แต่ก็แอบเสียดายว่าเมื่อสามปีที่แล้วถ้าใช้วิธีการแบบนี้คงจะได้เจอความจริงแล้วแต่พอวันนี้ได้มีการใช้เทคโนโลยีและวิธีการ ก็รู้สึกว่ายังไม่ได้สายไป คาดว่าคนที่อยู่บนเรือตอนนี้น่าจะร้อนร้อนๆหนาวๆบ้างแล้ว
นายแป๊ะซะ กล่าวต่อว่า ตนมีข้อมูลบางอย่างที่เห็นรู้สึกอึ้งและเสียใจแต่ไม่สามารถพูดได้เพราะว่ามันเป็นเรื่องในคดี มองว่าทำไมโมต้องมาเจอแบบนี้และมารู้จักกับคนแบบนี้ด้วย มันแย่มาก ซึ่งสิ่งที่ตนเห็นบอกได้ว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุแน่นอน
z-z1603487247937.jpg)