“ณัฐพงษ์” ยัน หาเสียงเลือกตั้งซ่อมเชียงราย ไม่หวั่นชน “ทักษิณ”
โพสต์เมื่อ : 25 ส.ค 2568 เวลา 7:42 น.
“ณัฐพงษ์” เข้าไต่สวนมูลฟ้อง หลัง "บ.พลังงาน" ฟ้องหมิ่น 300 ล้าน ย้ำมีเจตนาบริสุทธิ์ในการทำหน้าที่ผู้แทน พร้อมเข้าสู่กระบวนการ ชี้ไม่ว่าคดี “นายกฯ” จบอย่างไร จะใช้จำนวน สส. กำกับทิศทางการเมืองในสภาฯ ย้ำเงื่อนไขเดิม “ประชาชน” ยังไม่เปลี่ยนแปลง พร้อมยกมือช่วยผ่าทางตัน-ไม่ร่วมรัฐบาล ยันลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งซ่อมเชียงราย ไม่หวั่นชน “ทักษิณ” หลังมีกระแสข่าวจ่อช่วยหาเสียงหลังพ้นคดี ม. 112
วันที่ 25 ส.ค. 68 ที่ ศาลอาญารัชดา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เข้าไปไต่สวนกรณี บริษัทพลังงานแห่งหนึ่งได้ฟ้องตนและสมาชิกพรรคเป็นจำนวน 300 ล้านบาท ว่าในการขึ้นศาลวันนี้กระบวนการไต่สวนมูลฟ้องยังไม่จบดี เพราะยังเหลือพยานที่จะให้ไต่สวนเพิ่มเติม ซึ่งจะมีการนัดไต่สวนเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 27 ต.ค. 68
โดยความมั่นใจในการสู้คดีนั้น ตนยืนยันมั่นใจว่าเรามีเจตนาสุจริตในการทำหน้าที่ของสภาเพื่อให้เกิดประโยชน์สาธารณะต่อประชาชน ซึ่งจะเป็นอย่างไรนั้นศาลจะให้ความยุติธรรมได้
ส่วนกรณีการอภิปรายนั้นในสภานั้น โดยเฉพาะสส.นั้นจะมีเอกสิทธิ์คุ้มครองให้พ้นจากการฟ้องร้องหรือไม่ นายณัฐพงษ์เผยว่า หลาสยครั้งนั้นการอภิปรายในสภาจะมีประเด็นที่ให้เกิดการฟ้องร้องร้องขึ้นมา ซึ่งคดีของตนที่โดนหฟ้องร้องนั้นเกิดจากการแถลงข่าว ส่วนของนายวรภพและนายศุภโชตินั้นเกิดจากการอภิปรายในสภา ซึ่งในส่วนของผู้ฟ้องร้องนั้นก็มีสิทธิ์ ตนยืนยันว่าเรามีเจตนาสุจริตในการทำหน้าที่ต่อสาธารณะ
“ไม่ได้มีข้อห่วงใยใดๆแต่ตนเองก็พร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการที่ศาลคิดว่าสมควร” นายณัฐพงษ์กล่าว
ส่วนกรณีนี้เป็นกฎหมายที่จะปิดปากไม่ให้พูดถึงหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนไม่สามารถให้ความเห็นได้แต่ประชาชนก็จะมีวิจารณญาณในการติดตามข้อมูลข่าวสารว่าเกิดอะไรขึ้น
ด้านนายนิธิ ละเอียดดี ทนายความของทั้ง 3 สส. เปิดเผยว่า วันนี้เป็นการนัดไต่สวนมูลฟ้อง ศาลจะพิจารณาจากหลักฐานของฝ่ายโจทก์เป็นหลัก ว่าคดีมีมูลสมควรพอที่จะพิจารณารับฟ้องไว้หรือไม่ ซึ่งในครั้งนี้ฝ่ายจำเลยไม่มีสิทธิจะนำพยานของตนเองเข้าไต่สวนต่อศาล ซึ่งจะเป็นกระบวนการในอนาคตหากศาลพิจารณาว่าคดีนี้สมควรรับไว้พิจารณา ก็จะมีกำหนดนัดตอบคำให้การ นัดสืบพยานของทั้งฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยต่อไป แต่ขณะนี้กระบวนการไต่สวนมูลฟ้องยังไม่เสร็จสิ้น ก็ยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะมีการเตรียมพยานหลักฐานอย่างไรบ้าง
เมื่อถามถึงการประเมินแนวโน้มผลวินิจฉัยคดีคลิปเสียงสนทนาของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และสมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาของกัมพูชา ที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 กันยายนนี้ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในเรื่องของการพิจารณาคดีขอให้เป็นเรื่องของศาล ตนเองคงไปก้าวล่วงในข้อคิดเห็นของศาลไม่ได้ ก่อนจะมีคำตัดสินออกมา ส่วนหลังคำตัดสินออกมาแล้ว การเมืองจะเป็นไปในทิศทางใดนั้น ยืนยันว่าพวกเราพร้อมจะใช้จำนวน สส. ในสภาฯ กำกับทิศทางของระบบการเมืองภายในสภาฯ ให้เดินหน้าไปเป็นเสาหลักให้ความมั่นคงกับประชาชนได้
ส่วนหากต้องมีการโหวตเลือกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนใหม่ นายณัฐพงษ์มองว่า ทุกคนที่อยู่ในบัญชีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมือง ทุกคนมีสิทธิตามกฎหมาย
"ส่วนใครที่พรรคประชาชนจะโหวตให้นั้น เป็นไปตามที่เราได้แถลงข่าวไปแล้ว ว่าเราจะไม่ร่วมในการจัดตั้งรัฐบาลแน่นอน หากวันหนึ่งการเมืองไทยจะไปถึงทางตัน สส. ของพรรคการเมืองอื่นๆ ไม่สามารถรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้ ก็จำเป็นต้องรับเงื่อนไขตามที่พรรคประชาชนให้แถลงข่าวไปก่อนหน้านี้" นายณัฐพงษ์กล่าว
นายณัฐพงษ์ย้ำว่า เงื่อนไขต่างๆ ยังคงเป็นไปตามเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เรายืนยันอีกครั้งว่า ณ วันนี้ สิ่งที่สังคมไทยต้องการเป็นอย่างยิ่งคือรัฐบาลที่มีความชอบธรรม เปลี่ยนรัฐบาลที่มีเสียงข้างมาก มีเสถียรภาพมากเพียงพอในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ทั้งปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และการรับมือกับภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา
เมื่อถามถึงการเลือกตั้งซ่อม สส. จังหวัดเชียงราย เขต 7 ที่มีกระแสข่าวว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะลงพื้นที่ช่วยหาเสียง นายณัฐพงษ์ยืนยันว่า ตนเองในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน ก็ต้องไปลงพื้นที่หาเสียงอยู่แล้ว
ทั้งนี้ อยากให้ประชาชนติดตามสนามเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ ยิ่งมีประชาชนติดตามการเลือกตั้งซ่อมมากขึ้นเท่าไร ผลประโยชน์ก็จะตกที่ประชาชนชาวเชียงรายทุกคน
ส่วนคำพิพากษายกฟ้องในคดีมาตรา 112 ของนายทักษิณ จะส่งผลต่อการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้หรือไม่นั้น นายณัฐพงษ์มองว่า เรื่องคำวินิจฉัยของศาล ศาลก็ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาในฐานะฝ่ายตุลาการ ส่วนจะมีผลอย่างไรต่อการเมือง อยู่ที่ประชาชนจะมีความรู้สึกหรือประเมินสถานการณ์อย่างไร
z-z1603487247937.jpg)