“ชูศักดิ์” หวั่น แก้ รธน.ไม่สำเร็จ หลังพบกลุ่มต่อต้านเริ่มเคลื่อนไหว
โพสต์เมื่อ : 29 ก.ย 2568 เวลา 13:8 น.
“ชูศักดิ์” หวั่น แก้ รธน.ไม่สำเร็จ หลังพบกลุ่มต่อต้านเริ่มเคลื่อนไหว - ถาม ใครรับผิดชอบ หลัง MOA ยุบสภา 4 เดือน - มอง รัฐบาลอาจอยู่เกิน 8 เดือน ก่อนได้รัฐบาลชุดใหม่ - ชี้ ครม. ไม่มีแนวทางชัดเจนปมแก้ รธน.
วันที่ 29 ก.ย. 68 ที่รัฐสภา นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายรัฐบาลในการแถลงนโยบาย ว่า เนื่องจากรัฐบาลชุดนี้ไปทำข้อตกลงไว้โดยพรรคการเมืองว่าจะต้องยุบสภาภายใน 4 ดือน นับตั้งแต่แถลงนโยบายต่อรัฐสภา จึงมีความเข้าใจว่ารัฐบาลชุดนี้จะอยู่ได้ 4 เดือน ซึ่งจริงๆ แล้ว 4 เดือนยุบสภาแต่ท้ายที่สุดก็จะต้องมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรภายใน 45-60 วัน หลังจากมีการเลือกตั้งแล้ว กกต.ก็จะมีเวลารับรอง สส.เหล่านั้นภายใน 60 วัน เมื่อรับรอง สส. แล้วท้ายที่สุดก็ต้องมาฟอร์มทีมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งจะใช้เวลานานพอสมควรฉะนั้นที่ว่าเป็นรัฐบาล 4 เดือน ความจริงแล้วมากกว่านั้น อาจจะ 8 เดือนหรือมากกว่านั้น แต่สิ่งที่ได้จากการทำข้อตกลง พิสูจน์ได้ว่าท้ายที่สุดใครคือพรรคการเมืองที่รักษาการในช่วงยุบสภา เราก็ทราบกันดี
รัฐบาลชุดนี้เขียนนโยบาย 15 ข้อ แต่ก็แปลกที่พูดไว้ในนโยบายว่าจะไม่ทำเอนเตอร์เม้นต์คอมเพล็กซ์ ที่มีการพนัน จะไม่ทำการกีฬาที่ผสมด้วยการพนัน เช่นโป๊กเกอร์ ก็เข้าใจดีว่าเรื่องกาสิโนเป็นจุดความเห็นที่แตกต่างกันในช่วงที่ร่วมรัฐบาลกันขณะนั้น ความจริงตนอยากเสนอแนะว่าควรจะพูดกันไปเลยว่าจะไม่ทำ คือ ไม่เข้าไปแทรกแซงเรื่องเขากระโดง ไม่กล่าวหากันว่ามีการฮั้ว สว. จะได้ไม่ต้องมีการมาประท้วงกันในสภาเหมือนที่ผ่านมา หากเขียนไว้ให้ชัดเจนก็คงไม่มีใครมาซักถาม ที่สำคัญที่สุดแปลกใจว่าไม่มีนโยบายเรื่องกัญชาใส่ไว้ใน 15 ข้อ ซึ่งต้องยอมรับว่าเรื่องของกัญชาเสรีเป็นเรื่องที่เราถูกวิจารณ์จากชาวโลกพอสมควร ว่าเมืองไทยเป็นแหล่งผลิตกัญชาจำหน่ายไปทั่วโลกขณะนี้ ทำให้ภาพพจน์ของประเทศไทยในสายตาชาวโลกไม่สู้ดีนัก
นายชูศักดิ์ ระบุว่า วันนี้ตนได้รับมอบหมายมาพูดเรื่องรัฐธรมนูญ สิ่งแรกที่ตนอยากตั้งเป็นข้อสังเกตุ คือ ตนอ่านข้อตกลงที่ไปทำกันไว้ระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชน มี 5 ข้อ ตนพยายามจับดูข้อตกลงและอ่านนโยบายของรัฐบาลที่เขียนไว้ มีความรู้สึกว่าขาดความเชื่อมั่น เรื่องของรัฐธรรมนูญนั้นการขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน ตนไม่แน่ใจว่าท่านมีความจริงใจ จริงจัง ที่อยากจะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จริงๆ หรือไม่
เรื่องข้อตกลงที่ทำไว้มีความยาว 5 ข้อ เดิมไม่มีเรื่องรัฐธรรมนูญ แต่ก็มาเพิ่มในข้อสุดท้าย ตนอยากเน้นย้ำว่าข้อตกลงข้อ 3 ที่เขียนว่าให้มีความร่วมมือของพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยเฉพาะข้อ 3 ที่เขียนว่า คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ พรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย จะเร่งผลักดันร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อกำหนดให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายในวาระของสภาฯ ชุดนี้โดยเร็ว สาระสำคัญคือขอ 3 ผสาน ได้แก่ คณะรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาชน จะต้องร่วมมือร่วมใจกันจัดทำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อนำไปสู่การจัดทำประชามติถามประชาชนตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ครั้นในคำแถลงนโยบายรัฐบาลเขียนไว้ถึงการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็ไม่ได้อยู่ใน 15 ข้อ แต่เขียนไว้ในอารัมภบทว่า รัฐบาลนี้จะสนับสนุนการจัดทำประชามติและการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญโดยรับฟังเสียงของประชาชน ข้อตกลงที่ว่านี้ได้ลงนามไว้ชัดเจน
ตนมีข้อสังเกตุที่ห่วงพอสมควร คือ นโยบายที่เขียนไปกับข้อตกลงไม่สอดคล้องกัน โดยเฉพาะเรื่องของการที่ คณะรัฐมนตรี หรือพรรคการเมืองทั้ง 2 พรรค เหมือนว่าต้องเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อนำมาสู่การพิจารณาของรัฐสภา 3 วาระ ก่อนนำไปสู่การทำประชามติ แต่ตนไม่เห็นว่าท้ายที่สุด ครม.ชุดนี้ได้มีร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่ คำตอบขณะนี้คือพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นพรรคแกนนำก็เสนอร่างขึ้นมาแล้วแต่ยังไม่มีร่างของคณะรัฐมนตรี ตนเข้าใจว่าอาจจะพูดว่ายังบริหารราชการแผ่นดินไม่ได้ จึงไม่สามารถจะมีร่างของคณะรัฐมนตรีได้ และอาจจะมีการไปเปรียบเทียบกับรัฐบาลชุดที่แล้วว่าไม่เห็นมีร่างเลย แต่รัฐบาลชุดที่แล้วแตกต่างจากสถานการณ์ในขณะนี้ โดยรัฐบาลที่แล้วเขาเดินหน้าเรื่องการทำประชามติ 3 ครั้ง แต่ประธานรัฐสภาในขณะนั้นก็ตัดสินใจที่จะบรรจุร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเข้าสภานี้ แต่ท้ายที่สุดก็เกิดการประท้วงจนนำไปสู่การสอบถามศาลรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 ที่ตนย้ำประเด็นนี้ว่าการไม่มีร่างของคณะรัฐมนตรีนั้นมีปรเด็นสำคัญ เพราะท้ายที่สุดวาระที่ 1 วาระที่ 2 และวาระที่ 3 ต้องได้เสียงรัฐสภาเกินกว่ากึ่งหนึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญ
โดยก่อนหน้านี้ตนฟังการสัมภาษณ์ของหัวหน้าพรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาลอยู่ขณะนี้ บอกว่า จะไม่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 เนื่องจากเป็น รัฐธรรมนูญปราบโกง จะรักษาไว้ ไม่เห็นด้วยที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมและจัดทำรัฐธรรมนูญฉับบใหม่ ที่ตนย้ำเพราะท้ายที่สุดหากเราจะผลักดันร่างของทั้ง 3 พรรค คณะรัฐมนตรีมั่นใจได้หรือไม่ว่าทั้คณะจะเห็นชอบกับร่างที่แต่พรรคนำเสนอ ซึ่งการออกมาให้สัมภาษณ์แบบนี้ก็ชัดเจนว่ายังไม่มีแนวทางของคณะรัฐมนตรีว่าจะเห็นชอบหรือไม่
สำหรับข้อวิตกกังวลที่ตนคิดว่าน่าจะเป็นปัญหาอันหนึ่ง นอกจากจำเป็นต้องได้เสียงของรัฐสภาเกินกึ่งหนึ่งแล้ว ยังต้องได้เสียงของ สว. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ตนคิดว่าจะมีการโน้มน้าวให้ สว. มาลงมติให้ผ่านวาระที่ 1 ไปได้เพราะก็มีการถูกกล่าวหาว่าฮั้ว สว.ด้วยกัน ความไม่มั่นใจของตนก็ตั้งเป็นข้อสังเหตุว่าหากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่สามารถนำไปสู่การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ ปัญหาคือเราก็เซ็นข้อตกลงกันยุบสภาภายใน 4 เดือน แต่เราไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เกิดขึ้น แล้วใครจะรับผิดชอบ เรื่องของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นเรื่องที่เราตั้งตารอกันมานาน ที่อยากเห็นกระบวนการ แต่ขณะนี้ฝากประธานรัฐสภาและสมาชิกสภาฯ นอกเหนือจากข้อสังเกตุจากพรรคการเมืองบางพรรคที่เคยยื่นคำร้องต่อศาล รธน. เป็นที่มาของคำววินิจฉัย ท้ายที่สุดก็จะมีกระบวนการต่อต้านไม่ให้มีการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จากบุคคลหรือองค์กรที่เคยต่อต้าน ตนทราบว่าเขาเริ่มเคลื่อนไหวกันแล้ว โดยรวมหากรัฐธรรมนูญฉบับบนี้ทำไม่สำเร็จ เพราะได้เสียงจากรัฐสภาไม่เกินกึ่งหนึ่ง , สว.ไม่เห็นด้วย และเกิดสถานการณ์ใดซ้ำรอยอดีต หรือเกิดกระบวนการต่อต้านอย่างหนึ่ง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็จะไม่เกิดขึ้น แล้วใคจะรับผิดชอบหากเกิดเหตุการณ์นี้
z-z1603487247937.jpg)