닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บcopy

“ชูศักดิ์” ยัน “ทักษิณ” ไม่ได้ครอบงำพรรค มั่นใจ ช่วยหาเสียงทำตามระเบียบ  ชี้ ปชต.ไม่ว่าสูตรไหนชั้นแรกสำคัญสุด

 

เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2567  ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีเข้าให้ถ้อยคำต่อพนักงานอัยการที่สำนักงานอัยการสูงสุด กรณีถูกยื่นคำร้องขอให้พรรคเพื่อไทยหยุดการกระทำที่นำไปสู่การล้มล้างการปกครอง ว่า เดิมคณะทำงานสอบสวนเรียบร้อยแล้ว แต่ท้ายที่สุดอัยการสูงสุดให้สอบเพิ่ม จึงเป็นที่มาให้พรรคเพื่อไทยเข้าให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่าเป็นอย่างไร ตนจึงเดินทางเข้าไปให้ปากคำเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อให้อัยการสูงสุดส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ภายในวันที่ 8 หรือ 15 พ.ย. เพื่อประกอบการวินิจฉัยว่าจะรับหรือไม่รับคำร้อง ตนยังไม่มั่นใจ แต่ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน เมื่อถามว่าการที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯเริ่มเคลื่อนไหว ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ดีขึ้นทางคดีที่ถูกร้องอยู่หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ต้องแยกกันระหว่าง คดีของศาลรัฐธรรมนูญ ทุกคนทราบว่าผู้ร้องคือใคร และร้องประเด็นใด เป็นการร้องตามมาตรา 49 ว่าด้วยการล้มล้างการปกครอง แต่พรรคเพื่อไทยดูแล้วคำร้องทั้งหมดไม่เข้าตามมาตราดังกล่าว ขอใช้คำง่ายๆว่าทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายมันมั่ว คำชี้แจงของเราจะเป็นอย่างไรก็ว่ากันไป ส่วนศาลรัฐธรรมนูญจะรับหรือไม่ผลก็ยังไม่ทราบ สำหรับคำร้องอีก 1 เรื่องที่ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในเรื่องการครอบงำพรรคของนายทักษิณ ตนยืนยันว่าไม่ใช่ การครอบงำอะไร 



เมื่อถามถึงกรณีที่นายทักษิณ จะขึ้นเวทีปราศรัยช่วยผู้สมัครหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ.ที่จังหวัดอุดรธานี สามารถทำได้หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่าที่ผ่านมากกต.ก็อนุญาตให้บุคคลประเภทนี้ที่เขาเรียกว่า ผู้ช่วยหาเสียง นายทักษิณทำมาตั้งนานแล้ว เป็นประเภทเดียวกับ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษาของนายกฯ ตามระเบียบทำได้ เนื่องจากไม่มีการกำหนดคุณสมบัติ ที่ผ่านมานายทักษิณก็เป็นผู้ช่วยหาเสียงตั้งแต่การเลือกนายก อบจ.ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ส่วนการแจ้งต่อกกต.เป็นเรื่องของผู้สมัคร เมื่อถามว่า การที่นายทักษิณลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร นายก อบจ.อุดรธานี จะเป็นการชิงพื้นที่จากพรรคประชาชนหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์เหล่านี้เป็นเรื่องของพรรคว่าคิด แต่ จ.อุดรธานีเป็นจังหวัดที่สำคัญของพรรคเพื่อไทย ผู้สื่อข่าวถามว่า จากนี้จะเห็นนายทักษิณ ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงบ่อยขึ้นหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของดุลยพินิจของนายทักษิณ เมื่อถามย้ำว่า กังวลหรือไม่ว่า หลังจากนี้จะมีบรรดานักร้องนำเรื่องดังกล่าวไปร้องเรียน นายชูศักดิ์ กล่าวว่า  ไม่ได้กังวลอะไร เพราะตามระเบียบทำได้และเคยทำมาแล้ว ไม่ต่างอะไรกับหลายคนที่เป็นผู้ช่วยหาเสียงให้กับพรรคการเมือง และพรรคเพื่อไทยมีบุคคลประเภทนี้มาก เพราะโดนกระทำมาเยอะ

ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายนิกร จำนง เลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ร่วมกันระหว่าง สส.และสว.เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประชามติ เสนอให้ทำประชามติชั้นครึ่งว่า ตนก็ไม่เข้าใจเพราะจริงๆจะสองชั้นหรือชั้นครึ่ง เรื่องใหญ่มันอยู่ที่ชั้นแรก ที่ระบุว่าต้องมีคนมาใช้สิทธิเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ เป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพราะถ้าใช้วิธีเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิเท่ากับว่าคนที่ไม่มาใช้สิทธิหรือไม่ประสงค์จะลงคะแนน จะถูกนับไปด้วยว่าเป็นคนไม่เห็นชอบ เท่ากับค้านการทำประชามติ เราถึงบอกว่ามันไม่ควรมีควรเอาเสียงข้างมากธรรมดา เป็นเรื่องที่พรรคเพื่อไทยยืนยันจุดนี้แล้วสภาฯก็ยืนยันจุดนี้แบบเอกฉันท์ ให้ใช้เสียงข้างมากธรรมดา ที่นายนิกร พูดว่าชั้นครึ่งนั้นก็ไม่ทราบ แต่เห็นว่ามันก็ไม่ได้ต่างอะไรกัน ส่วนตัวให้ความสำคัญกับชั้นแรกมากกว่า เมื่อถามว่าเรื่องนี้ต้องคุยกันอีกทีหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของกมธ. แต่พรรคเพื่อไทยมุ่งมั่นเพราะเรามีนโยบายไปแล้วว่าจะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เราอยากจะผลักดันเต็มที่ แต่จะผลักดันได้มากน้อยแค่ไหนค่อยว่ากันอีกที เมื่อถามว่า จะทันในรัฐบาลชุดนี้ใช่หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่าจะพยายามทำให้ดีที่สุด ทันหรือไม่ทันอย่างไรค่อยว่ากันอีกที แต่พยายามอย่างน้อยที่สุดได้แสดงความตั้งใจว่ารัฐบาลนี้ต้องการจะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยกระบวนการสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)