닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopyุภ-

“ชูวิทย์” เปรียบการเมืองไทยเป็น “ศึกสามก๊ก” ส้มคือเล่าปี่ – น้ำเงินคือโจโฉ – แดงคือซุนกวน  แฉ ข้อตกลงการเมืองไม่ใช่เพื่อประชาชน แต่คือยุทธศาสตร์สะสมเสบียงก่อนศึกเลือกตั้งใหญ่



เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2568 ที่ผ่านมา ณ เวทีความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว ณ หอประชุมธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ช่วงหนึ่งได้มีการเชิญ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ขึ้นพูดถึงการเมืองไทยด้วย ซึ่งวันนี้ นายชูวิทย์ ได้มาเปรียบการเมือง 3 พรรคใหญ่ ส้ม น้ำเงิน แดง เป็น ศึกสามก๊ก ซึ่งนายชูวิทย์ กล่าวขอบคุณ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่เชิญตนมาพูด ในขณะที่ร่างกายไม่สมบูรณ์นัก

โดย นายชูวิทย์ ได้ใช้วรรณกรรมสามก๊กอธิบายภูมิทัศน์การเมืองปัจจุบัน


โดยเปรียบ เล่าปี่ เป็น พรรคส้ม ที่ยึดอุดมการณ์และการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ขาดประสบการณ์ แม้จะเป็นคนซื่อสัตย์ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ส่วน โจโฉ เป็นพรรคสีน้ำเงิน ที่ชำนาญกลยุทธ์และการสะสมกำลัง ขณะที่ ซุนกวน คือพรรคสีแดงที่พึ่งพาเครือข่ายและการสืบทอดอำนาจ แต่มีความลังเลในบางจังหวะ

นายชูวิทย์ มองว่า การจับมือข้ามสายพันธุ์ ระหว่างพรรคส้มกับพรรคน้ำเงิน ภายใต้คำอธิบายเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญและยุบสภา ไม่ใช่เพื่อประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก แต่เป็นการสร้างเวลาให้ทั้งสองฝ่าย สะสมเสบียงทางการเมือง และเตรียมกำลังสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า พร้อมตั้งข้อสงสัยว่า การแก้รัฐธรรมนูญ มักเอื้อกลไกทางการเมือง มากกว่าประชาชน

นายชูวิทย์ ยังกล่าวถึงแนวคิดทดลองงาน 4 เดือน ให้พรรคส้มเข้าบริหารกระทรวงหลัก เช่น กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการคลัง เพื่อพิสูจน์ศักยภาพฝ่ายบริหารต่อสาธารณะ โดยเห็นว่าหากทำผลงานได้จริง คะแนนนิยมจะเพิ่มขึ้น แต่หากไม่เข้าร่วมบริหาร ก็ยากจะพิสูจน์ข้ออ้างเรื่องความเปลี่ยนแปลง

สำหรับเกมอำนาจเบื้องหลัง นายชูวิทย์ ระบุว่า ปรากฏการณ์ ดูด สส.งูเห่า และการจัดวางบุคคลในตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นกลไกสะสมศักยภาพของฝ่ายที่ได้เปรียบ

ข้อตกลงทางการเมือง (MOA) เป็นเพียงกรอบทางการสื่อสาร ไม่ใช่ข้อผูกพันตามกฎหมาย โดยทั้งหมดเป็น ความเห็นและการตีความของผู้พูด ต่อท่าทีและการเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่าง ๆ

ส่วนแนวโน้มผลการเลือกตั้งในสมัยหน้า นายชูวิทย์ มองว่า พรรคส้มไม่น่ากลับไปถึงจุดสูงสุดเดิม เนื่องจากเน้นวาระแก้รัฐธรรมนูญมากกว่าผลงานรูปธรรม ประกอบกับไม่ได้เข้าบริหารเพื่อพิสูจน์ศักยภาพให้ประชาชนเห็น

ขณะที่ พรรคน้ำเงินมีแนวโน้มแข็งแรงขึ้น เพราะใช้ช่วง 4 เดือนแรก และไทม์ไลน์ กกต. ราว 2 เดือนก่อนเลือกตั้ง เป็นหน้าต่างเวลา 6–8 เดือนในการจัดวางกำลังคนและดูดงูเห่าเพิ่มพลัง ส่วน พรรคสีแดงยังยืนด้วยเครือข่ายเดิม แต่อาจพลาดแต้มสำคัญในพื้นที่สวิงหากยังลังเลและเชื่อใจคนง่าย