닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopy2ัีรุึ

“ชูวิทย์” ซัดเดือด! ‘สนิมส้ม’ ไม่ได้มาจากศัตรู แต่มาจากเนื้อในพรรคเอง ชี้พรรคส้มเปลี่ยนอุดมการณ์เป็นทางลัด ตั้งตัวเป็นพระเอก ผูกขาดความหวังประชาชน




วันที่ 8 ม.ค. 2569 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โพสต์ข้อความ ระบุว่า  สนิมส้ม เกิดจากเนื้อในส้ม อุดมการณ์ทางลัด ไม่ใช่พรรคส้มจะเปลี่ยนการเมืองไทย แต่การเมืองไทยได้เปลี่ยนพรรคส้มไปแล้ว นี่ไม่ใช่หาว่าผมพูดโจมตีพรรคส้มแต่คนพูดคือ “หมอนิว” (กัลยพัชร รจิตโรจน์) ที่ทุ่มเทให้พรรคทั้งแรงกายและแรงใจ หมอนิวพูดว่า“คุณมองตัวเองในกระจกบ้างไหมว่าคุณเปลี่ยนไปแค่ไหน คุณลืมไปแล้วใช่ไหมว่าคุณเข้ามาการเมืองเพื่ออะไร ที่สำคัญ คุณเปลี่ยนมิตรให้เป็นศัตรู ทำให้เราเสียแนวร่วมเรื่อยมา เพราะมีแกนนำท่านหนึ่งพูดว่า ยังไงประชาชนก็ต้องเลือกเรา เพราะเขาไม่มีทางอื่นแล้วประชาชนไม่ใช่ของตายค่ะ ดิฉันขอยืนยันตรงนี้ ในฐานะประชาชนคนหนึ่งในวันนี้ ผลการตัดสินอยู่ที่ประชาชนค่ะ”นั่นคือสิ่งที่หมอนิวสะท้อนความรู้สึกถึงพรรคส้ม ในฐานะอดีต ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคแท้จริงแล้ว สนิมที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้มาจากใครที่ไหน กลับกลายเป็นสนิมเนื้อในของพรรคส้มเสียเอง เมื่อหมอนิวมาด้วย “อุดมการณ์” ไม่ได้ถูกซื้อมาเหมือนที่พรรคอื่นๆ ทำ จึงก้าวออกไปจากพรรค เมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงของพรรคส้มที่ไม่สามารถหลีกหนี “สัจธรรม“ ของการเมืองได้ ในฐานะที่ผมเคยเป็น”ผู้สนับสนุน“ พรรคส้ม “โหวตเตอร์” พรรคส้มด้อมส้มแก่ (หัวใจหนุ่ม) ที่เคยเชียร์พรรคอนาคตใหม่ ก้าวไกล และสะดุดกึกที่ “พรรคประชาชน”

พรรคที่ถูกยุบ แต่ไม่ได้เปลี่ยนแค่ชื่อพรรคเท่านั้น “อุดมการณ์“ กลับถูกเปลี่ยนไปพร้อมกับชื่อพรรคเสียด้วยเริ่มต้นจากพรรค “อนาคตใหม่” ที่อุดมการณ์ท้าทายระบบ ด้วยสัญลักษณ์ ชู 3 นิ้ว ยกเลิก ม.112 สร้างแกนนำคนรุ่นใหม่ ประสบความสำเร็จได้ ส.ส. 81 คน ในปี 2562แต่แล้ว “บรรดาแกนนำ 3 นิ้ว” ต้องแตกกระเจิง ถูกดำเนินคดีพาเหรดกันขึ้นศาล เข้าคุก สิ้นอิสรภาพ จรลีลี้ภัยไปต่างประเทศ เมื่อถูกยุบพรรคเป็นพรรค “ก้าวไกล“ ปลุกกระแสการเมืองใหม่ด้วยสโลแกน “มีลุง ไม่มีเรา”สร้างวาทกรรมบาดลึก “ทหารมีไว้ทำไม?”อาศัยกระแสคนเบื่อลุงที่ครองอำนาจมา 8 ปีจนคนไทยเฮโลกันลงคะแนนตามกระแส ได้จำนวน ส.ส. หน้าใหม่เพิ่มขึ้นอีกในการเลือกตั้งปี 2566พรรคส้มบวมขึ้น ได้ ส.ส. มากถึง 151 คนแล้วปัจจุบัน พรรคก้าวไกลถูกยุบอีกครั้ง เปลี่ยนชื่อเป็นพรรค “ประชาชน”เหล่า “ชนชั้นบริหาร” ของพรรคส้มนำโดยธนาธร เริ่มใช้ “การเมือง” นำ “อุดมการณ์” ในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ออกสโลแกนสร้างวาทกรรม “มีส้ม ไม่มีเทา”หัวหน้าเท้งสำทับให้นิยามว่า “ไม่ร่วมจับมือจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเทา”

โดยให้คำจำกัดความของพรรคเทาว่า “พรรคไหนที่ไม่ประกาศให้ชัดว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลกับใครตั้งแต่ประชาชนยังไม่เข้าคูหา พรรคที่บอกเก็บไว้ก่อน เคารพเสียงประชาชน ไว้หลังเลือกตั้งค่อยว่ากัน“นั่นแหละคือ “พรรคเทา”และยกระดับพรรคส้มขึ้นเป็น “พระเอกผู้ปราบเทา“ ผลักไสไล่พรรคอื่นเป็น “ผู้ร้ายสีเทา”เพื่อให้ประชาชนต้องเลือก พระเอก มากกว่า ผู้ร้าย อยู่แล้ว เป้าหมายอุดมการณ์มุ่งตรงไปที่ ”ต้องเป็นรัฐบาลให้ได้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า“ เท่านั้น โดยเลือกพรรคส้มให้เกิน 250 ที่นั่ง เป็นพระเอกพรรคเดียวเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ไม่ให้มีพรรคผู้ร้ายสีเทามาผสมพรรคส้มบีบเส้นทางตัวเองเพื่อเข้าสู่วงจรอำนาจด้วยการ กีดกัน แย่งชิง ผูกขาดตัดตอน ริดรอนสิทธิของพรรคอื่นๆ เหมาว่าเป็นเทา เป็นพรรคการเมืองแบบเก่าวลีของธนาธรที่ชี้ว่า ”พรรคอื่นได้เป็นรัฐบาลหมดแล้ว เหลือพรรคส้มที่ยังไม่เคยได้เป็นรัฐบาลอยู่พรรคเดียว จึงสมควรจะให้โอกาสพรรรคส้ม“กลายเป็นว่าบัดนี้ ธนาธรต้องใช้ “อุดมการณ์ทางลัด“ แทนอุดมการณ์ที่แท้จริงในยุคเริ่มต้นสะท้อนออกมาอย่างแจ่มชัดในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ อุดมการณ์ของพรรคส้มโบยบินไปพร้อมกับกาลเวลาที่ผ่านไปการตกขบวนแล้วขบวนเล่า พรรคส้มไม่ได้เป็นรัฐบาลเสียที ไม่ได้เกิดจากประชาชนไม่ให้โอกาสพรรคส้มคะแนนมากถึง 14 ล้านเสียง ได้จำนวน ส.ส. มากสุดเป็นอันดับหนึ่งมันเป็นการไม่ให้โอกาสพรรคส้มของธนาธรตรงไหน?ทั้งที่ประชาชนมีหน้าที่แค่ไปกาบัตรในวันเลือกตั้งเท่านั้น ที่เหลือเป็นหน้าที่ของพรรคส้ม หรือธนาธร ในการแย่งชิงอำนาจรัฐตามระบอบประชาธิปไตยหลังผลคะแนนออกเพียงแต่ธนาธร และพรรคส้มทำไม่ได้เองยิ่งในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ พรรคส้มกลับบีบเส้นทางของตัวเองให้แคบลงไปอีกด้วยบทที่ตั้งตัวเองเป็น ”พระเอก“ คนเดียว และพรรคอื่นเป็นผู้ร้ายเสียหมดเมื่อกาลเวลาผ่านมา ทำให้เรามองเห็นแล้วว่า”บรรดาหนุ่มสาวก้าวออกมาเผชิญโลกกว้าง ต้องการเปลี่ยนแปลงโลกไปในสิ่งที่ตัวเองฝันเวลาผ่านไป หนุ่มสาวเหล่านั้นได้พบกับความจริงที่ว่าพวกเขาต่างหากที่ถูกโลกเปลี่ยนโดยกลับไปเดินย่ำรอยเท้าบนเส้นทางเดิม ที่คนเคยเป็นหนุ่มสาวในอดีตล้วนเคยเดินผ่านมาแล้วทั้งสิ้นแท้จริงแล้ว “สนิม” ไม่ได้เกิดจากใครอื่นเลย แต่เกิดจาก “สนิมเนื้อใน” ของธนาธร เจ้าของลัทธิพรรคส้มนั่นเอง