“ชัชชาติ” คาด 3-4 วันเปิดพื้นที่ทั้งหมด จ่อยุติภารกิจหลังหาผู้สูญหายครบ
“ชัชชาติ” คาด 3-4 วันเปิดพื้นที่ทั้งหมด จ่อยุติภารกิจหลังหาผู้สูญหายครบ คืนพื้นที่ สตง.จัดการต่อ - ยัน ไม่ขัดข้อง หากจะแก้กฎหมาย บังคับให้การก่อสร้างของรัฐยื่นแบบขออนุญาติ กทม.
วันที่ 5 พ.ค. 2568 ที่กองอำนวยกาารร่วม สน.บางซื่อ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์สำนักงานเขตจตุจักร นายชูเลิศ จิตเจือจุน อุปนายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย เดินทางมาร่วมประชุมกับทีมพนักงานสอบสวน ชุดเก็บหลักฐาน ที่ประกอบด้วย พนักงายสอบสวน บก.น.2 ทีมสอบสวนคดีพิเศษ ทีมวิศวกรกรมโยธาธิการและผังเมือง ทีมพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เพื่อทำความเข้าถึงกระบวนการเก็บหลักฐานวัสดุโครงสร้างซากอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่ม โดยเฉพาะในส่วนวัสดุที่เป็นชิ้นคอนกรีต และชิ้นส่วนตัวอย่างคอนกรีต เพื่อให้การตรวจพิสูจน์เป็นไปตามมาตรฐานชัดเจน ไม่ให้มีข้อโต้แย้งทางวิศวกรรมได้ ซึ่งการหารือเป็นไปอย่างเคร่งเครียด ทั้งนี้ พ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผกก.สน.บางซื่อ และตัวแทนทีมวิศวกรกรมโยธาธิการ ยืนยันว่า กระบวนการเก็บหลักฐานที่ผ่านมาได้มีการเก็บหลักฐานที่วัสดุโครงสร้างอาคาร สตง.อย่างละเอียดรอบคอบมาตลอด เพราะมีเป้าหมายหลักเพื่อพิสูจน์ความจริงสาเหตุที่ทำให้อาคาร สตง.ถล่มทั้งหลัง
ต่อมาเวลา 09.45 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เดินทางมาติดตามความคืบหน้าปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายในเหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม ที่เข้าสู่วันที่ 39 โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เชี่ยวชาญจากหลายหน่วยงานยังคงระดมกำลังกันค้นหาผู้ติดค้างซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่บริเวณชั้นใต้ดินของซากอาคาร สตง. โดยใช้เครื่องจักรหนัก และเดินเท้า รวมถึงทีมกล้องโดรนจากมุมสูง สลับหมุนเวียนกันทำงานอย่างต่อเนื่อง สามารถเปิดพื้นที่ค้นหาได้แล้วในหลายโซน
จากนั้น นายชัชชาติ ออกมาเปิดเผยว่า การรื้อเป็นไปได้ดี ตอนนี้เราลงไปถึงชั้นใต้ดินของโถงบรรไดโซน C และคาดว่าจุดนั้นไม่มีผู้ที่ติดค้างอยู่แล้ว วันนี้จะเดินหน้าค้นหาบริเวณชั้นใต้ดินโถงบรรไดโซน B ที่เป็นบรรไดฝั่งซ้าย ซึ่งที่ผ่านมามีการอัพเดทผู้ที่ยังหาไม่เจออีก 8 ราย แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการเพิ่มผู้ประสบภัยอีก 6 ราย รวมเป็น 109 ราย ทำให้ขณะนี้ยังมีผู้สูญหายที่ต้องเร่งค้นหาอีก 14 ราย แต่ไม่ว่าจะมีผู้สูญหายเท่าไหร่เราก็ยังเดินหน้าต่อ และหวังว่าผู้สูญหาย 14 รายนี้จะมีชิ้นส่วนที่เราได้ส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานนำไปพิสูจน์แล้วก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันกลับมา โดยตอนนี้มีพื้นที่หลักๆ ไม่กี่จุดที่เราจะต้องค้นหาเพิ่มเติม อาทิ บริเวณโถงทางเดินที่เชื่อมกับลานจอดรถด้านหลัง หรือรอบๆ อาคารที่อาจมีของหล่นมาทับไว้ ตนคาดว่าประมาณ 3-4 วัน จะสามารถเปิดพื้นที่ค้นหาได้ทั้งหมด
สำหรับยอดผู้สูญหายเพิามเติมนั้น นายชัชชาติ ระบุว่า ตนเข้าใจว่าอาจมีการแจ้งมา ต้องมีการสืบสวนกันเพิ่มเติม แต่ต้นก็ไม่ค่อยแน่ใจ ต้องไปถามรายละเอียดจากทางพิสูจน์หลักฐาน ว่า 6 คนที่เพิ่มนั้นมาจากไหน ซึ่งในจำนวน 6 คนที่เพิ่มมานี้ มี 1 คนที่เจอแล้ว
ส่วนเรื่องการพิสูจน์หลักฐานนั้น ทางกองพิสูจน์หลักฐานและกรมโยธาธิการฯ ยังคงเดินหน้าเก็บหลักฐานตลอด ซึ่งตนก็ให้ความร่วมมือเต็มที่ และจะจัดเก็บไว้ให้
ว่าถามถึงการดำเนินการหลังจากนี้ นายชัชชาติ ระบุว่า ก็ต้องดูว่ามีจุดไหนที่ต้องยุติการค้นหา ซึ่งต้องเป็นที่ยอมรับกันทั้งหมด หลังจากนั้นก็ต้องส่งคืนพื้นที่ แต่เราก็ได้แจ้งเบื้องต้นกับผู้รับผิดชอบไปแล้วว่าสุดท้ายแล้วต้องมีวันหนึ่งที่เราถอนกำลังออก และตนเข้าใจว่าทาง สตง.ต้องมาดำเนินการต่อ ซึ่งไม่ใช่แค่จุดตึกถล่มแต่รวมไปถึงจุดที่นำของไปวางไว้ ที่เป็นพื้นที่ของการรถไฟ เพราะสุดท้ายแล้วก็ต้องมีคนเอาของจากจุดนั้น ขณะนี้ได้มีการทำหนังสือแจ้งไปยัง สตง. แล้ว ซึ่งเราไม่มีอะไรหนักใจ ก็ทำหน้าที่ของตัวเองไป แต่ที่กังวลคือทำไมยังหาไม่เจออีก 14 คน เพราะเราก็เปิดพื้นที่ไปมากแล้ว แต่คาดว่าจะเจอในวันนี้ เนื่องจากเหลือโซนสุดท้ายที่เป็นบันไดโซน B ด้างล่าง และเราได้ดำเนินการใช้เทคโนโลยีโดยการระบุพิกัดจาก GPS ทำให้เข้าใจการหนีของผู้ที่อยู่ในตึกได้มากขึ้น
มาถามต่อว่าการรื้อซากตึกถล่มจะรื้อจนหมดเลยหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า หน้าที่เราคือค้นหาผู้สูญหาย ส่วนหน้าที่รื้อตึกนั้นไม่ใช่หน้าที่ของเรา จริงๆ แล้วคงเป็นหน้าที่ของเจ้าของอาคาร ซึ่งหากอาคารนี้ไม่มีผู้เสียชีวิตเลยเป็นอาคารร้างที่ถล่มลงมาเราก็ไม่เข้ามารื้อให้ เพราะไม่ใช่อุบัติภัยที่มีผู้เสียชีวิต โดยหน้าที่หลักของเราคือการค้นหาผู้สูญหายและนำส่งคืนญาติ เพราะเรื่องนี้ต้องมีคนทำไม่สามารถปล่อยร่างเขาทิ้งไว้ได้
เมื่อถามถึงกรณีผู้ประกอบการโดยรอบที่ได้รับผลกระทบ ได้มีการพูดคุยถึงเรื่องการเยียวยาหรือยัง นายชัชชาติ เผยว่า เรื่องนี้มี 2 ส่วน คือ ผลกระจบจากการจอดรถ ซึ่งเราก็พยายามคืนพื้นที่ให้เยอะแล้ว ส่วนผลกระทบจากด้านอื่นนั้นก็ต้องดูอีกทีว่าอยู่ในกระบวนการเยียวยาหรือไม่ เพราะบางทีอาจมีหลายปัจจัยก็ต้องแยกให้ชัดเจน ว่าเป็นผลกระทบจากแผ่นดินไหว หรือสภาพเศรษฐกิจ โดยจะให้ทาง ผอ.เขตจตุจักร รวบรวมข้อมูลอีกครั้ง
ส่วนกรณีที่บอกว่าต้องดำเนินการช้าๆ เพื่อให้พิสูจน์หลักฐานได้เก็บหลักฐานนั้น นายชัชชาติ ระบุว่า คนที่มาก็มีจำนวนมาก ฉะนั้น ยิ่งลากนานก็ไม่มีผลดีต่อการค้นหา เพราะทุกคนก็มีภารกิจอื่นที่ต้องไปทำต่อ การทำงานช้าๆ ในแง่ของการเก็บหลักฐานก็ดี แต่ก็จะมีผลกระทบต่อการทำงานของคนอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย แต่เราก็ให้ความร่วมมือ โดยเมื่อวานก็หยุดงานในช่วงเช้าเพื่อให้พิสูจน์หลักฐานเข้าไปเก็บ แต่จริงๆ หากพบร่างทั้งหมดก็สบาย ไม่ต้องรื้อแล้ว สามารถส่งคืนพื้นที่ได้เลย
“เราอยากให้เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนที่ดี ที่เกิดขึ้น เป็นเหตุการณ์โชคร้ายที่เราเสียผู้ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เป็นร้อยคน ก็อยากให้มีสิ่มที่ดีเกิดขึ้น อย่างน้อยก็ให้มีการปรับปรุงกระบวนการต่างๆ ความโปร่งใสก็ต้องมีคืนมา ฉะนั้นเราก็อยากจะให้มีข้อเท็จจริงให้มากที่สุด เพื่อสุดท้ายแล้วนำไปสู่กระบวนการปรับปรุงสิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้น“
เมื่อถามว่าเห็นด้วยหรือไม่ที่จะมีการแก้ไขกฎหมายในการก่อสร้างขนาดใหญ่ของหน่วยงานรัฐ นายชัชชาติ ระบุว่า เรื่องนี้ตนไม่ขัดข้องอยู่แล้ว ต้องทำตามกฎหมาย แต่อะไรที่มีความปลอดภัยมากขึ้นก็ดี ต้องดูในหลายมิติ ทั้งเรื่องการออกแบบ หน่วยงานของรัฐ การควบคุมงานต่างๆ แต่ก็ต้องย้ำไปว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้ก็เป็นบทพิสูจน์ว่าอาคารในกรุงเทพมหานครเกือบทั้งหมดแข็งแรง มองว่ากฎหมายของเราไม่ได้มีปัญหา วิศวกรก็ทำงานได้ถูกต้อง ยกเว้นหนึ่งตึกที่พัง ซึ่งหากมองในแง่บวกเราก็สร้างความมั่นใจได้ด้วยซ้ำว่า กฎหมายเราไม่ได้อ่อนมีการออกแบบเผื่อไว้ และตึกทั้งหมดก็ยังยืนอยู่ได้
z-z1603487247937.jpg)