“ชวลิต-ไทยสร้างไทย” จี้รัฐ เร่งแก้ปัญหา “ตายผ่อนส่ง” จากสารเคมีในผัก-ผลไม้
“ชวลิต-ไทยสร้างไทย” จี้รัฐ เร่งแก้ปัญหา “ตายผ่อนส่ง” จากสารเคมีในผัก-ผลไม้ ย้ำ เร่งปฏิรูประบบตรวจสอบอาหารปลอดภัย เตือนภัยการกลับมาของ “ไกลโฟเซต” ที่เสี่ยงซ้ำเติมวิกฤติสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
วันที่ 28 มกราคม 2568 นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.)และอดีตประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ในการประชุมทางวิชาการ เรื่อง “เตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช” ประจำปี 2568 จัดโดยเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN) ที่ศูนย์การประชุม สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ หลักสี่ กรุงเทพฯ โดยระบุว่า ประเด็นข่าวที่ทางการจีนสั่งระงับการนำเข้าทุเรียนจากประเทศไทย เนื่องจากตรวจพบสารแคดเมียมปนเปื้อน (จากบางสวนที่จัดส่งโดยล้ง) โดยมองในมุมของผู้บริโภคว่า ต้องชื่นชมหน่วยตรวจสอบของทางการจีนในด้านการเฝ้าระวังและเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญใน "นโยบายอาหารปลอดภัย" (Food Safety) ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพของประชาชนผู้บริโภคมากกว่าธุรกิจการค้า ทางการไทย โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กลับแสดงความล่าช้า ปล่อยปละละเลยให้คนไทย “ตายผ่อนส่ง” จากการบริโภคผักและผลไม้ที่มีสารเคมีปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐานมาอย่างยาวนาน ทั้งจากการผลิตภายในประเทศที่ไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังแหล่งผลิตได้ และจากการนำเข้าจากต่างประเทศที่ไม่มีห้องปฏิบัติการ (Lab) ตามด่านสำคัญเพื่อสุ่มตรวจสอบ โดยกระบวนการส่งตัวอย่างผักและผลไม้ไปยังส่วนกลางมักล่าช้า ไม่ทันต่อสถานการณ์ เพราะผักและผลไม้เป็นของสด ทำให้การสุ่มตรวจไม่มีประสิทธิภาพ
นายชวลิต กล่าวต่อว่า ประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งสูงสุดมานานหลายสิบปี ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าการรับประทานผักและผลไม้ที่มีสารเคมีปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐานสะสมทุกวัน เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคดังกล่าว จึงขอเสนอให้มีการปฏิรูประบบการตรวจสอบ เฝ้าระวัง และเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่ปนเปื้อนในผักและผลไม้ เพื่อสร้างระบบ "อาหารปลอดภัย" (Food Safety)ดังนี้
1. บูรณาการหน่วยงานหลายกระทรวงให้ทำงานร่วมกันอย่างมีเอกภาพ
2. สนับสนุนงบประมาณในการจัดตั้งห้อง Lab ที่ทันสมัยและได้มาตรฐาน
3. สร้างระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือนแก่ผู้บริโภค โดยเชื่อมโยงกับองค์กรภาคประชาสังคมและท้องถิ่น ทั้งนี้ตั้งแต่ปี 2562 ถึงปัจจุบัน ระบบตรวจสอบ เฝ้าระวัง และแจ้งเตือนภัยจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช มีความคืบหน้าน้อยมาก แม้จะเป็นงานสำคัญในการ "ป้องกัน" การเจ็บป่วย ซึ่งหากละเลยจะทำให้สูญเสียงบประมาณจำนวนมากในการ "รักษา" ทั้งจากงบประมาณของรัฐและเงินส่วนตัวของครอบครัวผู้ป่วย
นายชวลิต กล่าวอีกว่า ตนเป็นห่วงและกังวลถึงการกลับมาของภัยจาก "ไกลโฟเซต" (ยาฆ่าหญ้า) ซึ่งถูกควบคุมจำกัดการใช้ในปี 2562 ส่งผลให้ปริมาณการนำเข้าในปี 2563–2564 ลดลง แต่ ณ สิ้นปี 2566 กลับเพิ่มขึ้นกว่า 28 ล้านกิโลกรัม และยังมีการโฆษณาจำหน่ายทางออนไลน์อย่างกว้างขวาง จึงขอเรียกร้องให้กระทรวงเกษตรฯ เร่งควบคุมการใช้ "ไกลโฟเซต" อย่างจริงจัง มิฉะนั้นจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะแหล่งน้ำที่เป็นถิ่นอาศัยของสัตว์น้ำซึ่งเป็นอาหารหลักของชาวชนบท
z-z1603487247937.jpg)