닫기

ปกข่าวเว็บใหม่7

“ชวน” แนะจับตาซื้อเสียง ขอเลือกคนดีซื่อสัตย์เข้าสภา ไม่อย่างนั้นบ้านเมืองจะวนลูปแบบเดิม เข้ามาซื้อเสียง-บริหาร-โกง-ซื้อเสียงซ้ำ รับ ”นิพิฏฐ์“ บอกมีซื้อโหวตนายกฯล่วงหน้าจริง แต่ยังไม่รู้เป็นใคร พร้อมฝากสนับสนุนตนเอง-สส.เขต “ปชป.” ทุกพื้นที่


วันที่ 5 ม.ค. 69 ที่รัชดา ซอย 7 นายชวน หลีกภัย ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ในชุมชนถึงกระแสคะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่มีทิศทางดีขึ้น ว่า ตนเองพึ่งมาลงพื้นที่กทม. เป็นวันแรก ก่อนหน้านี้ไปทางใต้เมื่อวานไปนครปฐมและสุพรรณบุรี หากพูดถึงระบบบัญชีรายชื่ออย่างที่ตนเคยพูดไว้เหมือนกับที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ มองว่าบัญชีรายชื่อคงดีขึ้น แต่สำหรับเขตยังยาก และไม่แน่นอนเพราะผู้สมัครก็ใหม่ ที่ผ่านมาประชาธิปัตย์ได้แค่ 25 คน บัญชีรายชื่อ 3 เขตอีก 22 ตอนนี้เหลือแค่ 8 คน เพราะฉะนั้นถือว่าฐานเดิมมีน้อยการได้มาใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็คิดว่าพอจะมีโอกาส

ส่วนการหาเสียงผ่านมา 10 วันแล้ว แต่บรรยากาศอาจไม่ได้คึกคักเท่าที่ควรนั้น นายชวนกล่าวว่า ต้องรอให้การเลือกอบต. ผ่านพ้นไปก่อนคือ 11 ม.ค. เมื่อพ้นไปแล้วความสับสนก็จะไม่มี การจดจำเบอร์ก็จะไม่มีปัญหา แต่อย่าลืมว่าบางพรรคไม่ได้สนใจการหาเสียงเพราะจ่ายเงินไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งการใช้เงินยังคงรุนแรง ตนก็พยายามปลุกระดมให้ชาวบ้านต่อต้านเรื่องนี้ พยายามบอกให้ตัดวงจรอุบาทว์ หากพูดง่ายๆก็คือหาเสียงซื้อเสียง ชนะเป็นรัฐบาล โกงเอาเงินมาซื้อเสียง เวียนอยู่อย่างนี้ ถ้าสามารถตัดวงจรนี้ได้ก็จะทำให้การเมืองไทยดีขึ้น 

ส่วนกรณีที่นายนิพิฏฐ์​ อินทรสมบัติ อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ว่า มีการซื้องูเห่าโหวตให้ อ. เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น นายชวนกล่าวว่า ก็ได้ยินนายนิพิฏฐ์ เล่าให้ฟัง ว่ามีคนเสนอทำนองนี้  แต่เริ่มต้นจากใครเราก็ไม่ทราบแต่คงไม่น่าเป็นห่วงก่อนเลือกตั้งมากกว่า เพราะก่อนเลือกตั้ง ก็ต้องพยายามช่วย ดีใจที่สื่อได้รวมกลุ่มร่วมกันต่อต้านพฤติกรรมการซื้อเสียง เพราะอะไรหลายอย่างก็จะมาสะดุดกับเรื่องแบบนี้ อย่างเช่นกรณีตำรวจเรียกรับส่วย หรือการโยกย้ายฝ่ายปกครอง  ซึ่งเวลานี้ก็ยังมีการโยกย้ายข้าราชการอยู่อย่างเช่น ที่จังหวัดกำแพงเพชร โดยนักการเมือง ตรงนี้ก็ต้องเตือนซึ่งตรงนี้กระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ต้องระวัง ไม่เช่นนั้นจะมีความผิดไปด้วย ถ้าเราดำเนินการสกัดกั้นวงจรอุบาทว์ก็จะทำให้การเมืองดีขึ้น

ถ้าการเมืองดีข้าราชการก็จะดี แต่ถ้านักการเมืองทุจริตก็จะตั้งข้าราชการทุจริต มาเป็นผู้บริหาร จึงมีคำถามเกิดขึ้นว่าคุณภาพของข้าราชการลดต่ำลงหรือไม่ ลดตนว่าคุณภาพก็ยังไม่ได้ลดลงแต่คนขึ้นมามีตำแหน่งมาจากที่นักการเมืองตั้ง ถ้าข้าราชการไม่รับใช้นักการเมืองเขาก็ไม่ตั้ง ก็เลยทำให้คนที่มีคุณภาพไม่มีโอกาสไม่มีโอกาสขึ้นมา ซึ่งเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นบ้านเมือง เพราะฝ่ายการเมืองเป็นคนคุมนโยบาย แต่คนปฏิบัติคือเจ้าหน้าที่ ถ้าเราได้คนคุณภาพมาแก้ปัญหาบ้านเมืองก็จะทำให้ปลอดโปร่งและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ถ้าได้คนที่ไม่มีคุณสมบัติที่เหมาะสม แต่ไปหาผลประโยชน์ให้ฝ่ายการเมือง ก็จะไม่ใช่ผู้แก้ปัญหาแต่เป็นผู้สร้างปัญหาให้ประชาชน

“ ถ้าเราได้นักการเมืองที่ซื่อสัตย์สุจริตมาบริหารบ้านเมือง งบประมาณจะไม่ตกหล่นแต่ถ้าได้นักการเมืองที่มีผลประโยชน์มีธุรกิจส่วนตัวเราจะมีปัญหาภาษี ที่พี่น้องเสียไป ก็จะตกมาไม่ถึงชาวบ้านเต็มเม็ดเต็มหน่วย ก็ต้องพยายามหาทางสกัดกั้นเราต้องการรัฐบาลในอนาคตที่ยึดกฎหมายเป็นหลัก ไม่ใช่เลือกปฏิบัติกับประชาชนนี่คือหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตย การเมืองไทยเปลี่ยนแปลงมาแล้ว 90 กว่าปี มีความก้าวหน้าไปหลายด้าน แต่ด้านการเมืองในระบบที่ยึดหลักนิติธรรมยังเป็นปัญหา“ นายชวนกล่าว

นายชวนยังฝากทิ้งท้าย ขอฝากผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ทุกเขตและฝากตนเองด้วย ซึ่งเป็นบัญชีรายชื่อเบอร์ 27 ส่วนนางสาวศิริภา เบอร์5 เบอร์แต่ละเขตไม่เหมือนกันจึงฝากแต่เบอร์บัญชีรายชื่อตรงกัน พร้อมอธิบายเพิ่มเติมที่หมายเลขของบัญชีรายชื่อกับแบบแบ่งเขตไม่ตรงกัน ว่า ถ้าเบอร์เหมือนกันซื้ออันเดียวได้สองอย่าง ซื้อเขตได้ด้วย แต่ระบบที่ซื้อเขตขณะนี้เค้าไม่ซื้อระบบบัญชีรายชื่อจึงทำให้ 100 ที่ ของบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองที่ไม่ซื้อเสียงจึงมีโอกาสได้

‘ชวน’ เจอ ‘เก่ง ลายพราง’ แซวไป 1 กรุบ ‘ยิงยังไงก็ไม่เข้า’ 

นายชวน หลีกภัย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)ร่วมรณรงค์หาเสียงช่วยน.ส.ศิริภา อินทวิเชียร ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 6 เบอร์ 5 พรรคประชาธิปัตย์ โดยขณะลงพื้นที่หาเสียงได้พบกับนายปัญญา ยิ้มอำไพ หรือ เก่ง ลายพราง อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง

โดยนายชวนได้แซว เก่ง ลายพราง เรื่องลายสักว่า ยิงยังไงก็ไม่เข้า เก่ง ลายพราง ตอบกลับว่าเข้าตั้งแต่นัดแรกแล้วครับ