“ชวน หลีกภัย” ฟาดกลับ “พิพัฒน์” ย้ำเป็นนายกฯ ของคนทั้งประเทศ ไม่เคยพัฒนาเฉพาะจังหวัดตัวเอง
โพสต์เมื่อ : 7 ม.ค 2569 เวลา 11:58 น.
“ชวน หลีกภัย” ฟาดกลับ “พิพัฒน์” ย้ำเป็นนายกฯ ของคนทั้งประเทศ ไม่เคยพัฒนาเฉพาะจังหวัดตัวเอง ลั่น อย่าเทียบ ‘บรรหาร’ เหตุตรัง มีสนามบิน แต่สุพรรณไม่มี ขออย่าเลือกพัฒนา ยกเคส ‘ทักษิณ’ ชวดคะแนนภาคใต้
วันที่ 7 มกราคม 2569 นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี โต้ข่าวกรณีที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์พาดพิงถึงการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ จังหวัดที่มีนายกฯ ถึง 2 สมัยติดต่อกันแต่กลับไม่มีการพัฒนาเท่าที่ควร ว่า การให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยหลักแล้วทำเนียบเป็นสถานที่ที่ไม่ควรใช้สำหรับโจมตีหรือให้ร้ายใคร ควรจะแถลงนโยบายหรือผลงานมากกว่า
สำหรับประเด็นที่มีการพูดถึงคือหากประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ช่วยกันเลือกพรรคภูมิใจไทยเขาจะเอาสิ่งต่างๆ เข้าไปทำงบประมาณเพื่อพัฒนาโดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ซึ่งเรื่องนี้ตนมองว่าหากเปรียบเทียบกับสมัยนายบรรหาร เป็นนายกฯ ปีเดียวพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรีไปได้มาก และเปรียบเทียบไปในตอนท้ายว่าพื้นที่จังหวัดหนึ่งในภาคใต้ ที่เป็นนายกรัฐมนตรีสองครั้งติดต่อกัน ขอให้กลับไปดูว่าวันนี้มีการบริหารอย่างไรบ้าง โดยข้อความที่พูดมาหากจำได้ การเลือกปฏิบัติโดยพัฒนาเฉพาะจังหวัดที่เลือกผู้แทนของเขา ซึ่งเคยเกิดในสมัยที่นายทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี ใช้คำว่าพัฒนาเฉพาะจังหวัดที่เลือกไทยรักไทยก่อน ซึ่งชัดเจนว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ ตนเป็นหนึ่งในคนที่ต่อต้านการเลือกปฏิบัติ ตนจึงบอกว่าประชาชนต้องไม่เลือกพรรคที่เลือกปฏิบัติกับเรา ซึ่งก็เป็นผล พรรคไทยรักไทยได้รับเลือกตั้งทั่วประเทศ แต่ไม่ได้ภาคใต้แม้แต่คนเดียว ทั้งที่ผู้สมัครก็ไม่ใช่คนเลวร้ายแต่ประชาชนเขาเชื่อว่า การที่เขาเลือกปฏิบัติเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรม เพราะฉะนั้นแนวที่นายพิพัฒน์ พูดก็เป็นแนวคล้ายคลึงกันคือหากประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ช่วยกันเลือกพรรคภูมิใจไทย เขาก็จะเอาสิ่งต่างๆเข้าไป นั่นหมายความว่าหากไม่เลือกเขาก็จะไม่เอาสิ่งต่างๆเข้าไปเพื่อพัฒนา ซึ่งนโยบายของพรรคภูมิใจไทยคือ พูดแล้วทำ เมื่อเขาพูดอย่างนี้แสดงว่าเขาคงจะทำ นั่นคือหากไม่เลือกก็จะไม่จัดงบประมาณไปให้ ก็ถือเป็นการเลือกปฏิบัติโดยตรง ซึ่งรัฐธรรมนูญมาตรา 27 ให้ย้ำไว้ว่าจะเลือกปฏิบัติเพราะความคิด ความเห็นทางการเมืองแตกต่างกันไม่ได้ การจะเลือกหรือไม่เลือกถือเป็นความเห็นทางการเมือง
ทั้งนี้ หากนักการเมืองมาใช้วิธีการนี้ ความขัดแย้ง แตกแยกในบ้านเมืองก็จะเกิด เหมือนที่เคยเกิดในสมัยนายทักษิณ ที่เลือกปฏิบัติ ตนมองว่าจะเกิดความไม่เป็นธรรมจากความขัดแย้งในกระบวนการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยก็จะผิดเพี้ยนไป กลายเป็นว่าพัฒนาเฉพาะพื้นที่ที่เลือก ส่วนพื้นที่ที่ไม่เลือกก็ไม่พัฒนา แต่เก็บภาษีเขา ตนจำได้ว่าเคยเรียกร้องเรื่องนี้เมื่อเราเสียภาษีเช่นเดียวกันก็ต้องพัฒนาเช่นเดียวกัน
นายชวน กล่าวต่อว่า เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับจังหวัดตรัง ในส่วนของตนนั้นครั้งเป็นนายกรัฐมนตรีสองสมัย นายบรรหาร เป็นหนึ่งปีก็ทำที่สุพรรณบุรี แต่โชคดีที่ตนเป็น 6 ปีว่าถือเป็นนายกที่มาจากการเลือกตั้งที่นานที่สุด ดังนั้นจึงได้ทำโครงการ และโครงการที่ทำไปเพื่อพัฒนาประเทศนั้นตนไม่ได้เจาะจงเฉพาะจังหวัดตรัง โครงสร้างพื้นฐานไม่ได้ตัดถนนเข้าเฉพาะจังหวัดตรัง แต่ตนทำทั่วประเทศ เช่น ถนนสี่ช่องจราจร นี่คือการบริหารงานสมัยที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่เลือกปฏิบัติไม่ว่าเขาจะเลือกเราหรือไม่ ตลอดเวลาที่ผ่านมายาวนานหลายทศวรรษไม่เคยมีนายกฯ คนไหนที่ลงทุนทำโครงสร้างพื้นฐานกระจายไปทั่วประเทศเหมือนยุคที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี และโดยความคิดนี้โครงการต่างๆ ที่คิดจึงได้ประโยชน์กับคนไม่ใช่แค่จังหวัดตรัง เช่น เบี้ยผู้สูงอายุที่ตนเป็นคนริเริ่ม จาก 200 บาท และที่ดีกว่านี้คือเมื่อนายอภิสิทธิ์ ประกาศเพิ่มเป็น 1000 บาท
การทำงานในฐานะนายกรัฐมนตรีนั้น เราถือหลักว่า เราเป็นนายกรัฐมนตรีของคนทั้งประเทศ การทำนโยบายอะไรก็ตามก็ไม่เจตนาที่จะทำเพื่อประโยชน์ในบ้านตัวเองเท่านั้น แต่ทำเพื่อคนทั้งประเทศทุกจังหวัด นี่คือสิ่งที่ตนได้ถือปฏิบัติมาจนบัดนี้ และเรียนว่านายพิพัฒน์ ใช้ทำเนียบเป็นที่กล่าวโจมตีให้ร้าย ซึ่งกระทบในทางกฏหมาย โดยหลักแล้วไม่ถูกต้อง และการพูดให้ร้ายโดยไม่ตรงกับความเป็นจริง หรือไปเปรียบเทียบกันไม่ได้ เพราะจังหวัดสุพรรณบุรีไม่มีสนามบิน และอยู่พื้นที่ภาคกลาง อยู่ใกล้กรุงเทพฯ แต่ตรังอยู่ห่างกรุงเทพฯ ไปกว่า 800 กิโลเมตร อยู่ติดทะเล การคมนาคมมีเครื่องบิน มีเรือ มีรถไฟ และเป็นจังหวัดเดียวที่รถไฟไปถึงในฝั่งตะวันตก
z-z1603487247937.jpg)