닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมาก4

“จุลพันธ์” ขออย่ามองซักฟอกเป็นเวทีด่า ขออย่าใช้แก้รธน.เป็นตัวประกัน ซัดนายกฯ ทำงานไม่ตอบโจทย์แก้สแกมเมอร์ 



วันที่ 7 พ.ย. 2568 ที่พรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทยออกมา เปิดเผยว่าหากมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจอาจจะมีการยุบสภาฯ เพราะไม่อยากถูกด่าฟรี ว่าตนมองว่าช่วงนี้นายกฯอาจจะอารมณ์ร้อน การยื่นอภิปรายตามมาตรา 151 คือการตรวจสอบรัฐบาล ไม่ใช่เรื่องด่าหรือไม่ด่า พวกตนตรวจสอบเพราะเป็นฝ่ายค้าน หากมองว่าประพฤติถูกต้องไม่มีเรื่องทุจริตคอรัปชั่น เรื่องที่เขาว่ากันว่าปัดเป่า ทั้งคดี ฮั้ว สว.  เขากระโดง ถ้าไม่ได้ทำก็ไม่ต้องห่วง ถ้าอภิปรายแล้วเป็นเรื่องเก่า ก็เป็นความเสียหายของฝ่ายค้าน สภาฯเป็นเวทีเปิดไม่ใช่พูดแค่ฝั่งเดียว พวกตนอภิปรายได้ท่านก็สามารถตอบได้ ตอบได้เคลียร์ก็เป็นโอกาสของรัฐบาลในการทำความเข้าใจ 

นายจุลพันธ์ กล่าวว่าตนก็ต้องมองหลายสิ่งหลายอย่าง อย่างแรกคือข้อมูลการกระทำความผิดนั้นสมบูรณ์หรือยัง สำเร็จหรือยัง มีการดำเนินที่ผิดพลาดโดยรัฐบาลจริงหรือไม่ ตนก็ต้องดู และต้องมองเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญประกอบด้วย เพราะวันนี้คณะกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมเดินหน้าไปอย่างช้าๆ ตนอยู่ในคณะกรรมาธิการมองว่าโอกาสสำเร็จเป็นไปได้น้อย เพราะบรรยากาศในที่ประชุมอ่านกันออก โอกาสที่จะผ่านวาระ 3 มีมากน้อยเพียงใด หากติดตามบันทึกการประชุม จะรู้ว่าใครพยายามผลักดันและมันติดขัดอะไร และในกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตนพูดแต่แรกว่ากรอบเวลา 4 เดือนกระชั้น เมื่อดูการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการบางฝ่ายยังไม่เร่งรัด อย่างที่เราต้องการ พวกตนพยายามเร่งรัด ก็ดูจะเชื่องช้านิดหนึ่ง สุดท้ายไม่อยากให้รัฐบาลเอาเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาเป็นตัวประกัน เพราะพวกตน ต้องดูผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก พวกตนยืนยันว่าเราคำนึงถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่มันไม่สามารถหยุดการทำงานของพวกเราในการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับประเทศจากการทุจริต คอรัปชั่น และการปัดเป่าคดีต่างๆ เมื่อถามว่า หากเปิดสมัยประชุมวันที่ 12 ธ.ค. จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเลยหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ยังไม่มี ไม่ได้พูดคำนั้น ยังไม่มีข้อสรุป ทางพรรคต้องมีการประชุมหารือกันกับผู้ใหญ่หลายคน เพื่อจะมาดูว่าความเหมาะสม และจังหวะเวลาคืออะไร จะดำเนินการหรือไม่อย่างไรต้องมาดูกันอีกครั้งหนึ่ง

เมื่อถามถึงขณะนี้รัฐบาลถูกโจมตีเรื่องสแกมเมอร์ เช่นที่นายรังสิมันต์โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ก็ออกมาเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ปลดร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ออกจากตำแหน่ง จะนำประเด็นนี้ไปยื่นอภิปรายหรือไม่ นายจุลพันธ์ ตอบว่า พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่ดำเนินการเรื่องปราบสแกมเมอร์อย่างเข้มข้น นายประเสริฐ จันทรรวงทอง  เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) สามารถลดปริมาณ 40 % แต่หลังเปลี่ยนรัฐบาล เราก็จับตาดูเพราะตัวเลขความเสียหายของประชาชนเริ่มสูงขึ้น ยังไม่เห็นการดำเนินการอย่างจริงจังจากรัฐบาล เราจะติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิดและจะเร่งรัดให้รัฐบาลไปดำเนินการในการแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์ พวกเราไม่ได้พุ่งเป้าไปพรรคใด ไม่ได้บอกว่าเป็นพรรคของร.อ.ธรรมนัส หรือพรรคของนายอนุทิน เข้าใจว่าข้อเรียกร้องของนายรังสิมันต์ คือให้เปลี่ยนตัวรัฐมนตรี แต่มองว่าต้องเปลี่ยนตัวที่ตัวนายกฯ เพราะว่ากระบวนการในการทำงานของท่านนายกฯ ที่ผ่านมาไม่สามารถตอบโจทย์ในเรื่องนี้