닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บ2ดะัพะั

“จิรายุ” เผย นายกฯเกาะติดวอร์รูมแก้ปัญหากำแพงภาษีสหรัฐฯ ยึดรับมืออย่างรอบคอบ ยึดปท.-ภาคธุรกิจส่งออกไทย ได้ประโยชน์สูงสุด ได้สรุปกรอบเจรจา 8 เม.ย.



วันที่ 6 เม.ย. 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า  เมื่อช่วงค่ำวัน 5 เม.ย.น.ส.แพทองธาร ชินวัตรนายกรัฐมนตรี ประชุมร่วมกับคณะวอร์รูมเกาะติดสถานการณ์ภาษีสหรัฐฯเพื่อติดตามและนำมาเป็นข้อมูลเชิงเปรียบเทียบในแต่ละประเทศว่าจะดำเนินการอย่างไร ที่จะทำให้ประเทศไทยได้ประโยชน์สูงสุดทางการค้าระหว่างประเทศครั้งนี้

 ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าความหวั่นวิตกเกิดขึ้นอย่างหนักในสหรัฐอเมริกาเอง ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงอย่างหนักเป็นวันที่ 2 ติดต่อกันในวันที่ 4 เม.ย. โดยมีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับสงครามการค้าโลกซึ่งทวีความรุนแรงขึ้น ฉุดตลาดหุ้นตกลงหนักที่สุดนับตั้งแต่เกิดโควิด-19 ขณะที่ ดัชนี Nasdaq ได้เข้าสู่ภาวะตลาดหมี (bear market) ภาวะตลาดหุ้นตกต่ำอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ทำให้เห็นว่าประเทศไทยต้องตั้งมั่นในฐานข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำคัญของประเทศในการเจรจาในทุกมิติกับสหรัฐ ฯ  คณะทำงานของรัฐบาลไทยในการเจรจากับสหรัฐฯ ต้องรอบคอบและกำหนดห้วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศไทยให้ดีที่สุด

โดยวอร์รูม มีความเห็นตรงกันว่า  “ช้าไปก็ไม่ดี เร็วไปก็เสี่ยง” จึงจำเป็นต้องรอบคอบ ซึ่งเห็นได้ว่าประเทศอื่นที่เริ่มการเจรจาไปก่อนการประกาศขึ้นภาษีของประธานาธิบดี ทรัมป์ ก็ไม่ได้ช่วยสถานการณ์ประเทศนั้นๆให้ดีขึ้นแต่อย่างใด กลับถูกตั้งกำแพงภาษีมากกว่าที่คาด ดังนั้น การเร่งรีบจึงไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ตรงกันข้ามกลับกลายเป็นการประกาศ “ให้ของฟรี” กับอเมริกาไปก่อนหน้าการ ประกาศขึ้นภาษี

นอกจากนี้ วอร์รูมเห็นว่า ท่าทีของประเทศไทยหลังจากที่รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตั้งแต่ต้นเดือนม.ค.จนถึงปัจจุบัน ทำให้เห็นข้อมูลที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งถือเป็นเทคนิคการวางแผนในการเจรจาที่ประเทศไทยต้องได้รับประโยชน์สูงสุด  ซึ่งวันนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศชัดเจนแล้วคณะกรรมการฯเห็นว่าเรามีห้วงเวลาที่เหมาะสมและข้อมูลจากการดำเนินการมาตลอด 3 เดือน มีความพร้อมแล้ว ที่จะเจรจาอย่างเป็นทางการ 

โดยกรอบการเจรจาของรัฐบาลไทยมีหลากหลายมิติ ทั้งในเชิงของการลดภาษี ศุลกากร การเปิดตลาดใหม่ๆรวมทั้งแนวทางในการปรับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจให้ประเทศไทยเป็นพันธมิตรกับเกษตรกรของสหรัฐฯ ในการที่เราจะซื้อสินค้าเกษตรของสหรัฐฯ มากขึ้นเพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบ เนื่องจากประเทศไทยเป็นผู้ผลิตอาหารคุณภาพที่ส่งออกไปสู่ตลาดโลก

 ทั้งนี้ ผู้ประกอบการธุรกิจส่งออกได้ให้ข้อมูลไปพร้อมๆกับการทำงานของคณะกรรมการชุดนี้มาตั้งแต่ต้นปี เพื่อเตรียมรับมือมาอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อมั่นว่า การติดตามและตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลที่สำคัญเพื่อเป็นข้อมูลที่ ชัดเจนในการตัดสินใจแก้ไขปัญหานี้จะสามารถทำงานได้อย่างรอบคอบ  เนื่องจากนักวิเคราะห์หลายประเทศเขียนบทวิเคราะห์ตรงกันว่าบางประเทศตื่นตระหนกไปเจรจาก่อนการประกาศโดยยื่นข้อเสนอต่างๆไปโดยเปล่าประโยชน์

 นายจิรายุ กล่าวว่า ที่ประชุมวอร์รูมเกาะติดสถานการณ์ระบุว่า รัฐบาลไทยประเมินสถานการณ์อย่างเป็นระบบมาอย่างต่อเนื่องโดยวันที่ 8 เม.ย.เวลา 13.00 น. จะเป็นช่วงที่สรุปผล และกรอบของการเจรจา เพื่อทำให้ประเทศไทยและภาคธุรกิจส่งออกของไทย ได้ประโยชน์สูงสุดในการแก้ไขปัญหานี้