“จิราพร“ แนะ 'อนุทิน' บอก เป็นนายกฯควรชวนสว.จับมือแก้รัฐธรรมนูญ
โพสต์เมื่อ : 30 ก.ย 2568 เวลา 5:6 น.
“จิราพร“ แนะ “นายกฯ” นำ MOA มาแถลงทีละข้อแทนแถลงนโยบาย บอกเรื่องใหญ่อย่างการแก้รัฐธรรมนูญมีแค่ไม่กี่บรรทัด บอก นายกฯควรชวนสว.จับมือแก้รัฐธรรมนูญ
เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 68 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ วาระเรื่องด่วน 1 คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ เป็นประธานในการประชุม
นางสาวจิราพร สินธุไพ สส.ร้อยนเอ็ดพรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า รัฐบาลที่นำการแถลงโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีนั้นเป็นรัฐบาลพิเศษเกิดท่ามกลางสถานการณ์ที่ผิดปกติและจัดตั้งรัฐบาลด้วยวิธีพิสดาร เนื่องจากหลังพรรคภูมิใจไทยประกาศถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา จนภายหลังนางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่ง ซึ่งเป็นที่น่าอัศจรรย์ ว่าความเคลื่อนไหวของผู้นำประเทศเพื่อนบ้านสอดคล้องกับกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่อย่างพอดีรวมถึงระหว่างการเปลี่ยนรัฐบาลจนถึงการตั้งรัฐบาลนั้นมีข่าวลือและความลึกลับเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลเกิดขึ้นมากมาย แม้แต่แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลยังพูดไม่ได้ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าข้อตกลง เอ็มโอเอระหว่างพรรคประชาชน กับพรรคภูมิใจไทย อาจเป็นเพียงข้อตกลง ฉากหน้าแต่แท้จริงแล้วฉากหลังอาจมีข้อตกลงที่ไม่ได้ระบุไว้ในเอ็มโอเอนี้อีกเป็นสิ่งที่ประชาชนคาใจว่าข้อตกลงเหล่านั้นคืออะไรหรือมีเบื้องหลังเอ็มโอเอคืออะไรกันแน่
นางสาวจิราพร ยังกล่าวอีกว่า พรรคฝ่ายค้านที่ร่วมทำข้อตกลงนี้จะใช้เอ็มโอเอนี้บังคับรัฐบาลให้ทำข้อตกลงที่ตกลงกันไว้แต่ในความเป็นจริงแม้รัฐบาลเกิดจากเอ็มโอเอแต่ปรากฏว่าพอรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยก่อตั้งขึ้นมาก็เริ่มแสดง อิทธิฤทธิ์ทำลายข้อตกลง ที่ระบุไว้ว่ารัฐบาลแปลงร่างเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากแต่ข้อตกลงนี้ก็ถูกฉีกแต่วันแรกที่เลือกนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี และเมื่อไม่นานมานี้ก็ปรากฏภาพ มีสมาชิกสภาส่วนเตรียมย้ายเข้าร่วมกับพรรคภูมิใจไทยและในระยะเวลาสี่เดือนพรรคภูมิใจไทยก็จะเร่งเพิ่มจำนวนสส. และหากเกิดเรื่องนี้จริงรัฐบาลก็จะเข้าใกล้รัฐบาลข้างมาก ซึ่งเมื่อวานนี้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านได้อภิปรายเน้นย้ำกับนายกรัฐมนตรีว่าอยากให้เคารพข้อตกลงที่ทำไว้กับพรรคประชาชน การที่พรรคภูมิใจไทยมีท่าทีอย่างโจ่งแจ้งในการสะสมกำลังพล เท่ากับว่ากำลังจงใจฉีกข้อตกลงเอ็มโอเอ
ในเมื่อรัฐบาลทำเอ็มโอเอแต่รัฐบาลไม่เคารพเอ็มโอเอที่ตกลงกันไว้แล้วเราจะเชื่อมั่นใจได้อย่างไรว่ารัฐบาลจะทำภารกิจในสี่เดือนนี้สำเร็จได้จริง หากเราศึกษาได้ประวัติศาสตร์การเมืองไทยจะพบว่าในอดีตเคยมีนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลเฉพาะกิจเพื่อเตรียมการยุบสภาโดยเฉพาะ ซึ่งในคำแถลงนโยบายของรัฐบาลนั้นไม่ยาวมากและระบุชัดเจนว่าเป็นรัฐบาล เฉพาะกิจ เพื่อให้ระบอบประชาธิปไตยเดินต่อไปได้
แต่ในขณะที่รัฐบาลของนายอนุทินเป็นรัฐบาลที่มีข้อตกลงกับพรรคฝ่ายค้านสิ่งที่ควรแถลงต่อรัฐสภาคือการนำเอ็มโอเอมาบรรจุในคำแถลงนโยบายและนำมาอ่านทีละข้อเพื่ออธิบายว่าจะทำตามข้อตกลงให้สำเร็จอย่างไร ซึ่งเอ็มโอเอไม่มีผลผูกพันธ์รัฐสภาตามกฏหมายแต่เป็นสถานะที่มีน้ำหนักและมีผลต่อรัฐบาลชุดนี้นี้มากกว่านโยบายที่นายอนุทินอ่านให้ฟัง ตนคิดว่าสิ่งที่คนอยากฟังคือนโยบายที่นายกรัฐมนตรีไม่ได้อ่านคือคดีหัวส.ว. และเขากระโดง รัฐบาลจะเอาอย่างไรและประชาชนจังหวัดเราไปสงสัยว่านายกรัฐมนตรีจะเข้ามายกคดีก่อนยุบสภาซึ่งก่อนการแถลงนโยบายนายกรัฐมนตรีได้แถลงข่าวยืนยันว่าคดีเหล่านี้ไม่ได้ทำแต่ถูกกลั่นแกล้ง
ซึ่งนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้ต้องหาของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่เป็นการแถลงนโยบายกับ ข้าราชการว่าถ้าใครทำคดีส.ว. ใครทำคดีเขากระโดงต่อก็เท่ากับเป็นการกลั่นแกล้งนายกรัฐมนตรี ก็จะทำให้ข้าราชการไม่กล้าทำอะไร
“ ท่านกล้าให้คำมั่นสัญญากับรัฐสภาแห่งนี้หรือไม่ว่าจะไม่กลั่นแกล้งหรือโยกย้ายข้าราชการผู้เกี่ยวข้องที่มีหน้าที่ทำคดีนี้และจะไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมใดใดเพราะมีสมาชิกหลายท่านได้ถามไปแต่ไม่ได้ลุกขึ้นตอบ นายกรัฐมนตรีจะรับปากต่อรัฐสภาแห่งนี้หรือไม่” นางสาวจิราพรกล่าว
นางสาวจิราพร ยังกล่าวอีกว่าภารกิจที่ สำคัญที่สุดในเอ็มโอเอฉบับนี้ที่มอบให้กับรัฐบาลทำคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่ปรากฏว่าเรื่องที่ใหญ่ที่สุดกลายเป็นเรื่องเล็กที่สุด และพูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงแค่สามบรรทัดเท่านั้น เอ็มโอเอดีทำให้ฝ่ายค้านตั้งคำถามกับฝ่ายค้านด้วยกันเองและตรวจสอบการทำงานด้วยกันเอง รวมทั้งเอ็มโอเอนี้อย่าทำให้ การถ่วงดุลอำนาจมีปัญหาทำให้เชื่อมโยงอำนาจบริหารกับองค์กรอิสระผ่านกลไก วุฒิสภาและทำให้เราไม่เห็นความเป็นไปได้ด้วยการสร้างประชาธิปไตย
“ ตนอยากให้นายกรัฐมนตรีชวนสมาชิกวุฒิสภาว่าให้มาร่วมกันแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยเปิดทางให้มีการทำประชามติโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากอยากสร้างหลักประกันให้ประชาชนมั่นใจว่าการทำเอ็มโอเอระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนจะนำไปนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็น ประชาธิปไตยได้จริง” นางสาวจิราพรกล่าว
z-z1603487247937.jpg)