“จาตุรนต์” ฟาดรัฐบาลที่มาจาก MOA จะนำไปสู่ปัญหาการถ่วงดุล ครอบงำองค์กรอิสระ
โพสต์เมื่อ : 30 ก.ย 2568 เวลา 13:8 น.
“จาตุรนต์” ฟาดรัฐบาลที่มาจาก MOA จะนำไปสู่ปัญหาการถ่วงดุล ครอบงำองค์กรอิสระ ซัดรมต.คนนอก เจอกับระบบการเมืองสุดท้ายเป็นเพียงไม้ประดับ
วันที่ 30 ก.ย. 68 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ วาระเรื่องด่วน 1 คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นประธานในการประชุม
นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ขึ้นอภิปราย ว่า การอภิปรายที่ผ่านมาสองวันนี้บางช่วงก็จะคล้ายไปทางการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผู้นำฝ่ายค้านก็ไม่ได้อภิปรายนโยบายหรือบุคคลเลยแต่ชี้แจงว่าเหตุใดจึงได้สนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ฝ่ายค้านเอกอภิปรายกันไปกันมาพรรคเพื่อไทยบางทีก็อภิปรายนโยบายหรืออภิปรายรัฐมนตรีบางครั้งก็อภิปรายไปถึงพรรคประชาชนและมีสูตรเกี่ยวเนื่องไปถึงเอ็มโอเอ ส่วนพรรคประชาชนก็วิจารณ์นโยบายวิจารณ์บุคลากรและวิจารณ์มาถึงรัฐมนตรีรวมถึงผลงานของรัฐมนตรีในรัฐรัฐบาลก่อนแต่จะเน้นในส่วนที่เกี่ยวกับรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย และรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยก็ไม่มีโอกาสได้ชี้แจงตนมองว่าเป็นเรื่องแปลกเพราะรัฐบาลนี้มาจากเอ็มโอเอและการที่ที่มีรัฐบาลมาจากเอ็มโอเอนั้นเป็นปัญหาอย่างไร
นายจาตุรนต์ ยังอีกว่า การมีรัฐบาล ที่มาจากเอ็มโอเอ แบบนี้จะนำไปสู่ปัญหา มีทั้งปัญหาจากการรับผิดชอบการตรวจสอบถ่วงดุล การได้รัฐมนตรี ได้อย่างไรก็ไม่รู้ ซึ่งจะเกิดปัญหาคือการมีบารมีไปแทรกแซงขององค์กรอิสระต่างๆไปครอบงำระบบและอาจนำไปสู่การไม่ได้ทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ วันนี้ตนจะมาขยายความว่ามีใครบ้างไปรัฐมนตรีและชี้แจงอย่างไรตนก็จะขยายความว่าแล้วจากนี้ไปเราจะจะเห็นรัฐบาลนี้ไปในทิศทางไหน จะมีปัญหาอย่างไรและจะติดตามตรวจสอบอย่างไรไม่ให้เกิดความเสียหายที่ใหญ่หลวง
สมาชิกซักถามได้อภิปรายนโยบายของรัฐบาลว่าเหมาะสมหรือไม่ดีหรือไม่แก้ปัญหาประเทศได้หรือไม่และอภิปรายความสามารถของบุคลากรซึ่งก็คือคณะรัฐมนตรีว่าสามารถทำให้นโยบายประสบผลสำเร็จหรือไม่ ตั้งอยู่บนหลังนี้และเดี๋ยวยิ่งอภิปรายไปจะยิ่งย้ำหลักการให้กับสมาชิกได้เข้าใจและได้ตระหนักว่าเราอภิปรายเรื่องความเข้าใจข้อบังคับทุกอย่างเข้าใจรัฐธรรมนูญทุกอย่าง
ต้นบอกว่ารัฐบาลนี้หากดูจากนโยบายแล้วไม่เข้าใจโจทย์เร่งด่วนของประเทศโจทย์สำคัญซึ่งมีพูดกันอยู่บ้างแต่ไม่ได้เน้นอยู่ในนโยบายที่ว่าเศรษฐกิจไทยจะโตไม่ถึง 2% อย่างต่อเนื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญมากซึ่งมีผู้อยู่บ้างแต่เป็นจำนวนน้อยมากและไม่อาจเห็นได้เลยว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจจริงเกษตรกรการเกษตรตกต่ำรวมทั้งเรื่องภาษีท้ำที่มีแต่เพียงทีมไทยแลนด์ ที่เป็น concept เมื่อ 25 ปีก่อนซึ่งเวลานี้ไม่พอต้องอาศัยความร่วมมืออื่นๆ ที่สำคัญคือไม่ได้แสดงวิสัยทัศน์ว่าในท่ามกลางปัญหาแบบนี้ประเทศไทยต้องอยู่ตรงไหนในการค้าโลกประเทศไทยจะให้ความสำคัญกับการค้าโลกการรูปอยู่ในการค้าโลกอย่างไร
ปัญหาโครงสร้างที่ปรับตัวไม่ทันหากว่าไม่ต้องมีมาตรการละเอียดแต่ผู้นำรัฐบาลต้องแสดงวิสัยทัศน์ให้ได้ว่าเราต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อให้เข้ากับความผันผวนของโลกเพื่อให้เข้ากับการที่ประเทศไทยเจอปัญหามายาวนาน มีหลายเรื่องที่ไม่มีทางทำได้ในสี่เดือนหรือจะอีกสองเดือนถึงสี่เดือนรัฐบาลก็มีอำนาจเพราะตนอยู่ในรัฐบาลมากกว่าสองครั้งรัฐบาลที่ยุยุบสภาและอยู่ไปนานนานก็ไม่มีอำนาจทำอะไร ความสับสนของนโยบายเกิดขึ้นจากการทำเอ็มโอเอที่เกิดความสับสนว่ารัฐบาลจะบริหารประเทศหรือไม่บริหารประเทศเพราะไปพบมาเพื่อยุบสภาไม่ต้องบริหารประเทศแต่เวลาเขียนนโยบายรัฐมนตรีก็ให้ข้าราชการช่วยกันเขียนส่งมา ไม่มีการคุยเรื่องการเมืองเพราะนอกจากเอ็มโอเอแล้วพอตอนร่วมรัฐบาลจริงๆก็ไม่ได้คุยกันว่านโยบายสำคัญจะต้องมีอะไรให้เป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศเสนอกันมา
เรื่องโครงการคนละครึ่งนั้นไม่มีการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชัดเจนอย่างการ กระตุ้นสั้นได้ยาว สี่เดือนนั้นจะทำได้แค่ไหนเรื่องที่เกี่ยวกับชายแดนขอพูดนิดหนึ่งว่าเกินสี่เดือนแล้วประกาศนโยบายแบบนี้มองว่าเป็นเรื่องล่อแหลมคือการทำประชามติเอ็มโอยูไทยกัมพูชา สี่เดือนจะชี้แจงข้อมูลประชาชนอย่างไรและจะเปิดโอกาสให้รณรงค์อย่างไรเพราะกฎหมายประชามติต้องรณรงค์ได้ การประชุม เรื่องเอ็มโอยูที่สภาทำมาหลายครั้งเป็นการประชุมลับเพราะกลัวว่าข้อมูลจะไปถึงกัมพูชา ซึ่งต่อไปนี้จะทำประชามติในบรรยากาศที่ประชาชนยังโกรธแค้นและรุ่มร้อนไม่พอใจและไม่มีใครศึกษาจริงจัง เสี่ยงต่อการเกิดความเสียหายอย่างมากซึ่งสี่เดือนนี้มีการเตรียมเตรียมการและเตรียมรับกับผลจะเกิดแค่ไหน
เรื่องที่ดูเหมือนจะให้ความสนใจมากคือการเร่งใช้เงินกระตุ้นโครงการคนละครึ่งแต่มีโครงการเตรียมเอาไว้แล้วตั้งแต่งบประมาณคราวที่แล้วรัฐมนตรีหลายๆ คนก็นำงบประมาณนั้นวันนี้ทำไมรัฐบาลถึงต้องให้การประชุมเลิก 6 โมงเพราะต้องไปประชุมก่อนที่จะหมดงบประมาณเพื่อจะได้ใช้งบประมาณก้อนนั้นและเตรียมที่จะใช้งบประมาณอีกก้อนหนึ่งที่เป็นจำนวนมากแต่ใช้ไปเพื่ออะไรโครงการหลายโครงการตนดูแล้วก็ไม่น่าจะทำได้ ในสี่เดือน แต่อาจเป็นโครงการประเภทที่ทำแล้วก็เกิดความหวังประชาชนรู้สึกว่าแบบนี้น่าเลือกถ้าหากพักนี้มาสมัครอีกก็จะเลือกก็จะกลายเป็นการนำเงินไปถลุงเพื่อเตรียมการเลือกตั้งสี่เดือนจะกลายเป็นสี่เดือนเพื่อสี่ปีข้างหน้า
ตัวบุคคลตัวบุคลากรจะเป็นเรื่องที่สำคัญรัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่เกิดจาก MOA นี้ที่พรรคประชาชนสนับสนุนรัฐบาลเลือกนายกไม่ร่วมเป็นรัฐมนตรีที่นั่งก็เหลือเยอะ ท่านก็ไปอวดอ้างว่านี่ไงถึงได้นำคนนอกเข้ามาเป็นได้ เอาคนดี ๆ มีความรู้มีความสามารถ ซึ่งตนเองก็ขอแสดงความชื่นชมหลายท่าน บางท่านก็เคยรู้จักกันมาก่อน แต่บางท่านไม่รู้จักกัน แต่ดูประวัติของท่านก็น่านับถืออยู่ แต่พอเวลาได้คนที่มีปัญหาเยอะแยะ ซึ่งสิ่งที่ตนเองจะพูดต่อไปในการสละที่มันเลยทำให้พรรคแกนนำเอาที่นั่งไปให้พรรคการเมืองอีกหลาย ๆ พรรคปรนเปรอไปเต็มที่ให้แรงจูงใจกันไปเต็มที่ โดยไม่คำนึงถึงคนเหล่านั้น มีความรู้ ความสามารถหรือไม่โดยไม่คำนึงว่าบุคคลเหล่านั้น มีบาดแผลขนาดไหนซึ่งตนเองก็ได้พูดต่อไป
รัฐมนตรีคนนอก นักธุรกิจ เมื่อมาเจอกับระบบราชการ เมื่อมาเจอกับการทำงานกับนักการเมือง แบบเสือสิงห์กระทิงแรด ท่านจะเหลือเป็นเพียงแค่ไม้ประดับ ซึ่งรัฐมนตรีที่มาจากคนนอกจะติดปัญหาอยู่อย่างหนึ่ง โดยตนเองเคยมีประสบการณ์เป็นรัฐมนตรีกำกับระดับอธิบดีมาก็ตั้งแต่อายุ 40 ก็พบว่าข้าราชการ เมื่อมาเป็นรัฐมนตรีแล้วท่านจะต้องให้คิดเรื่องนโยบายก็จะมีปัญหากรมเขาไม่บังคับคิดนโยบาย สำนักงานปลัดกระทรวงไม่มีการคิดนโยบาย นโยบายมันต้องเป็นนโยบายกระทรวง ซึ่งมาจากฝ่ายบริหารข้าราชการผู้มาจากข้าราชการก็จะติดปัญหาตรงนี้อีก และเมื่อมาทำงานกับรัฐมนตรีที่มีบาดแผลท่านจะรู้สึกอึดอัดท่านจะรู้สึกว่าผ่านไปซักระยะท่านจะรู้สึกว่าเอาท่านมาทำไม แต่บุคลากรส่วนที่มีปัญหาผิดฝาผิดตัวคนปรากฏว่าทำงานไม่ได้มีหลายคนทำมาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วขยับไปขยับมาก็ทำงานไม่ได้สักทีซึ่งตอนนี้ก็อยู่ในกระทรวงสำคัญแต่คนที่มีปัญหามาก ๆ
ตนเองขอเริ่มจากคนที่ถูกอภิปรายถึงบาดแผลถึงการถูกกล่าวหาคือ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่มีเรื่องคิวผีแรงงานข้ามชาติ เปิดทางทหารเมียนมาเข้ามาเก็บส่วยคนไทยเมื่อวานนี้ ซึ่งสส. จากพรรคประชาชนก็อภิปรายไปต้องขออภัยที่เอ่ยนามสั้น ๆ ตนเองไม่ได้กล่าวหาท่านในทางไหมไม่ไว้วางใจอะไร แต่จะพูดให้เห็นว่าจะมีความสามารถบริหารนโยบายได้หรือไม่ ต่อมา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีปัญหาในเรื่องคดีที่ท่านสู้มาตั้งแต่ในศาลรัฐธรรมนูญโดยระบุว่าความผิดกรณีที่เกิดในประเทศไม่ได้อยู่ในเขตอำนาจศาลไทยนั่น เป็นเรื่องกฎหมายแต่เรื่องนั้นผิดจริยธรรมหรือไม่นั้น จริยธรรมมีประเทศหรือไม่ มีดินแดนหรือไม่ ตรงนี้มันอยู่ในวิจารณญาณของคนเป็นนายกรัฐมนตรีได้เลย แล้ววันนี้มีสมาชิกบางท่านพูดถึงท่านอีกในโครงการที่ท่านเข้าไปมีส่วนผูกพัน นายวรภัค ธันยาวงษ์ ตนเองได้ฟังที่ท่านชี้แจงฟังประวัติท่านอย่างละเอียดแต่ข้อกล่าวหาเขาก็มีน้ำหนักเหมือนกันมีเรื่องอยู่ที่ ปปช. วันนี้แถมอีกเรื่องที่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายถึงก็มีเรื่องแถมเข้ามาอีก
มีอีกหลายคนที่ทุจริตเรื่องการซื้อตึก sky9 นางสาวรักชนก ศรีนอก ได้อภิปรายอย่างดุเดือดถึงพริกถึงขิงเมื่อวานนี้วันนี้ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด มาซ้ำเข้าไปอีก ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องที่จะต้องไปเกี่ยวข้องมีตั้งแต่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายพิพัฒน์อีก ซึ่งเรื่องเหล่านี้ที่ได้มีการพูดชัดเจนนั่นหมายความว่ามีปัญหาติดตัวกันอยู่ทั้งนั้นและประเด็นที่เขาพูดกันอยู่ก็คือที่มีปัญหาติดตัวอยู่นี้นอกจากไม่แยแสแล้ว ยังให้ตำแหน่งที่สูงขึ้นสำคัญขึ้นตาม ๆ กัน
ต่อมาถือเป็นเรื่องที่สำคัญสองเรื่องซึ่งเข้าไปเกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีหลายคนขอย้ำว่า ตนเองกำลังอภิปรายนโยบายของรัฐบาลคณะรัฐมนตรีนายอนุทินในเรื่องรักษานิติธรรมอย่างเคร่งครัด เรื่องการละเว้นในการใช้กฎหมาย ในการป้องกันปราบปรามยาเสพติดบ่อนพนันต่างๆและการใช้กฎหมายเจ้าหน้าที่ของรัฐไปเพื่อประโยชน์ทางการเมืองซึ่งท่านมีนโยบายอย่างนี้คำถามคือจะทำได้หรือไม่ถ้าท่านมีบุคคลเหล่านี้ที่เกี่ยวข้องกับกรณีต่อไปนี้อยู่ในคณะรัฐมนตรี
สิ่งที่เกิดขึ้นมันจะตรงข้ามกับที่ทำ MOA เอาไว้สิ่งที่เกิดขึ้นมันจะเป็นการรวน การบิดเบี้ยว ของรัฐสภาการตรวจสอบถ่วงดุลต่อไปนี้ จะเป็นอย่างไรท่านต้องรับผิดชอบต่อการเลือกคนเป็นนายกแต่ท่านจะไม่รับผิดชอบต่อ ครม. ที่มาแล้ว ท่านเองก็วิจารณ์อย่างเสีย ๆ หาย ๆ ดุเดือดราวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านวิจารณ์นโยบายอย่างเข้มข้น เราก็อภิปรายอย่างเข้มข้น แต่ไม่ต้องรับผิดชอบเลยอย่างนั้นหรือ ต่อไปจะอภิปรายจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านกันอย่างไร ระบบรัฐสภามันรวนรัฐบาลที่ได้มาโดยอาศัยช่องว่างจากการที่พรรคสนับสนุนเขาไม่ต้องการเป็นรัฐมนตรี ตั้งกันตามใจชอบเอาคนมีบาดแผลเต็มไปหมด ไม่มีความน่าเชื่อถือ และยังไม่มีระบบการตรวจสอบที่น่าเชื่อถือด้วย บ้านเมืองจะเดินไปอย่างนี้ นี่คือสิ่งที่เราเป็นห่วงที่เราจะต้องตรวจสอบกันต่อไปว่าทำอย่างไรจะไม่ให้ประเทศนี้นอกจากอาจจะไม่เดินไปสู่ประชาธิปไตยแล้ว จะไม่เดินไปสู่ความเสียหาย ใหญ่หลวงหายนะ ดังที่สมาชิกพรรคเพื่อไทยสมาชิกรัฐสภาได้อภิปรายกันมา 2 วัน
z-z1603487247937.jpg)