닫기

ปกสกู๊ปแนวนอน555555555

“จริยธรรม” ไม้ตายโค่นนักการเมือง


แก้รัฐธรรมนูญ เอื้อประชาชน หรือเอื้อใคร หลังพรรคการเมืองยื่นแก้ รธน. รายมาตรา โดยเฉพาะเรื่องจริยธรรม เคราะห์กรรมที่อดีตนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน โดนสอยพ้นเก้าอี้ งานนี้ทำเอานักการเมืองหลายคนอยู่เฉยไม่ได้ เพราะคิดว่าไม่รู้วันไหนจะถึงคิวตัวเอง จึงรีบยื่นแก้ รธน.รายมาตรา โดยหลายพรรคการเมืองเห็นพ้องต้องกัน แม้แต่ สว.บางกลุ่มก็เห็นด้วย สนับสนุนให้แก้

การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็น 1 ในนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่แถลงต่อรัฐสภา เพื่อผลักดันให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย ขจัดการสืบทอดอำนาจเผด็จการ สร้างความเป็นธรรมให้ประชาชน โดยเฉพาะเรื่องจริยธรรมแก้ให้ชัดเจนว่า ผู้เป็นรัฐมนตรีต้องอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีในศาลฎีกา กรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยคนที่เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุก แม้คดียังไม่ถึงที่สุดหรือมีการรอลงโทษซึ่งปัจจุบันห้ามเป็นรัฐมนตรีนั้น แก้เป็น ‘ให้นำกรณีดังกล่าวเป็นเหตุความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามมาตรา 170 แทน’

แต่ก็ไม่ง่ายเลยสำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แม้พรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคเห็นพ้องต้องกัน หรือแม้แต่พรรคประชาชนเองก็ยื่นแก้รัฐธรรมนูญตีคู่ไปพร้อมๆกับเพื่อไทย แต่ก็ยังมีอีกหลายพรรคการเมืองที่อาจไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้

'ชัยชนะ เดชเดโช' สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขเกี่ยวกับจริยธรรมนักการเมือง เพราะเชื่อว่า การที่ทุกคนจะเข้าสู่ตำแหน่ง ต้องพร้อมตรวจสอบจริยธรรม จะเป็นผู้บริหารประเทศก็ต้องยอมรับในกติกาที่เกิดขึ้น’

ขณะที่ 'วิสุทธิ์ ไชยณรุณ' ประธานวิปรัฐบาล และสส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย มองว่า ประเด็นจริยธรรมยังมีอยู่ แต่ต้องมีขอบเขต จะได้ระมัดระวังไม่ทำต่อ เช่น กรณีนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เสียงข้างมากเกินแค่ 1 เสียงก็พ้นตำแหน่งนายกฯแล้ว ควรเพิ่มเปอร์เซ็นต์ที่สูงกว่านี้ ต้องดูเรื่องลหุโทษด้วย  แต่เชื่อว่าหากพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลแล้วไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ประเด็นดังกล่าว เป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่ต้องตัดสินใจร่วมกัน'

แม้ฝ่ายสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยนั้น อีกฝ่ายที่ขาดไม่ได้คือสมาชิกวุฒิสภา เพราะการลงมติครั้งนี้ต้องใช้เสียง สว. 1 ใน 3 เพราะฉะนั้นก็ต้องถามความเห็นของ สว.ด้วยว่าจะเอาด้วยหรือไม่กับการแก้ไข รธน.รายมาตรา โดยเฉพาะเรื่องจริยธรรม

น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เห็นพ้องตั้งแต่ต้นว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีปัญหา เดิมต้องการให้มีการแก้ไขทั้งฉบับ แต่อาจไม่ทัน 3 ปีที่เหลือของรัฐบาลนี้ ดังนั้น หากมีการแก้ไขรายมาตราเพื่อลดจุดบกพร่อง และแก้ปัญหาเสถียรภาพทางการเมืองได้จะเป็นประโยชน์ และน่าสนับสนุน ส่วนข้อครหาที่ว่าการแก้เรื่องจริยธรรมของนักการเมืองเพื่อเอื้อประโยชน์ให้นักการเมืองด้วยกันเองนั้น  มองว่าเรื่องจริยธรรมควรเป็นเรื่องที่กลุ่มวิชาชีพขององค์กรในสายอาชีพนั้นได้พิจารณาตกลงกันเอง ว่าพฤติกรรมของใครที่เหมาะสมหรือไม่สอดคล้อง การอาศัยการตีความโดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กลายเป็นว่าจริยธรรมนี้ขึ้นอยู่กับตุลาการ 9 คน  จึงควรมีข้อกำหนดชัดเจนที่คนสามารถปฏิบัติตามได้ แต่การใช้คำว่าจริยธรรมและอาศัยการตีความซึ่งมีความเป็นนามธรรมสูงมาก  สุดท้ายการตีความนั้นขึ้นอยู่กับคนไม่กี่คน คงเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุกคน จึงเห็นว่าควรมีการปรับแก้เพื่อให้เกิดความชัดเจนในเรื่องนี้ 

อย่างไรก็ตาม จริยธรรม ถือเป็นเรื่องที่นักการเทืองหลายคนกังวล แม้ชีวิตนี้อาจไม่เคยถูกดำเนินคดี หรือความผิดอะไร แต่หากถูกยื่นให้สอบเรื่องจริยธรรมกันบ้างแล้วก็อาจจะมีร้อนๆ หนาวๆ และน่าสังเหตุว่าแทบทุกครั้งที่นายกฯ หรือ สส. สว. หรือแม้แต่ข้าราชการต่างๆ มักถูกพ่วงให้ตรวจสอบจริยธรรมไปด้วย จนถูกมองว่าเรื่องนี้อาจเป็นเครื่องมือทางการเมืองให้เช่นงานฝ่ายตรงข้ามหรือเปล่า และหลายคนกลับมองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการเอื้อประโยชน์ให้นักการเมืองคนไหนหรือพรรคการเมืองใด แต่เป็นการกำหนดคำนิยามให้ชัดเจนของคำว่ามาตรฐานจริยธรรมของนักการเมืองว่า มีอะไรที่เข้าข่ายบ้าง ยังให้มีรัฐธรรมนูญที่ว่าด้วยจริยธรรมของนักการเมืองอยู่ แต่ต้องมีขอบเขตให้ชัดเจนว่าอะไรที่ถือเป็นความผิดที่ขัดต่อจริยธรรมของนักการเมือง