닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ5

“จตุพร” ฟาดการเมืองต้มตุ๋น แค่คำพูดยังตระบัดสัตย์ จะการันตีได้อย่างไรจะไม่เสียดินแดน


วันที่ 1 พ.ย. 2567 นายจตุพร พรหมพันธุ์ โพสต์ข้อความบนเพจเฟซบุ๊ก Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์ ระบุว่า คำพูดยังตระบัดสัตย์ แล้วมาการันตีได้อย่างไร? จะไม่เสียดินแดน

“จตุพร” ฟาดการเมืองต้มตุ๋น หลอกลวงอุดมการณ์ ลั่นแค่คำพูดตัวเองยังกล้าตระบัดสัตย์ ยังมีหน้าการันตีจะไม่เสียดินแดน ซัดทำเป็นอวดดีผูกขาดรักชาติ จี้เปิด MOU 44 พร้อมชำแหละสัญญาสัมปทานเชฟรอน 50 ปี เย้ยเอาแต่ได้ อยากตั้ง ปธ.บอร์ดแบงก์ชาติ ลั่นแน่จริงก็เอาสิ รีบตั้งทั้งบ่อน ทั้งแลนด์บริดจ์ ซุกที่ดิน 99 ปี เชื่อพลังแผ่นดินจะเกิดขึ้น ถึงคราต้องลุกต่อต้านรัฐบาลขายแผ่นดิน

เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2567 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์ เย้ยรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่ออกอาการเร่งรีบทำโครงการสุ่มเสี่ยงทำให้ประเทศเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะบ่อนคาสิโนและการเจรจาผลประโยชน์พลังงานแลกกับไม่มีหลักประกันจะรักษาเกาะกูดเอาไว้ได้

“แม้แต่คำพูดตัวเองยังกล้าตระบัดสัตย์ แล้วยังมีหน้ามาการันตีจะไม่เสียดินแดน คนแบบนี้จะรักษาแผ่นดินได้อย่างไร” นายจตุพร กล่าว

พร้อมทั้ง ระบุว่า ทุกรัฐบาลผ่านมาไม่มีปัญหา MOU 44 เพราะไม่ได้บรรจุการเจรจาแหล่งพลังงานที่เกี่ยวข้องกับเกาะกูดไว้ในการแถลงนโยบายเร่งด่วนเหมือนรัฐบาลอุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร แต่สิ่งหนึ่งที่คนไทยไม่รู้แน่ชัดคือ จำนวนปริมาณพลังงานมีเท่าใดกันแน่ เพราะไม่เคยมีการสำรวจอย่างจริงเลย

นายจตุพร ย้ำว่า รัฐบาลอุ๊งอิ๊งต้องกล้าเปิดเผยสัญญายกสัมปทานพลังงานให้เชฟรอน เพราะภูมิรัฐศาสตร์ไม่เหมือนเดิม สถานการณ์มหาอำนาจเกิดเปลี่ยนแปลงปะทุขัดแย้ง การให้สัมปทานเมื่อปี 2515 ในยุคสงครามเย็น แล้วยังขยายอายุสัมปทานเป็นระยะ กระทั่งถึงวันนี้ยาวนานกว่า 50 ปี แต่การขุดสูบพลังงานออกมาใช้ยังไม่เคยเริ่มดำเนินการเลย

ดังนั้น ที่พูดกันมาเนื่องจากท่วงทำนองของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่คนไทยไม่สบายใจกับการเร่งรีบเจรจาแหล่งพลังงาน ไม่แตกต่างจากออกอาการด่วนตั้งบ่อนคาสิโนที่ทำลายคนในชาติ และสิ่งสำคัญ MOU 44 เป็นเรื่องสุ่มเสี่ยงเสียดินแดนของไทยไปให้กัมพูชา

อย่างไรก็ตาม ไทยมีปมใจเรื่องการเสียดินแดนนับครั้งไม่ถ้วน จึงเปลี่ยนแปลงจากความรู้สึกไม่ได้ แม้ยอมรับประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาได้ แต่ปัจจุบันคนไทยไม่พร้อมจะสูญเสียดินแดนอีก ดังนั้น การเจรจาผลประโยชน์ทางทะเลที่ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์กัน ถ้าวันนี้เรามีเหตุจากวิกฤตน้ำมันไม่มีสักหยด และเราเป็นเจ้าของแหล่งพลงงานในสัดส่วนของเราเต็มๆ กันนี้ก็พอถูไถให้เร่งรีบหาผลประโยชน์เข้าประเทศได้


"หากเมื่อสูบน้ำมันในแหล่งของไทยออกมาใช้ได้ แล้วราคากลับไปอิงกับสิงคโปร์ทำให้ราคาสูง แล้วไทยได้อะไร ดังนั้น สัญญาสัปทานกับเชฟรอนจึงล้าสมัยไปแล้ว ทำไมไม่พูดเรื่องสัญญากันก่อนว่า ไทยต้องเสียเปรียบเรื่องใดบ้าง และมีหลักประกันให้ไทยได้ใช้น้ำมันราคาถูก แล้วพลังงานที่มีมูลค่า 10-20 ล้านล้านนั้น คนไทยได้สักกี่บาท"

อีกทั้งกล่าวว่า ถ้าไม่ชัดเจนเรื่องดินแดน โดยยังตกลงกันไม่เสร็จ กลับไปเอาผลประโยชน์จากแหล่งพลังงานก่อน เท่ากับยอมรับในเรื่องดินแดน ซึ่งเหมือนกับปัญหาปราสาทพระวิหาร ฉะนั้นควรตกลงเขตแดนให้เรียบร้อยก่อนและต้องไม่มีการสมยอมกันแบ่งครึ่งเกาะกูดอย่างเด็ดขาด
นายจตุพร กล่าวว่า ผู้นำกัมพูชามีความชัดเจนในเรื่องดินแดน เพราะประเทศเขาต่อสู้ปกป้องเอกราชดินแดนมาต่อเนื่อง ดังนั้น ดินแดนจึงเป็นแนวทางชาตินิยมให้ยึดถือเพื่อหลอมรวมเอกภาพการรักชาติของคนในชาติ เขาจึงไม่ยอมเสียเปรียบในเรื่องดินแดน ส่วนไทยกลับด้อยค่าคนรักชาติที่ปกป้องแผ่นดินว่า เป็นพวกคลั่งชาติ 

สิ่งสำคัญ ไทยไม่มีเหตุผลใดที่ต้องรีบเร่งเจรจาผลประโยชน์แหล่งพลังงานก่อน แต่เราต้องปักปันเขตแดนทางทะเลระหว่างไทย-กัมพูชาให้เรียบร้อยชัดเจนแล้วจึงเจรจาเรื่องผลประโยชน์พลังงานกัน หากเราไปยอมรับผลประโยชน์น้ำมันและก๊าซใต้ดินเท่ากับยอมรับสิ่งที่อยู่บนดิน นั่นเป็นหลักที่เขาได้ปักไว้แล้วกับปัญหาดินแดน ซึ่งจะนำพาให้ไทยไปสู่การเสียดินแดนซ้ำอีก ด้วยเหตุนี้ ตลอดเวลา 23 ปีจึงยังไม่จบ และเมื่อถอยไปอีก 50 ปีก่อนหน้านี้ก็ตกลงกันไม่ได้ เพราะแต่ละประเทศไม่ยอมเสียดินแดน 

“วันนี้ ใครหน้าไหนมาการันตีว่าจะไม่เสียดินแดน เมื่อคำพูดของมันยังตระบัดสัตย์ ไม่รักษาคำพูด แล้วจะรักษาดินแดนได้อย่างไรกัน ดังนั้น คุณ (รัฐบาลเพื่อไทยกับผู้บ่งการอยู่เบื้องหลัง) ต้องฟังคนไทยบ้างในฐานะเป็นเจ้าของประเทศ เพราะผลประโยขน์ที่เร่งรีบเจรจาไม่ได้กับชาติบ้านเมือง แต่กลับมีโอกาสจะเสียดินแดน”

พร้อมทั้งย้ำว่า ใครที่ตระบัตสัตย์คำพูดตัวเองแล้ว อย่าไปปรามาสคนรักชาติที่ปกป้องดินแดนว่า พวกคลั่งชาติ เพราะเรามีปมใจในเรื่องเสียดินแดนมาตลอดตั้งแต่ยุคฝรั่งเศลล่าอาณานิคมในอินโดจีน แล้วขีดเส้นเขตแดนไทยจนเสียเปรียบเรื่องเขตแดนทั้งลาวและกัมพูชาอีกหลายพื้นที่ รวมทั้งเกาะกลางน้ำโขงในปัจจุบัน

นายจตุพร กล่าวว่า การเร่งรีบเจรจาผลประโยชน์พลังงานก่อนตกลงเรื่องเขตแดน เพราะบรรดานักการเมืองพ่อค้าทั้งหลายมีอาการตาโตกับผลประโยชน์อื่นใดที่ในสัญญาได้ตกลงไว้กับเชฟรอน จึงเห็นช่องว่างเป็นหนทางทำมาหากินกัน ซึ่งอาการตาโตเช่นนี้เป็นพฤติกรรมเร่งรีบที่สุ่มเสี่ยงกับการเสียแดนของไทยอย่างยิ่ง

"อย่าได้มาอวดดีผูกขาดการรักชาติ คุณรักชาติอะไรกัน แล้วไปใส่ไว้ในนโยบายเร่งด่วนทำไม เหมือนเรื่องที่กำลังรีบด่วนอีกในการตั้งแต่คนการเมืองเป็นประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) แบงก์ชาติ จนอดีตผู้ว่าธนาคารแห่งชาติ 4 คนออกมายืนกรานคัดค้านและต่อต้าน"

พร้อมทั้งกล่าวว่า แม้ฝ่ายการเมืองจะออกมาอธิบายว่า ไม่ได้เป็นนักการเมืองแล้ว เพราะรลาออกจากพรรคเพื่อไทยแล้ว ซึ่งก็จริง แต่ความสัมพันธ์ยังแน่นสนิทอยู่เหมือนเดิม โดยวันไหนอยากกลับเป็นนักการเมืองก็เข้ามาเป็นสมาชิกพรรคได้อีก จึงเป็นพฤติกรรมของพวกมักง่ายนำมาอ้างอิง อธิบายหลอกต้มคนไทย

อย่างไรก็ตาม แม้อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติออกมาคัดค้านนั้น รัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะไม่ฟังก็ได้ แต่ต้องรู้ไว้ว่า จะต้องมีปัญหา เพราะที่สุดประชาชนทุกระดับชั้นจะสุดทนกับเห็นพฤติกรรมที่มากไปเช่นนี้ แล้วจะออกมาต่อต้านเพื่อปกป้องให้แบงก์ชาติมีความเป็นอิสระ

นายจตุพร กล่าวว่า คนไทยรู้กันดีว่า คนที่ฝ่ายการเมืองจะแต่งตั้งให้เป็นประธานบอร์ดแบงก์ชาตินั้น จัดเป็นคนฝ่ายการเมืองชัดเจน เพราะเคยเป็น รมต.สังกัดพรรคเพื่อไทย และเป็นที่ปรึกษารัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน แม้หลุดรอดจากคดีจำนำข้าวก็ตาม แต่นั่นแสดงถึงความสัมพันธ์แนบแน่นกับฝ่ายการเมืองมาต่อเนื่อง

อีกอย่าง คณะกรรมการสรรหาบอร์ดแบงค์ชาติบางคน เคยถูกกล่าวหากับกรณีหุ้น AIS จนทำให้เจ้าหน้าที่ระดับผู้อำนวยการต้องติดคุก ส่วนตัวเองรอดมาได้ ดังนั้น เมื่อจะเอาคนการเมืองเป็นประธานบอร์ดแบงก์ชาติให้ได้ ทั้งที่เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ถ้าแน่จริงก็เอาสิ 

"รัฐบาลเมื่อมาแล้วก็ต้องไป ผู้ว่าแบงก์ชาติเช่นกันก็ต้องไป แต่ชาติยังอยู่ ดังนั้น ไม่ว่าเรื่องแบงก์ชาติ เรื่องเกาะกูด เรื่องบ่อนคาสิโนที่อยากให้เกิดในกลางแผ่นดินไทยให้ได้ ดังนั้น ประชาชนต้องออกมาเป็นพลังแผ่นดินเพื่อถ่วงดุล ปกป้องชาติเอาไว้ นี่คือสิ่งสำคัญยิ่ง"

กรณีการตั้งบ่อนนั้น นายจตุพร กล่าวว่า ประเทศข้างเคียงหลายประเทศล้วนมีปัญหาทั้งนั้น เพราะปัจจุบันกลายเป็นแหล่งพนันออนไลน์ คอลเซนเตอร์ มาต้มตุ๋นหลอกคนไทย แล้วอยู่ดีๆ รัฐบาลเพื่อไทยกลับบรรจุไว้เป็นนโยบายเร่งด่วน 

อีกอย่างที่สำคัญ โดยเพิ่มจำนวนบ่อนขึ้นแบบอาการคนตาโตจากกำหนดไว้ 8 แห่งจะเพิ่มมาเป็น 10 แห่ง รวมทั้งรีบเอาให้ได้ โดยหวังให้กฎหมายผ่าน ครม.ในช่วง 2 เดือนนี้ และตั้งเป้าให้กฎหมายผ่านสภาสมัยประชุมหน้า ซึ่งอย่างช้าคาดว่า ใน เม.ย.ปี 68 กฎหมายต้องเรียบร้อย

"ฝาก ครม.และพรรคร่วมรัฐบาลที่ไม่ใช่พรรคเพื่อไทย ต้องแสดงจุดยืนอย่างชัดเจน เพราะนี่คือการทำลายชาติ เมื่อสัญญาแหล่งพลังงานกับเชฟรอนเมื่อ 50 ปีที่แล้วยังเลิกไม่ได้เลย แล้วบ่อนสัญญา 30 ปี มีต่อได้ครั้งละ 10 ปี จะเลิกได้เหรอ และคงอยู่กับไทยไปชั่วกัปชั่วกัลป์"

นายจตุพร ย้ำว่า คนเข้าไปเล่นพนันในบ่อนเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะสาระหลักการตั้งบ่อนคือ เป็นแหล่งโยงใยให้เกิดพนันออนไลน์ที่จะนำไปสู่การฟอกเงิน และยังเกี่ยวข้องกับดิจิทัลวอลเล็ต แล้วลามให้คนไทยมีโอกาสสิ้นเนื้อสิ้นตัวเพิ่มขึ้น สุ่มเสี่ยงสังคมเสื่อมทราม พินาศย่อยยับกับแหล่งอบายมุข เกิดอาชญากรรมยาเสพติด ลักวิ่งชิ่งปล้น และขายตัวก็ม่เว้น เพียงแค่หาเงินไปเล่นพนันออนไลน์
อีกทั้งผลประโยชน์จากบ่อนที่รัฐจะได้มีเพียง 0.03% ของมูลค่าท่องเที่ยวหนึ่งปี (ประมาณ 1.8-3.3 ล้านล้าน) และมูลค่าให้รัฐยังเทียบกับความเสียหายต่อชาติบ้านเมืองไม่ได้ ดังนั้นคนทักท้วงนโยบายเร่งด่วนนี้ ไม่ใช่มีอคติกับรัฐบาลพรรคเพื่อไทย แต่คนไทยสงสัยพฤติกรรมเร่งรีบ ทั้งอยากได้ผลประโยชน์พลังงานโดยซ่อนกลแลกด้วยเกาะกูด และด่วนตั้งบ่อนคาสิโน ซึ่งแสดงถึงอาการจะเอาแต่ได้ของฝ่ายการเมืองพรรคเพื่อไทย ที่ไม่คำนึงถึงประเทศชาติเลย
สิ่งสำคัญเรื่องอะไรที่เสียไปแลวยากจะเอาคืนได้ เช่น ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย (ยุคทักษิณ ชินวัตร) ถึงวันนี้ผ่านมา 20 ปี มีความพินาศย่อยยับ หมดงบประมาณไป 4 แสนล้าน ตาย 7.6 พันชีวิต บาดเจ็บ 1.4 หมื่นคน เกิดเหตุการณ์ไม่สงบกว่า 20,000 ครั้ง แล้วแก้ปัญหาจากการตัดสินใจผิดพลาดของทักษิณไม่ได้ และยังพาบ้านเมืองกลับมาเหมือนเดิมไม่ได้ 

"แล้วคุณจะเอาอะไรมารับผิดชอบ แม้คำพูดตัวเองยังรับผิดชอบไม่ได้ แล้วจะเอาอะไนมารับผิดชอบอีก ดังนั้น เรื่องนี้เป็นปัญญหาใหญ่ และกรณีโครงการขายแผ่นดิน 3 แสนไร่แลนด์บริดจ์ 99 ปี และเพิ่มต่างชาติซื้อคอนโดฯ 75% อยู่ 99 ปี ก็ยังรอขายอีก แล้วจะนำดิจิทัลวอลเล็ตมาเชื่อมโยงกับการฟอกเงิน ทุกเรื่องราวก็รอที่จะเขมือบกันทั้งนั้น"

นายจตุพร กล่าวว่า สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นพฤติกรรมออกอาการเร่งรีบที่ไว้ใจไม่ได้ รวมถึงร่าง พรบ.ขนส่งทางราง ยังจะออกกฎหมายมาเอื้อประโยชน์ให้เอกชนได้กรรมสิทธิ์ทั้งที่ดินสองข้างทางรถไฟฟ้า และเป็นเจ้าของสัมปทานอีกด้วย

อีกทั้งกล่าวว่า เรื่องราวเร่งรีบอ้างปัญหาเศรษฐกิจเช่นนี้ กลับกลบซ่อนพฤติกรรมขายชาติเอาไว้ เพราะการทำบ่อนไม่ได้กระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเข้าประเทศ สิ่งสำคัญบ่อนการพนันสร้างประเทศไม่ได้ โดยบ่อนในประเทศข้างเคียงแสดงให้เห็นสัจจธรรมนี้ได้ชัดเจน 

พร้อมย้ำว่า ถ้าเรื่องราวการออกอาการเร่งรีบจะทำให้ได้ของรัฐบาลเพื่อไทย เมื่อเราไม่อาจหยุดพฤติกรรมเหล่านี้ได้ คงต้องขอพลังแผ่นดินออกมาสำแดงพลัง ต่อต้านสังคมหลอกลวงที่บังไว้ด้วยหน้าฉากสวยหรู กำลังแพร่ละบาดอย่างหนัก 

"ยิ่งรัฐบาลสร้างแต่สิ่งเร่งด่วนให้ประชาชนหลงเชื่อ แล้วเข้าไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์เสียเอง รวมทั้งบางคนต้มตุ๋น ลวงหลอกเป็นคนยึดมั่นอุดมการณ์ แต่ธาตุแท้แสดงออกปลายทางว่าไม่ใช่ สังคมลวงหลอกระบาดไปทุกวงการ อนาคตบ้านเมืองจึงสุ่มเสี่ยงเละเทะอย่างหนัก ดังนั้น สักวันพลังแผ่นดินคงถึงคราต้องลุกขึ้นกอบกู้"

#ประเทศไทยต้องมาก่อน