“ครูหยุย” มอบของขวัญให้แม่บ้านตึกวุฒิสภา แนะ รัฐบาลปฏิรูป "วันเด็ก"
โพสต์เมื่อ : 10 ม.ค 2568 เวลา 10:14 น.
“ครูหยุย” มอบของขวัญให้แม่บ้านตึกวุฒิสภา แนะ รัฐบาลปฏิรูป "วันเด็ก" เปลี่ยนจากให้คำขวัญวันเด็กเป็นการให้ของขวัญที่มีค่ากับเด็ก เยาวชน อนาคตชาติที่จับต้องได้ ย้ำ ซื่อสัตย์สุจริต จะเซฟงบฯพัฒนาชาติได้ หนุน รัฐบาล ถึงเวลาเอาจริง”แก๊งค์คอลเซ็นเตอร์หลอกเด็ก” ได้แล้ว
วันที่ 10 ม.ค. 2568 ที่รัฐสภา นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ อดีตสว. ให้สัมภาษณ์ หลังมามอบของขวัญวันเด็กให้กับแม่บ้านฝั่งวุฒิสภาเพื่อนำไปมอบให้กับลูกๆ ว่า วันนี้เป็นวันก่อนวันเด็ก ตนคิดถึงแม่บ้านของตึก สว. ที่มีรายได้น้อย ซึ่งในสมัยที่ตนเป็นสว.ก็มอบให้ทุกปี และขออนุญาตพูดเรื่องคำขวัญวันเด็ก ถ้าเราศึกษาประวัติศาสตร์จะพบว่าคำขวัญวันเด็กในทุกสมัย เป็นคำขวัญที่เรียกร้องเด็กมาตลอด ไม่ว่าจะนายกฯคนไหน เช่น มีวินัย มีความซื่อสัตย์ มีความฉลาด มีความมัธยัสถ์ แต่ตนคิดว่าวันเด็กแห่งชาติน่าเป็นวันที่ให้เราระลึกถึงสมัยที่เราเป็นเด็ก เราต้องการอะไร ดังนั้น ควรจะเปลี่ยนจากการให้คำขวัญมาเป็นให้ของขวัญ เหมือนกับที่ส่วนราชการและเอกชนก็ให้ของขวัญเด็กทั้งนั้น แต่รัฐบาลในฐานะที่เป็นพ่อแม่รายใหญ่ตั้งแต่นายกฯ จนถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งหมด ควรคิดให้ของขวัญกับเด็กคือการที่รัฐบาลบอกเจตนารมย์ว่า ในวันเด็กปีนี้ รัฐบาลจะทำอะไรให้กับเด็ก
"เด็กเมื่อ 2-3 วันก่อน มีสภานักเรียนไปพบนายกฯ และมีการพูดถึงของขวัญที่อยากได้ คือให้รัฐบาลยึดมั่นให้มีกิจกรรมส่งเสริม ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ช่วยปราบบุหรี่ไฟฟ้า และเกมส์ออนไลน์ที่เป็นภัยต่อเด็กและให้ช่วยเด็กที่ตกหล่นจากระบบการศึกษาเข้ามาสู่ระบบการศึกษา นี่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า เด็กไม่ต้องการคำขวัญ เพราะเขาได้ทุกวันในโรงเรียนอยู่แล้ว ดังนั้นรัฐบาลควรให้ของขวัญที่จับต้องได้ เช่น รัฐบาลจะไม่โกง จะซื่อสัตย์สุจริต เพราะการซื่อสัตย์จะนำมาซึ่งเงินมหาศาลที่จะนำไปพัฒนาคน อนาคตของชาติ ดังนั้น รัฐบาลต้องประกาศเจตนารมย์เพื่อเด็กว่าปีนี้จะทำอะไร เช่น ปีนี้จะมีสนามเด็กเล่นทั่วประเทศ จะมอบอุปกรณ์เด็กเล่นครบชุดให้เด็กวัยอนุบาลทุกคน ตนขอย้ำว่าเราต้องเปลี่ยนการให้คำขวัญมาเป็นการให้ของขวัญที่มีค่ากับเด็กดีกว่า" นายวัลลภ กล่าว
เมื่อถามว่า ตอนนี้มีข่าวมีเด็ก เยาวชนไทยถูกหลอกไปทำงานเป็นแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ นายวัลลภ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นประสบการณ์ตรงที่ตนได้รับ คือเด็กในมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก ที่ตนดูแลอยู่จำนวนมาก เป็นเด็กเร่ร่อน เด็กด้อยโอกาส เมื่อโตมาก็ออกไปใช้ชีวิตด้วยตัวเอง และจะถูกหลอกมากให้ไปเปิดบัญชีม้า เช่น หลอกให้เปิดบัญชีธนาคารแล้วให้เงิน 2 พันบาท ที่ตนรู้เพราะมีคำสั่งศาลมาที่มูลนิธิมาก เพราะเด็กไปเปิดบัญชี จึงทำให้เราต้องไปดำเนินคดีช่วยเหลือเด็ก ซึ่งชัดเจนว่า เป็นตกเป็นเครื่องมือมาก ถือเป็นตัวอย่างหนึ่งที่รัฐบาลต้องให้ของขวัญด้วยการจำกัดพวกแก็งค์คนที่ล่อลวงเด็กอย่างจริงจัง อาจจะออกกฎหมาย หรือใช้มาตรการที่มีอยู่อย่างเข้มข้น เพราะเป็นสิ่งที่น่ากังวลมากที่เด็กตกเป็นผลประโยชน์กับคนกลุ่มนี้
z-z1603487247937.jpg)