“กัณวีร์” หนุนยุติเปิดเสียงผี ย้ำไม่เห็นด้วยละเมิดสิทธิมนุษยชน
โพสต์เมื่อ : 14 ต.ค 2568 เวลา 19:1 น.
“กัณวีร์” หนุนยุติเปิดเสียงผี ย้ำไม่เห็นด้วยละเมิดสิทธิมนุษยชน แนะไทยยึดหลักข้อตกลงหยุดยิง 13 ข้อ ปกป้องศักดิ์ศรีชาติในเวทีโลก
วันที่ 14 ต.ค.68 นายกัณวีร์ สืบแสง สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการกระทำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนและย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พร้อมเห็นว่าการ “เปิดเสียงผี” ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นเรื่องไม่เหมาะสม และควรยุติไปแล้ว หันกลับมาดำเนินการภายใต้ “ข้อตกลงหยุดยิง 13 ข้อ” และใช้เวทีระหว่างประเทศอย่างสร้างสรรค์เพื่อผลประโยชน์ของประเทศ
นายกัณวีร์ ระบุว่า การให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับกรณี “เสียงผี” ถูกแชร์และตีความในวงกว้างจนเกิดความเข้าใจผิด โดยย้ำว่า “ผมไม่เห็นด้วยกับการที่ไทยจะกระทำการใดที่เป็นการยั่วยุฝ่ายกัมพูชาเสียเอง” พร้อมระบุว่า ไทยได้แสดงความอดทนและยึดมั่นในหลักการไม่ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ดำเนินการทุกอย่างภายใต้สิทธิในอธิปไตยและกฎหมายระหว่างประเทศ
ต่อคำถามนักข่าวว่าการเปิดเสียงผีทำได้หรือไม่ นายกัณวีร์ตอบว่า “พื้นที่ดังกล่าวอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก หากเจ้าหน้าที่อนุญาตก็ถือว่าเป็นสิทธิหน้าที่ของเขา แต่ในหลักความเหมาะสมแล้ว มันไม่ควร เพราะอาจกระทบต่อผู้อื่น” พร้อมเปิดเผยว่า ขณะนี้กัมพูชาได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังองค์การสหประชาชาติ (UN) แล้ว
“นักข่าวถามผมว่า ถ้าเป็น UN จะรับเรื่องหรือไม่ ผมตอบว่า ถ้ากัมพูชาจะฟ้องเพราะกลัวผี คนรับคงนั่งขำ แล้วเรามีสิทธิจะถามกลับว่า แล้วที่รุกล้ำอธิปไตยของไทยทำไมไม่กลัว” นายกัณวีร์ กล่าว
นายกัณวีร์ ยังชี้ว่า หากการกระทำดังกล่าวถูกตีความว่าเข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือการทรมานตามที่กัมพูชาอ้าง ก็ถือว่า “ไม่ควรทำตั้งแต่ต้น” พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาล กองทัพ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงผู้มีอิทธิพลในโซเชียลที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้ “ต้องยุติพฤติกรรมดังกล่าวโดยทันที”
นายกัณวีร์ ยังกล่าวย้ำว่า สิ่งที่ไทยควรทำคือกลับมาใช้กลไกทวิภาคีและเดินหน้าตามข้อตกลงหยุดยิง 13 ข้อ โดยควรรวบรวมหลักฐานให้ชัดเจนเกี่ยวกับการละเมิดอธิปไตยของไทยจากฝ่ายกัมพูชา ทั้งกรณีรุกล้ำดินแดน ตั้งหมู่บ้านในพื้นที่ไทย การใช้พลเรือนเป็นโล่ห์มนุษย์ รวมถึงการฝังทุ่นระเบิด ซึ่งล่าสุดพบและเก็บกู้ได้ถึง 7 ทุ่นในพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว
นอกจากนี้ นายกัณวีร์ ยังระบุว่า ไทยควรใช้เวทีระหว่างประเทศในการชี้แจงประเด็นสำคัญที่กัมพูชาละเมิดกฎหมายมนุษยธรรม และปัญหาอื่น ๆ เช่น เครือข่ายสแกมเมอร์และการค้ามนุษย์ตามแนวชายแดน ซึ่งเป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงของทั้งสองประเทศ
“ผมต้องชื่นชมเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และทุกฝ่ายที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งในการสกัดกั้นและจับกุมผู้ลักลอบไปเป็นสแกมเมอร์ นี่คือสิ่งที่ไทยควรนำเสนอให้โลกเห็น ไม่ใช่การสร้างความขัดแย้งด้วยเรื่องที่ไม่สร้างสรรค์” นายกัณวีร์ กล่าว
ทั้งนี้ นายกัณวีร์ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 17–23 กุมภาพันธ์นี้ จะเดินทางเข้าร่วมการประชุมสหภาพรัฐสภาโลก (IPU) โดยเชื่อว่ากัมพูชาอาจใช้เวทีดังกล่าวใส่ร้ายประเทศไทยอีกครั้ง พร้อมยืนยันว่า “จะใช้โอกาสนี้ปกป้องศักดิ์ศรีของประเทศไทย และทำให้โลกรู้ว่ากัมพูชาเองก็ละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมเช่นกัน”
“เราต้องไม่ปล่อยให้กัมพูชาเอะอะก็ฟ้องสื่อ ฟ้ององค์กรระหว่างประเทศแบบนี้ แต่ต้องใช้หลักการทางการทูตพูดคุยกันบนความจริงและความเท่าเทียม” นายกัณวีร์ ทิ้งท้าย
z-z1603487247937.jpg)