“กัณวีร์” ยัน จม.ร้องเรียนของอุยกูร์ของจริง งัดโชว์สื่อ มีตราประทับลายน้ำหัวกระดาษราชทัณฑ์
โพสต์เมื่อ : 4 มี.ค 2568 เวลา 8:40 น.
“กัณวีร์” ยัน จม.ร้องเรียนของอุยกูร์ของจริง งัดโชว์สื่อ มีตราประทับลายน้ำหัวกระดาษราชทัณฑ์ ขายใบละ1บาท ไม่ใช่ตราปั้ม ชี้ อย่าหลงประเด็นหนังสือจริงหรือไม่ ข้อสำคัญ “ชาวอุยกูร์” อยากกลับจีนจริงหรือไม่ ท้า รัฐบาลโชว์หลักฐานชาวอุยกูร์ สมัครใจกลับจีนจริง
วันที่ 4 มี.ค. 2568 นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อพรรคเป็นธรรม แถลงข่าวถึงกรณีกรมราชทัณฑ์ในสังกัดกระทรวงยุติธรรมขอหนังสือชี้แจงหลังเปิดเผยจดหมายที่อ้างว่าได้จากชาวอุยกูร์ โดยกรมราชทัณฑ์ยืนยันว่า ไม่ใช่หนังสือร้องเรียนจากกลุ่มชาวอุยกูร์ที่ถูกกักตัว และเป็นหนังสือร้องเรียนปลอม ว่า ตนไม่อยากให้หลงประเด็นการผลักดันชาวอุยกูร์กลับประเทศต้นทาง ซึ่งเป็นประเด็นที่ใหญ่กว่าว่าจดหมายร้องเรียนจริงหรือไม่ แต่สิ่งที่จำเป็นคือ คำตอบจากรัฐบาลไทย ว่าชาวอุยกูร์เหล่านั้นสมัครใจกลับ จริงหรือไม่ และอยากถามกลับว่าไม่มีประเทศอื่นจะรับตัวคนเหล่านี้ไปตั้งถิ่นฐานเลยหรือ
วันนี้ตนไม่อยากออกมาแถลง แต่สังคมแคลงใจว่าเป็นจดหมายจริง หรือจดหมายปลอม ซึ่งมันไม่ใช่สารัตถะสำคัญ เรื่องสำคัญคือการที่ผู้ลี้ภัยอยู่ในห้องกักขังมา 11 ปีแล้ว จนกระทั่ง 27 ก.พ. 68 ที่มีการส่งตัวกลับประเทศต้นทาง
โดยระหว่างแถลงนายกัณวีร์ ได้เปิดจดหมายโชว์ให้สื่อมวลชนดูว่าตราสัญลักษณ์มุมล่างขวาของกระดาษไม่ใช่ตราปั้ม แต่เป็นลายน้ำจากกรมราชทัณฑ์ ซึ่งกระดาษแผ่นนี้สามารถหาได้จากกรมราชทัณฑ์ มีขายในราคาแผ่นละ 1 บาท ตนไม่เคยพูดว่า จดหมายฉบับนี้ออกมาอย่างถูกระเบียบจากรมราชทัณฑ์ แต่บอกว่า ไม่ได้รับมาจากผู้ต้องกักที่ สตม.สวนพลู ซึ่งตนได้ตั้งข้อสังเกตว่า การผลักดันชาวอุยกูร์ครั้งนี้ เป็นการพูดคุยกันระหว่างนายกรัฐมนตรีกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ช่วงก่อนการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พวกเขาถูกกักขังลืมเป็นเวลากว่า 10 ปี ทำไมเราไม่เคยได้ยินว่า ผู้ต้องกักมีความสมัครใจมากน้อยแค่ไหนว่า เขาต้องการกลับบ้าน จนปลายเดือน ก.พ. ที่รัฐบาลบอกว่า ทุกคนสมัครใจกลับ ซึ่งในความเป็นจริงคงเป็นไปไม่ได้ ในฐานะตนเป็น สส.พยายามจะสร้างภาพลักษณ์ของประเทศ หากรัฐบาลมีหลักฐานใด ที่ระบุได้ว่า ชาวอุยกูร์เหล่านี้ สมัครใจจะกลับประเทศจีนจริง ขอให้เอาออกมาแสดงให้สังคมและเวทีระหว่างประเทศ มั่นใจว่า เราไม่มีการผลักดันคนเข้าสู่หลักประหารอีกครั้ง ซึ่งประเทศไทยต้องรับแรงปะทะในเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะถ้าถูกถาม เราจะตอบได้หรือไม่ ส่วนในมุมความชอบธรรม ตนมองว่า นี่เป็นการติดกระดุมผิดตั้งแต่ต้น
z-z1603487247937.jpg)