“กมธ.สาธารณสุข สว. ” ห่วงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา กระทบหนักระบบสาธารณสุข
โพสต์เมื่อ : 5 ส.ค 2568 เวลา 7:41 น.
“กมธ.สาธารณสุข สว. ” ห่วงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา กระทบหนักระบบสาธารณสุข ย้ำ ดูแลทุกชีวิตตามหลักมนุษยธรรม วอน หยุดบิดเบือนข้อเท็จจริง พร้อมเรียกร้องให้พรรคการเมืองบางพรรคหยุดใช้สถานการณ์วิกฤตเป็นเครื่องมือทางการเมือง
เวลา 09.30 น. วันที่ 5 ส.ค.68 ที่รัฐสภา นายประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และ คณะกรรมาธิการการสาธารณสุขวุฒิสภา ในฐานะองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติที่กำกับดูแลและส่งเสริมนโยบายด้านสาธารณสุขของประเทศ แถลงข่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ขอแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการให้บริการสาธารณสุขของสถานพยาบาลในพื้นที่ รวมถึงส่งผลต่อความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนจำนวนมากทั้งฝั่งไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ทางคณะกรรมาธิการขอแถลงข้อเท็จจริงและแสดงจุดยืนในประเด็นสำคัญ ดังนี้
1.สถานการณ์ชายแดนกระทบรุนแรงต่อระบบบริการสุขภาพคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ขอยืนยันว่า เหตุความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนจังหวัดอุบลราชธานี เป็นวิกฤต รุนแรงที่กระทบต่อความมั่นคงและระบบบริการสาธารณสุขโดยตรง สถานพยาบาลหลายแห่งเสียหายต้องหยุดบริการขณะที่ประชาชนจำนวนมากต้องอพยพเพื่อความปลอดภัย โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ในฐานะโรงพยาบาลศูนย์ระดับเขตที่ดูแลประชาชนใน 5 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ และมุกดาหาร รวมทั้ง ศูนย์พักพิงหลายแห่ง จำเป็นต้องปรับระบบบริการให้สอดคล้องกับภาวะฉุกเฉิน เพื่อดูแลผู้ป่วยทั้งชาวไทยและประเทศเพื่อนบ้านอย่างทั่วถึง โดยยึดหลักมนุษยธรรมและความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นสำคัญคณะกรรมาธิการขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาครัฐ สื่อมวลชน และฝ่ายการเมือง ร่วมกันสนับสนุนและปกป้องผู้ปฏิบัติงานด่านหน้า ซึ่งกำลังเสียสละอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้ระบบบริการสุขภาพในพื้นที่ชายแดน ยังคงดำเนินต่อไปได้อย่างมั่นคง มีศักดิ์ศรี และไม่ถูกบั่นทอนด้วยความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน
2.การปรับระบบบริการของโรงพยาบาล เป็นไปตามหลักมนุษยธรรมและเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยทุกกลุ่มคณะกรรมาธิการขอเน้นย้ำว่า การที่โรงพยาบาลต้องปรับลดบริการบางประเภทเป็นเพียงมาตรการชั่วคราวเพื่อจัดลำดับความสำคัญในการให้บริการในภาวะวิกฤต โดยยังคงเปิดให้บริการในส่วนที่จำเป็นอย่างเต็มกำลังและยังคงดูแลผู้ป่วยทุกเชื้อชาติอย่างเท่าเทียม
3.คณะกรรมาธิการขอประณามการให้ร้ายบุคลากรทางการแพทย์ และการบิดเบือนข้อมูล ซึ่งบั่นทอนขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้เสียสละ โดยปราศจากข้อเท็จจริงที่เป็นธรรมต่อโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์และ บุคลากรทางการแพทย์ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ภายใต้สถานการณ์ยากลำบาก การบิดเบือนข้อเท็จจริงในช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่กำลังทำงานเพื่อปกป้องชีวิตของประชาชน ถือเป็นการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบและไม่สมควรอย่างยิ่ง
4.คณะกรรมาธิการขอเรียกร้องให้พรรคการเมืองบางพรรคหยุดใช้สถานการณ์วิกฤตเป็นเครื่องมือทางการเมืองในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังเผชิญกับภัยคุกคามต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน การที่พรรคการเมืองบางพรรคออกมาแสดงความเห็นในลักษณะให้ร้ายโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์โดยไม่เข้าใจข้อเท็จจริงของสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดน เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง คณะกรรมาธิการเห็นว่า การแสดงความเห็นทางการเมืองในภาวะวิกฤตควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ความรับผิดชอบ และความเคารพต่อผู้ปฏิบัติงานด่านหน้า ไม่ใช่การฉวยโอกาสสร้างความเข้าใจผิดในสังคม
5.คณะกรรมาธิการขอยืนยันเจตนารมณ์ในการสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ ทหาร และประชาชนในพื้นที่ชายแดนทุกคนคณะกรรมาธิการขอยืนหยัดเคียงข้างและให้กำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ทหาร และประชาชนในพื้นที่ชายแดนทุกคนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งให้การสนับสนุนและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ระบบบริการสุขภาพยังคงดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องมีประสิทธิภาพ และปลอดภัยสำหรับทุกชีวิตที่อยู่ในพื้นที่
เมื่อถามว่าทางคณะกรรมาธิการมีการลงพื้นที่ไปยังโรงพยาบาลที่เกิดเหตุบ้างหรือยังนั้น นายประพนธ์ กล่าวว่า ในช่วงนี้ถ้าคณะกรรมาธิการว่างเว้นจากการประชุมคณะกรรมาธิการก็จะไป เพื่อให้ขวัญกำลังใจกับบุคลากรและประชาชนที่เดือดร้อนในพื้นที่อยู่เสมอ
ในส่วนกรณีของร่างผู้เสียชีวิตทหารกัมพูชาที่ค้างอยู่ในพื้นที่ชายแดนจะมีให้ข้อแนะนำอย่างไร เพราะอาจจะส่งผลในเรื่องกลิ่นและโรคระบาด นายประพนธ์ กล่าวว่า ร่างของทหารผู้เสียชีวิตตอนนี้อยู่ในพื้นที่ของประเทศกัมพูชา แต่ในส่วนผลกระทบอาจเป็นผลจากมลภาวะทางอากาศต่างๆ เพราะฉะนั้นการอยู่ในพื้นที่คือการใช้ระบบที่มีอนามัยส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการสวมหน้ากากหรือล้างมือให้สะอาดซึ่งเป็นอนามัยพื้นฐานในแต่ละบุคคล ซึ่งตอนนี้ก็มีการบริจาคหน้ากากอนามัยและหน้ากาก N95 ลงในพื้นที่
ถามต่อว่ามองอย่างไรบ้างที่กัมพูชาไม่ดำเนินการนำร่างของผู้เสียชีวิตกลับคืนสู่ครอบครัว นายประพนธ์ ระบุว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของต่างประเทศส่วนของเรา จะเห็นว่าเราให้เกียรติกับทหารของฝ่ายกัมพูชาและผู้บาดเจ็บเราก็ดูแลอย่างดี ในส่วนของฝ่ายกัมพูชา ก็ไม่อาจก้าวล่วงได้
z-z1603487247937.jpg)