“กมธ.สาธารณสุข-กฎหมาย สว.” แถลงปมชั้น14 จ่อเรียกราชทัณฑ์เข้าชี้แจง
โพสต์เมื่อ : 21 ก.ค 2568 เวลา 3:10 น.
“กมธ.สาธารณสุข-กฎหมาย สว.” แถลงปมชั้น14 จ่อเรียกราชทัณฑ์เข้าชี้แจง “ทักษิณ” รักษาตัวได้หรือไม่ หวั่นกระบวนการยุติธรรมถูกบิดเบือน คาดใช้ศึกษาไม่เกิน 45 วัน ปัดโยงคดีฮั้วสว.
วันที่ 29 พ.ค. 68 ที่รัฐสภา นายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการสาธารณสุข วุฒิสภา แถลงข่าวกรณี แพทยสภามีมติลงโทษทางจริยธรรม แพทย์กรณีชั้น14 ว่า เรื่องดังกล่ามีมูลเหตุจากมติคณะกรรมการแพทย์สภาครั้งที่ 5 ว่าแพทย์ดังกล่าวปฏิบัติไม่ถูกหลักจริยธรรม ในการดูและผู้ต้องขังระดับสำคัญมาก ซึ่งมีมติตักเตือนแพทย์เนื่องจากประกอบกิจกรรมไม่เป็นไปตามมาตรฐานและพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์สองราย เนื่องจากการให้ข้อมูลเอกสารทางการแพทย์ไม่ตรงตามข้อเท็จจริง นอกจากข้อมูลหลักฐานที่ได้รับไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชัดเจนว่าวิกฤติเกิดขึ้นกับผู้ป่วย สะท้อนถึงความไม่โปร่งใสในการให้ข้อมูลทางการแพทย์ที่อาจบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมและเกิดความเหลื่อมล้ำต่อผู้ต้องขังรายอื่น คณะกรรมการทั้งสองคณะจึงเห็นพ้องที่จะศึกษาเรื่องนี้เนื่องจากเห็นว่าเป็นเรื่องด้านจริยธรรมและมาตรฐานของวิชาชีพแพทย์
ส่วนด้านคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรมได้พิจารณาแล้วเห็นว่าพฤติกรรมและผลลัพธ์ของการให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงอาจกระทบหลักนิติธรรมและความเสมอภาคความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งคณะกรรมาธิการทั้งสองคณะจะมีการประชุมร่วมกันในวันนี้เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานร่วมกันในการศึกษาพิจารณาประเด็นจริยธรรมทางการแพทย์ และจะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้อง อย่างระบบราชทัณฑ์ หน่วยบริการสุขภาพและองค์กรวิชาชีพเข้าให้ข้อมูลรอบด้าน เพื่อเสนอต่อวุฒิสภาก่อนส่งต่อให้หน่วยงานที่มีอำนาจดำเนินการ
“ การที่บุคคลหนึ่งได้รับการปฏิบัติอาจแตกต่างจากผู้ต้องขังทั่วไปโดยอาศัยการรับรองทางการแพทย์ที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงอาจเป็นสัญญาณของปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่กระบวนการยุติธรรมถูกบิดเบื่อน ซึ่งตนไม่ได้มีเจตนาที่จะทำลายเกียรติของวิชาชีพแพทย์แต่เพื่อธำรงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือ ความโปร่งใสและความเป็นธรรม หากปล่อยไว้ซึ่งการให้ข้อมูลทางการแพทย์ที่คลาดเคลื่อนโดยไม่มีการตรวจสอบและถอดบทเรียนย่อมเป็นอันตรายต่อระบบ นิติรัฐ“ นพ.ประพนธ์กล่าว
ด้านพล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย ประธานกรรมาธิการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่มีข้อสงสัยในสังคมผ่านมาทางคณะกรรมาธิการว่าสรุปแล้วนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีสามารถพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 ได้จริงหรือไม่ ซึ่งตนยืนยันว่า เป็นการศึกษาข้อกฎหมายว่าข้อใดราชทัณฑ์สามารถทำได้และระเบียบที่โรงพยาบาลตำรวจสามารถทำได้ เพื่อที่จะนำเสนอให้ประชาชนรับทราบ และให้ประชาชนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้อย่างทั่วถึง
เมื่อถามว่า ระยะเวลาศึกษาของกรรมาธิการจะใช้เวลาประมาณไหน พล.ต.ท.บุญจันทร์เผยว่า ใช้เวลาประมาณ 45 วัน เพราะต้องเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง ส่วนกรณีที่ศาลพิจารณาอยู่นั้นคณะกรรมาธิการจะซ้ำซ้อนหรือไม่นั้น เป็นคนละส่วนกันเพราะด้านกมธ.สาธารณะสุขและกมธ.กฎหมายจะศึกษาถึงระเบียบข้อปฏิบัติที่มีช่องโหว่
ส่วนที่กรรมาธิการหลายคณะ มาศึกษาเรื่องการรักษาตัวชั้น 14 ของนายทักษิณนั้นไม่เคยมีใครได้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงในส่วนนี้เลยกรรมาธิการจะสามารถหามาได้หรือไม่ นพ.ประพนธ์เผยว่า ก่อนหน้านี้มีการศึกษามาเยอะแต่กระบวนการและขั้นตอนนั้นแตกต่างกันหากย้อนไปถึงกระบวนการของสภาผู้แทนราษฎรนั้นจะติดขัดในส่วนของเวชระเบียนเราจึงจะเริ่มต้นตั้งแต่มติของแพทยสภาคือเรียกเวชระเบียนไปพิจารณา เมื่อจุดเริ่มต้นตรงนี้กระบวนการศึกษาจะแตกต่างกันซึ่งสามารถย้อนไปถึงในรายละเอียดต่างๆได้
เมื่อถาม ว่ากรณีนี้จะเกี่ยวข้องกับกรณีเรื่องของคดีฮั้วส.ว. หรือไม่ นพ.ประพนธ์เผยว่า เรื่องนี้เป็นคนละส่วนกันการศึกษานี้เพื่อที่จะให้เกิดความชัดเจนและประโยชน์ในการพัฒนาจะไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง
z-z1603487247937.jpg)