닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ7

“กมธ.การพัฒนาเศรษฐกิจ” ชี้ ปล่อยเช่าคอนโดผ่าน Airbnb กระทบเศรษฐกิจนับหมื่นล้าน จี้ รบ.เร่งแก้กฎหมาย มอง ส่งผลกระทบวงกว้าง



วันที่ 13 มี.ค. 2568 ที่ รัฐสภา นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาเศรษฐกิจให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกมธ.เรื่องการควบคุมการปล่อยเช่าคอนโดมิเนียมผ่านทางแอพพิเคชั่น Airbnb (แอร์บีเอนบี) และการถือครองกรรมสิทธิ์โดยชาวต่างชาติ ว่า วันนี้ในที่ประชุมได้มีการติดตามประเด็นสำคัญที่ประชาชนให้ความสนใจ โดยเป็นเรื่องผลกระทบจากการปล่อยเช่าห้องชุดหรือคอนโดผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น แอร์บีเอนบีซึ่งส่งผลกระทบหลายมิติ วันนี้ได้มีการเชิญผู้แทนจากข้าราชการทั้งจากภาคราชการหลายหน่วยงาน อาทิ กรมที่ดิน , กรมสรรพากร ผู้ประกอบการที่ฝ่าย ตลอดจนผู้ได้รับผลกระทบตัวแทนจากสมาคมโรงแรมไทย 

นายสิทธิพล กล่าวอีกว่า ซึ่งปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางโดยมีประชาชนทั่วประเทศส่งเรื่องเข้ามาร้องเรียน เพราะกระทบกับผู้พักอาศัยในโครงการซึ่งแต่เดิมผู้พักอาศัยตั้งใจซื้อเพื่ออยู่อาศัย แต่ได้รับผลกระทบในเรื่องของความไม่ปลอดภัย เช่น การอยู่อาศัยที่ไม่รู้ว่าในแต่ละวันบุคคลที่เข้ามาพักนั้นเป็นอย่างไร และภาครัฐก็ไม่รู้เช่นกันว่าเป็นบุคคลที่เข้ามาพักเป็นมาจากไหน อีกทั้งที่สำคัญที่สุดคือกระทบระบบเศรษฐกิจ โดยพบว่าจากการพูดคุยกับสมาคมโรงแรมไทย มีการประเมินว่าห้องพักขั้นต่ำในคอนโดมิเนียม มีจำนวน 10,000 ห้อง พักคืนละ 3,000 บาท คาดว่าจำนวนเงินที่เสียไปเป็นจำนวน 30 ล้านบาทต่อคืน ถ้าคำนวนเป็นรายปี รายได้ที่หายไปจากระบบเศรษฐกิจไทยจะอยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาทต่อปี เรื่องดังกล่าวทั้งหมดที่เกิดขึ้นมีการกระทำผิดกฏหมายหลายฉบับ ไม่ว่าจะเป็น พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมอาคารชุด หรือ พ.ร.บ.โรงแรม 

ขณะที่ด้าน นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน กล่าวเพิ่มเติมว่า มีผู้ที่กระทำผิดอยู่ด้วยกันหลายกลุ่ม แต่พบว่ามีคนไทย ที่มีการนำห้องพักไปปล่อยเช่าเช่นกัน โดยมีวิธีการปล่อยเช่าอยู่ด้วยกันหลายแบบ 1.ทำในนามส่วนตัว 2.คือผ่านทางกลุ่มเอเจ้นท์ต่าง ๆ โดยปัญหาที่ได้พบคือหลังจากมีการแจ้งปัญหาให้มีการดำเนินคดีนั้นได้เกิดความล่าช้าและมีระยะเวลาดำเนินการที่ยาวนาน อีกกรณีคือการตรวจว่าบุคคลใดกระทำผิดหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากในการที่เราจะหาข้อมูล เพราะมันเป็นเรื่องของการตกลงผ่านทางเว็บไซต์ต่าง ๆ ทางภาครัฐเองต้องประสานงานผ่านทางรัฐบาลของประเทศที่เป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม ก่อนถึงจะทราบข้อมูล

นายศุภณัฐ กล่าวอีกว่า อีกทั้งมีปัญหาในเรื่องของเจ้าของห้องพักเป็นชาวต่างชาติ เช่น กรณีที่มีการซื้อถูกต้องตามกฏหมายนั้นการถืออาคารชุดโดยคนชาวต่างชาติถือได้ 49% แต่หลังจากนั้นได้มีการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นโดยโควตา 51% ที่เป็นคนไทยได้มีการใช้นิติบุคคลที่เป็นคนไทยก่อนในการซื้อแล้วค่อยไปโอนหุ้น หลังจากนั้นในกรณีที่มีการโอนหุ้นปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า  ไม่ได้แชร์ DaTa ร่วมกับกรมที่ดิน ทำให้กรมที่ดินเองไม่ได้รู้เลยว่ามีการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นแล้ว ทำให้สัดส่วนการถือครองคอนโดทำให้ชาวต่างชาติถือของมากกว่า 49% และพอมีการโหวตนิติบุคคลต่าง ๆ ก็กลายเป็นว่า ชาวต่างชาติสามารถโหวตและยึดคืนบุคคลที่จะเป็นคนไทยได้ อีกทั้งการแก้ไข พ.ร.บ.อาคารชุด ที่ต้องทำให้ตัวนิติบุคคลเป็นคนไทย ผู้จัดการคอนโดเป็นคนไทย ร่วมด้วยเพื่อความปลอดภัยต่อคนไทยมากยิ่งขึ้น อีกส่วนที่มีการนำเสนอมาก็คือเอเจ้น เช่น ในประเทศไทยไม่ได้มีกฎหมายควบคุมนายหน้า ใครจะเป็นนายหน้าหรือใครจะไปเป็นเอเจ้นท์ก็ได้ทั้งนั้น วันนี้แค่พูดภาษาจีนได้ก็ไปเอเจ้นท์ให้กลุ่มคนจีนได้แล้ว

นายศุภณัฐ กล่าวอีกว่า เพราะฉะนั้นต้องเน้นในเรื่องของ พ.ร.บ.นายหน้า ให้สามารถเกิดขึ้นได้ ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องจากกลุ่มภาคอสังหาริมทรัพย์มานานแล้ว แต่ยังไม่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย อีกเรื่องคือปัญหาฟรีวีซ่า ที่สามารถอยู่ในประเทศไทยได้ 60 วัน ซึ่งสามารถเลือกที่พักอาศัยแบบห้องเช่าได้ และมีการเซ็นสัญญาเช่าอยู่ในระยะยาวโดยมากกว่า 30 วันขึ้นไป สุดท้ายตนอยากให้มองอีกมุมหนึ่งว่ามันก็มีอุปสงค์ของนักท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่จะเข้ามาอยู่ในเมืองไทย และอาศัยในคอนโดต่าง  ๆ ที่ไม่ใช่โรงแรม รัฐบาลควรเปิดช่องทางเฉพาะคอนโดกลุ่มใหม่ ที่แจ้งตั้งแต่ต้นเลยว่าคอนโดกลุ่มนี้ถูกนำมาเพื่อที่จะนำมาปล่อยเช่าโดยตรง มีการจดทะเบียนอย่างถูกต้องครบถ้วน ซึ่งตอนนี้ยังเป็นแค่แนวคิดอยู่ยังไม่มีอะไรที่ชัดเจน