‘พิสิษฐ์’ ยัน ตั้ง กมธ.เลือกองค์กรอิสระโปร่งใส ชี้ ไม่มีการล็อกสเปก
โพสต์เมื่อ : 24 มี.ค 2568 เวลา 8:17 น.
‘พิสิษฐ์’ ยัน ตั้ง กมธ.เลือกองค์กรอิสระโปร่งใส ชี้ ไม่มีการล็อกสเปก เผย ให้อำนาจประธานเสนอชื่อ ก่อนโหวตลับใน กมธ.วิสามัญ ยัน ได้การรับรองจาก กกต.อย่างถูกต้อง
วันที่ 24 มี.ค. 2568 ที่รัฐสภา นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) แถลงข่าวเรื่อง “การตั้งคณะกมธ.สามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รวมถึงมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการล็อคสเปก ว่า สว.ได้รับการรับรองมาอย่างถูกต้องจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นมีอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญเต็มร้อย จึงทำหน้าที่อย่างเต็มที่ตามกฎหมมย ส่วนประเด็นที่มาที่ระบุว่ามีการล็อคสเปก ต้องให้ได้ 15 คนซ้ำกันไปมานั้น ขอชี้แจงโดยใช้ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา 2562 ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งได้มีการชี้แจงในที่ประชุมสภาไปแล้ว แต่อาจจะมีสมาชิกบางส่วนอาจไม่เข้าใจ ว่าการประชุมคณะกมธ.ฯ ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2567 ได้มีมติกำหนดแนวทางการตั้งกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ
นายพิสิษฐ์ กล่าวอีกว่า โดยมีขั้นตอนคือ 1. คณะกมธ.วิสามัญกิจการสภา มีมติเห็นควรให้คณะกมธ.วิสามัญประจำวุฒิสภาทุกคณะหรือ 21 คณะ ดังนั้นจึงมีประธานกรรมาธิการ 21 คณะ โดยให้ประธานกรรมาธิการ 21 คณะ ในฐานะที่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งกรรมาธิการในกรรมาธิการวิสามัญด้วย เป็นผู้มีอำนาจเสนอรายชื่อผู้แทนของกรรมาธิการสามัญวุฒิสภาเพื่อตั้งเป็นองค์คณะเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมาย หรือพูดง่าย ๆ คือ ให้ประธานกมธ.ทั้ง 21 คณะ มีอำนาจที่จะแต่งตั้งใครก็ได้ ไม่จำเป็นที่จะต้องไปเลือกอยู่แต่ละคณะ มีอำนาจที่จะตั้งใครก็ได้ในกรรมาธิการ
นายพิสิษฐ์ กล่าวอีกว่า ขั้นตอนต่อมาเมื่อวันที่มีการประชุมคณะกรรมการกิจการสภา ก็จะมีการเลือกตั้งโดยเลือกแบบลับ กรรมาธิการกิจการสภาทั้ง 21 คน โดยกรรมการกิจการสภา 21 คน และกรรมการวิสามัญอีก 11 คน แบ่งการเลือกออกเป็น 2 ชุด ชุดละไม่เกิน 15 คน โดย 11 คนแรก จะถูกคัดเลือกออกมา 3 คน ส่วนที่เหลือ จาก 21 คนจะถูกคัดเลือกอีก 12 คน โดยให้คณะกรรมาธิการทั้งหมดเป็นผู้เลือก ยืนยันว่าไม่มีการล็อคกัน เลือกตั้งโดยสุจริต ส่วนที่สมาชิกมีการอภิปรายว่า ครั้งที่ผ่านมาในการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระต่างๆมีครั้งแรกที่เป็นครั้งเดียวซึ่งทำตามข้อบังคับข้อที่ 105 โดยเป็นดุลยพินิจของคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภาในการเสนอชื่อ
ในส่วนที่เหลือไม่ว่าจะเป็นกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ตรวจการแผ่นดิน ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะใช้วิธีให้มีการเลือกผู้แทนจากกรรมาธิการสามัญวุฒิสภาจาก 21 คณะ โดยประธานกรรมาธิการเป็นคนเลือก 1 คน เมื่อเข้าสู่คณะกรรมการกิจการสภา ก็จะเป็นการโหวตเลือกที่คณะกรรมการไม่ได้โหวตเลือกตัวบุคคล ซึ่ง 6 ครั้งที่ผ่านมาก็เป็นขั้นตอนตามที่กล่าวมา จึงขอชี้แจงว่าไม่มีการล็อค แต่ใช้วิธีการโหวตเลือกแบบลับ และเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา
เมื่อถามว่ากรณีคณะกรรมการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชนสิทธิมนุษยชนสิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค มีการเสนอชื่อทุกครั้ง แต่ไม่ได้รับการเลือก นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า มีการเสนอทุกครั้งแต่การเลือกจะให้คณะกมธ.กิจการวุฒิสภาเป็นผู้เลือก ซึ่งการโหวตจะได้หรือไม่ได้ ตนไม่สามารถตอบได้ เพราะเป็นการโหวตแบบลับ ทุกคนมีสิทธิเสนอหมด ซึ่งการเลือกให้สิทธิประธานคณะกรรมาธิการแต่ละคณะเป็นผู้มีสิทธิเสนอชื่อ ดังนั้นจะเสนอใครก็ได้ ส่วน นางอังคณา นีละไพจิตร สว. จะเสนอชื่อใครก็ได้โดยที่ไม่ต้องมีการโหวตในคณะกมธ. แต่เลือกมาแล้วมาเสนอในคณะกรรมการกิจการสภา ขั้นตอนการเลือกก็จะเลือกที่ตัวคณะกรรมาธิการเป็นหลักไม่ได้เลือกที่รายชื่อ ยกเว้นขั้นตอนการเลือกสมาชิกกิจการวุฒิสภาถึงจะเลือกรายชื่อ
เมื่อถามถึงคุณสมบัติของสว.ก็ยังมีการตรวจสอบโดยเฉพาะกรมสอบสวนคดีพิเศษ ก็มีการสอบสวนคดีฮั้วสว. แต่ยังมีการเดินหน้าตั้งกรรมาธิการเลือกกรรมการองค์กรอิสระ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า โดยรัฐธรรมนูญ สว.ได้รับการรับรองจากกกตอย่างถูกต้อง ดังนั้นอำนาจหน้าที่จึงมี ซึ่งสว.หลายคนก็ระบุว่าให้ชะลอไว้ก่อน จึงขอถามกลับว่าเรามีอำนาจอะไรในการชะลอ ชะลอไปแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นเราอาจจะผิดมาตรา 157 ด้วยซ้ำไป ฐานเว้นการปฏิบัติหน้าที่ทั้งที่เป็นหน้าที่ ตนจึงมองว่าสว.มีคุณสมบัติครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ 2560 ทุกประการ ดังนั้นเมื่อมีอำนาจหน้าที่แล้วก็ต้องทำ ซึ่งมาตรา 82 วรรคสอง ต่อให้ในอนาคตพวกเราอาจจะถูกตัดสิทธิ แต่การทำหน้าที่ก็ถือว่าชอบด้วยกฎหมาย
"สว.เรามาเพื่อปกป้องชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสำคัญ อะไรที่มันขัดแย้งผมมองว่าความเห็นมันมีสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม อันนี้ผมก็โหวตไม่ชอบอยู่แล้วครับ ประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดของสมาชิกวุฒิสภา " นายพิสิษฐ์
z-z1603487247937.jpg)