닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ1

‘พายัพ’ ฟันธง “สังคม” เบื่อหน่ายความขัดแย้ง หมดยุคปลุกระดมคนออกมาโค่นล้มรัฐบาล 


วันที่ 4 ต.ค. 2567 นายพายัพ ปั้นเกตุ อดีต ส.ส. สิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวความเคลื่อนไหวของ พล.อ ประวิตร วงษ์สุวรรณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่สอดคล้องกับกลุ่มต่อต้านรัฐบาลที่นำโดย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ว่าขณะนี้พี่น้องประชาชนเพื่อหน่ายกับความเคลื่อนไหวนอกสภา และความพยายามสร้างแรงสั่นสะเทือนให้รัฐบาลด้วยวิธีการนอกระบบทุกรูปแบบ เพราะทุกคนต้องการให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ดังนั้นใครก็ตามที่คิดโค่นล้มรัฐบาล ควรสงสารประชาชน ให้เวลารัฐบาลได้แก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนบ้าง หากอยากเป็นนายกรัฐมนตรีสักครั้งในชีวิต ก็ควรอดทนรอเสนอตัวให้ประชาชนเลือกในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ซึ่งก็อีกไม่กี่ปีแล้ว 

“แทนที่รัฐบาลนายกฯแพทองธาร จะได้ใช้เวลาทำงานให้ประเทศชาติ ได้เต็มที่เต็มความสามารถมีประสิทธิภาพ  ก็ต้องมามีเรื่องกวนใจ กวนความรู้สึก ตลอดเวลา จนทำให้การแก้ไขปัญหาของประชาชนสะดุดเรื่อยมา ใครอยู่เบื้องหลังการก่อกวนการแก้ไขปัญหาประเทศอยู่ พี่น้องประชาชนรับทราบกันเป็นอย่างดี ตนในฐานะที่อยู่กับการเมืองมานาน เห็นการกระทำของคนพวกนี้แล้ว รู้สึกสงสารประชาชนอย่างมาก และผมก็คิดว่า พลเอกประวิตร ที่เป็นถึงนายทหารใหญ่ ก็น่าจะรู้สึกสงสารพี่น้องประชาชนไม่ต่างกัน” 

นายพายัพ กล่าวอีกว่า วันนี้ทุกความเคลื่อนไหวของนักการเมือง ไม่ว่าจะอยู่ฉากหน้าหรือแอบไปอยู่เบื้องหลังกระทำการใดๆ โดยเฉพาะการคิดและทำในสิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อประชาธิปไตย พี่น้องประชาชนตื้นลึกหนาบางหมด เรื่องบางเรื่องที่คิดกันว่าเป็นความลับ แต่ในความเป็นจริงพี่น้องประชาชนรู้ทั้งหมดแล้ว อย่างเรื่อง พลเอกประวิตร ขาดประชุมสภา โดยใช้วันลาเป็นฉากบังหน้า 90% ของวันประชุม จนแทบจะเป็นสถิติโลกได้เลย แล้วมาประกาศขอคืนเงินเดือน ส.ส.และจะไม่รับเงินตำแหน่ง ผู้คนในสังคมก็มองออกว่าไม่มีทางพ้นผิดทางกฎหมาย เพราะความผิดสำเร็จแล้ว คนเป็น สส.เป็นเจ้าหน้าที่รัฐต้องมีความรับผิดชอบสูงกว่าประชาชน หรือพวกอดีตแกนนำม็อบอย่างสนธิ ลิ้มทองกุล หรือ จตุพร พรหมพันธุ์ หรืออดีต สว.บางคนที่อยู่ในกลุ่ม 40 สว. ก็เหมือนยาหมดอายุแล้วที่จะค้าความขัดแย้ง

“วันนี้ประชาชนเบื่อความขัดแย้ง เพราะเขามองออกเเล้วไม่ว่าฝ่ายไหน ก็น่าจะทำเพื่อประโยชน์ตนเองมากกว่า ผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่  และวันนี้ปัญหาต่างๆ ก็รุมเร้าประชาชนและประเทศชาติ ทุกฝ่ายต่างอยากจะช่วยกันหาทางออก การไม่ช่วยหาทางออกแล้วยังมาเตรียมการปั่นป่วน สร้างปัญหาภายในประเทศ จึงเป็นวิธีการที่พี่น้องประชาชนจะไม่ตอบรับอีกต่อไป” นายพายัพกล่าว