닫기

ปกสกู๊ปแนวนอน741

ไปให้สุดแล้วหยุดอยู่ที่ "อุยกูร์" ภูมิธรรม-ทวี การันตีจีนเต็มสูบ แล้วไทยได้อะไร


 
ลงทุนพาสื่อมวลชน เดินทางไปดูความเป็นอยู่ของ 40 อุยกูร์ ที่ส่งกลับจากไทยถึงมณฑลซินเจียงทั้งที ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ รมว.กลาโหม และ พ.ต.อ.ทวี  สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ก็ต้องแสดงให้สมบทบาท
 
เปิดฉากแรก รับฟังบรรยายสรุปจากทางการจีนตามธรรมเนียม โดยมี รมช. ความมั่นคงสาธารณะของจีน มิสเตอร์ ฉี คอยอำนวยความสะดวก และถือโอกาสใช้เวทีนี้ ประชาสัมพันธ์ บวกกับ การตอบโต้ ประเทศที่ คัดค้านการส่งอุยกูร์กลับจีน โดยเฉพาะประเทศคู่ปรับ อย่างสหรัฐอเมริกา
 
ไม่เฉพาะ 40 อุยกูร์ ที่จีนพาไปดู เป็นหนังตัวอย่าง หลังจากที่รองอ้วน กอดรัดฟัดเหวี่ยงไปคุยกับ 1 ใน 40 ครอบครัว ที่ได้รับการปล่อยตัวครั้งล่าสุด ทวี สอดส่อง ยังพาไปคุย กับ อุยกร์ตัวอย่าง ที่ได้รับการปล่อยตัวไปเมื่อปี 2558 สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มีข่าวว่าถูกนำตัวไปทรมาน จนเกิดเหตุการณ์คาร์บอมราชประสงค์ และการบุกสถานทูตไทยที่ตุรกีจากความโกรธแค้นของพี่น้องอุยกูร์
 
บทสรุปโดยภาพรวมก็คือ อุยกูร์ได้กลับบ้านทุกคน อยู่กับครอบครัวอย่างสุขสบาย โดยมีรัฐบาลจีนคอยดูเลให้ความช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัย และการประกอบวิชาชีพ ทั้งยังสื่อให้เห็นว่า ซินเจียง ที่เป็นเขตการพัฒนาอุยกูร์ เจริญไปขนาดไหนแล้ว
 
ถือว่าประสบความสำเร็จในด้านการสื่อสาร ถึงภาพลักษณ์ของประเทศไทย สื่อให้ทั่วโลกได้รับรู้ว่า การตัดสินใจส่งอุยกูร์ให้จีนเป็นไปตามกฎหมายและไม่ขัดกับหลักสิทธิมนุษยชน อย่างน้อยก็จะทำให้หนักเป็นเบาได้
 
ส่วนสหรัฐจะนำไปพิจารณาเป็นเหตุให้ยกเลิกการคว่ำบาตร ยกเลิกวีซ่าเจ้าหน้าที่ไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการส่ง 40 อุยกูร์กลับจีนได้หรือไม่ ดูแล้วไม่มีน้ำหนักที่สหรัฐจะนำไปพิจารณา เพราะทั้งภูมิธรรม และทวี ไม่ใช่องค์กรสากลที่ได้รับการยอมรับด้านสิทธิมนุษยชน
 
เป็นเรื่องของรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีน ที่พยายามจะชี้แจงว่า การส่งอุยกูร์กับจีนไม่ขัดกับสิทธิมนุษยชนตามที่ถูกชาวโลกประณามเท่านั้น
 
สหรัฐก็ยังคงคว่ำบาตรไทยต่อไป ยุโรปก็เดินหน้าคว่ำบาตรไทยต่อไป ผลกระทบก็จะเกิดขึ้นกับผู้ประกอบการคนไทยและคนไทยบางส่วนต่อไป
 
ถ้าจะให้สรุปว่า ไทยได้อะไรจากภารกิจส่งอุยกูร์กลับจีน พอจะประเมินได้ว่า รัฐบาลไทยจะได้ใช้ภาระกิจนี้ ตอบคำถามของฝ่ายค้านในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะลดการวิพากษ์วิจารณ์ การกล่าวโทษรัฐบาลจาก เอ็นจีโอ นักวิชาการ และฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยในการส่งกลับอุยกูร์
 
และเพื่อไม่ให้เสียภาพลักษณ์ของนายกฯ และรมต.ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
 
ส่วนภาพลักษณ์ของประเทศไทย เป็นอีกเรื่องนานาจิตตัง
 
ประเด็นดราม่า การเลือกสื่อที่ไปเป็นสักขีพยานในภารกิจส่งอุยกูร์กลับบ้าน การนำเสนอข่าวของสื่อที่ต้องทำตามระเบียบของรัฐบาลจีน ในการเข้มงวดการนำเสนอข่าว ที่เป็นเรื่องปกติเช่นการเบลอหน้าของ อุยกูร์ หรือครอบครัวอุยกูร์ หรือ อุยกูร์ ที่มารับ ภูมิธรรม คุ้นหน้าว่า เป็นคนเดียวกับที่ไปรับ อุยกูร์ ที่ลงจากเครื่องบิน ซึ่งเป็นประเด็นดราม่าการนำเสนอข่าวของสื่อ
 
จะให้สื่อมองเหมือนกันหมดทุกสื่อ หรือให้มองสิ่งของชนิดเดียวกัน ออกมาเหมือนกันทั้งหมดคงเป็นไปไมได้อยู่แล้ว  แต่ที่ต้องตั้งเป็นข้อสังเกตก็คือ ภารกิจ พาสื่อไทยไปดูอุยกร์เที่ยวนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับภารกิจ ส่ง40 อุยกูร์กลับจีน สื่อไทยและสื่อต่างชาติ องค์กรสากล องค์กรสิทธิมนุษยชน สหรัฐ ยุโรป กลับไม่ให้ความสนใจและใส่ใจ เป็นเพราะรัฐบาลไทยขาดความน่าเชื่อถือในสายตาชาวโลกไปโดยสิ้นเชิงแล้วหรือไม่
 
หรือประเทศไทย ถูกเพ่งเล็ง มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเต็มรูปแบบและประกาศเลือกข้างจีนชัดเจน