닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมาก---4

โอบามา เตือน ‘วิกฤตการเมืองสหรัฐฯ’ หลังการลอบสังหาร ชาร์ลี เคิร์ก



บารัก โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ออกมาเตือนว่าประเทศกำลังเผชิญ “วิกฤตการเมือง” ภายหลังเหตุลอบสังหาร ชาร์ลี เคิร์ก นักเคลื่อนไหวฝ่ายขวาจัด และพันธมิตรใกล้ชิดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

โอบามากล่าวว่า แม้เขาไม่รู้จักเคิร์กเป็นการส่วนตัว และไม่เห็นด้วยกับแนวคิดทางการเมืองหลายประการ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็น “เหตุการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวและเป็นโศกนาฏกรรม” พร้อมทั้งชี้ว่าเหตุนี้สะท้อนถึงความตึงเครียดที่ถาโถมเข้าสู่การเมืองอเมริกัน

อดีตผู้นำสหรัฐฯ ยังวิจารณ์ท่าทีของทรัมป์ต่อคู่แข่งทางการเมือง โดยเปรียบเทียบกับอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ที่พยายามสร้างความสามัคคีหลังเหตุการณ์ 11 กันยายน ด้วยการยืนยันว่า “สหรัฐไม่ได้ทำสงครามกับศาสนาอิสลาม” ซึ่งโอบามาระบุว่าจุดยืนของทรัมป์กลับตรงข้าม และอาจยิ่งทำให้ความแตกแยกรุนแรงขึ้น

โอบามาเน้นย้ำว่า หน้าที่ของประธานาธิบดีคือการรวมผู้คนเข้าด้วยกันในยามวิกฤต พร้อมเรียกร้องให้สังคมอเมริกันเคารพความเห็นต่างและไม่หันไปพึ่งพาความรุนแรง โดยชี้ว่า “ประชาชนควรมีสิทธิพูดในสิ่งที่แม้บางคนอาจไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรง”

ด้านโฆษกทำเนียบขาวภายใต้รัฐบาลทรัมป์ออกมาตอบโต้ทันที โดยกล่าวหาว่าโอบามาเองต่างหากคือ “สถาปนิกแห่งความแตกแยกทางการเมืองสมัยใหม่” และโจมตีว่าในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่ง โอบามาใช้โอกาสทุกครั้งเพื่อสร้างความขัดแยกในสังคม รวมทั้งกล่าวหาคู่แข่งทางการเมืองว่าเป็น “พวกเลวทราม ฟาสซิสต์ และนาซี”

การลอบสังหารชาร์ลี เคิร์กครั้งนี้จึงถูกจับตาว่าอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่จะยิ่งทำให้ความขัดแย้งระหว่างฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาในสหรัฐฯ ทวีความตึงเครียดและรุนแรงยิ่งกว่าเดิม